สถานีคิดเลขที่ 12 | ขวากหนามของ ‘คนหนุ่ม’ โดย ปราปต์ บุนปาน

27.07.26 | 13:19 น.

ปรากฏการณ์ที่ผู้นำหรือว่าที่ผู้นำหน่วยงานราชการสำคัญๆ หลายหน่วย มีอายุไม่เยอะ และยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี กำลังเป็นที่สนใจจากสังคม

ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวัย 53 ปี รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ว่าที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อายุราชการก็เหลืออีก 7 ปีเช่นกัน

ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็มีอายุเพียง 52 ปี ส่วน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ดำรงตำแหน่งมาแล้วเกือบ 2 ปี ก็ยังมีอายุราชการเหลืออีกยาวๆ 5 ปี

หลายคนอาจพินิจพิเคราะห์ปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วยมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

มุมมองแรก คือ การประเมินว่านี่เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาล/ระบอบอำนาจที่แต่งตั้งข้าราชการกลุ่มนี้ มีจุดมุ่งหมาย-แผนการที่จะครองอำนาจไปยาวๆ

Advertisement

ผู้นำหน่วยราชการเหล่านี้จึงมีหน้าที่อุทิศตนเป็นกลไกประคับประคองและรักษาเสถียรภาพความมั่นคงให้แก่รัฐบาลหรือระบอบอำนาจที่แต่งตั้งพวกเขาขึ้นมา

หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง (ซึ่งไม่ได้ขัดแย้งกับมุมมองแรก) ก็น่าสนใจว่า ขณะที่แทบทุกฝ่าย (แม้กระทั่งผู้มีอำนาจในรัฐบาล) เริ่มมองเห็นตรงกันว่า “ระบบราชการไทย/ รัฐราชการไทย” นั้นใหญ่โตเทอะทะ และเป็นภาระทางงบประมาณสูงเกินไป จนต้องหาทางปฏิรูป แก้ไข ยกเครื่อง

การดำรงอยู่หรือผงาดขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดในหน่วยงานของ “ข้าราชการหนุ่มๆ” กลุ่มนี้ ย่อมเป็นการบ่งบอกว่า ในอีกด้านหนึ่ง ระบบราชการไทยก็ยังมี “คนรุ่นใหม่” ซึ่งอาจพึ่งพาใช้งานได้ในระยะยาว (ไม่ต่างจากที่พรรคการเมืองหรือภาคธุรกิจเอกชนต้องมี “คนรุ่นใหม่” หรือ “ดาวรุ่ง” ของตนเอง)

อย่างไรก็ดี คงต้องเตือนใจกันว่า เส้นทางภายภาคหน้าของบรรดา “คนรุ่นใหม่” ที่มีแนวโน้มจะขึ้นมาอยู่ในอำนาจยาวๆ เพื่อช่วยธำรงรักษารัฐบาลชุดใดชุดหนึ่งหรือระบอบอำนาจใดระบอบหนึ่งเอาไว้นั้น จะไม่ได้พบเจอแค่ “งานง่ายๆ”

หากต้องประสบกับ “อุปสรรคขวากหนาม” หรือต้องคอยทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” เพื่อแก้ไขปัดป่ายปัญหาจำนวนมากมายแทนรัฐบาลหรือระบอบอำนาจข้างหลัง

ประสบการณ์หรือชุดปัญหาที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำลังเผชิญอยู่ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี

หรือหากอยากได้กรณีศึกษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก ก็พึงพิจารณาสถานะ-บทบาทของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อดีต “อธิบดีหนุ่ม” แห่งกระทรวงการคลัง ที่วันนี้ ก้าวเข้ามารับบทบาทรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในวัย 54 ปี

รองนายกฯเอกนิติ ก็ถือเป็น “คนหนุ่มของระบบราชการไทย/รัฐไทย” ในรุ่นราวคราวเดียวกับ “ผบ.-ปลัดกระทรวงหนุ่ม” ดังที่เอ่ยนามไปข้างต้น

กระนั้นก็ดี ตลอดชั่วระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี ที่เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาล จะเห็นได้ว่ารองนายกฯ-รมว.คลังหนุ่ม ต้องเป็นผู้แบกรับ “ภาระหนักอึ้ง” หลายประการ หลาย
วาระ

เขาต้องโยนหินถามทาง ต้องออกรับก้อนอิฐ ต้องรับจบปัญหาหลายข้อ ดังกรณีล่าสุด คือ การต้องยอมถอยในเรื่องการตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และการต้องออกหน้าแถลงยุติโครงการแลนด์บริดจ์

นี่คือตัวอย่างของอุปสรรคปัญหาและขวากหนาม ที่ ผบ.ตร. และปลัดกระทรวงหนุ่มทั้งหลาย ไม่อาจหลีกเลี่ยงหนีได้พ้น ในอนาคต