สถานีคิดเลขที่ 12 : เดินหน้า‘แก้จน’
หลายคนอาจจะตำหนิรัฐบาลเรื่องการลงทะเบียนและการประกาศผลผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกติดปากว่าบัตรคนจน
แต่ดูจากความพยายามและการปฏิบัติทั้งการปรับเปลี่ยน การขอโทษ และการเดินหน้าของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว
ต้องยอมรับว่า กลุ่มคนที่ผลักดันต้องการเห็นประสิทธิผลประสิทธิภาพในโครงการนี้
ความต้องการทราบและช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยากจนจริงๆ เป็นโจทย์ข้อใหญ่
หากสามารถค้นพบและเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ โอกาสที่จะแก้จนได้ก็พอมองเห็น
แม้ข้อมูลในการพิจารณาผู้ได้รับสิทธิบัตรคนจนในเบื้องต้นอาจมีข้อบกพร่อง
บางข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง บางส่วนอาจไม่ทันสมัย
แต่เมื่อรู้แล้วแก้ไขก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่อัพเดตถูกต้อง และกลายเป็นตัวช่วยในการแก้จนในที่สุด
ยกตัวอย่าง ข้อมูลการลงทะเบียนขอสิทธิบัตรคนจนทั้งหมด ประมาณ 18 ล้านคน
เป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเดิม 12.7 ล้านคน และสมัครใหม่ประมาณ 5 ล้านคน
ในจำนวนนี้ เมื่อเข้าสู่การพิจารณา มีผู้ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์สัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
นั่นคือ ผ่านเกณฑ์ 9 ล้านคน และไม่ผ่านเกณฑ์ 9 ล้านคน
ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ย่อมส่งเสียงเรียกร้องให้มีการทบทวน
ภาครัฐเปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์เพื่อทบทวนตามที่เรียกร้อง
ตอนนี้เปิดทางให้สามารถอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 31 สิงหาคม ส่วนคนที่ผ่านเกณฑ์แล้วรับสิทธิกันได้ตามกำหนด
หากข้อมูลที่ปรากฏถูกต้องตามเจตนาของรัฐบาล นั่นคือ การช่วยเหลือกลุ่มที่จนจริง
ข้อมูลตัวนี้คือพื้นฐานในการขับเคลื่อนการแก้จนให้เป็นรูปธรรมได้
อาทิ ข้อมูลคนที่ได้สิทธิบัตรคนจน 9 ล้านคน สามารถจำแนกตามอายุต่างๆ ได้
เท่าที่ทราบจากกลุ่มอายุที่ปรากฏ พบว่ามีคนที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกระจายอยู่ทุกช่วงวัย
ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน วัยชรา
ข้อมูลตัวนี้หากนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ย่อมเป็นประโยชน์
ทั้งเป็นประโยชน์ต่อผู้รับสิทธิ และประโยชน์ต่อประเทศ
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงาน ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีแผนเอาไว้แล้ว
เป็นแผนที่จะจัดหางาน เพิ่มทักษะงาน และอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพวกเขา
คาดหวังว่า เมื่อผ่านกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว กลุ่มคนที่มีประมาณ 5 ล้านคนนี้จะหายจน
ไม่ต้องพึ่งพาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก
เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่ปรากฏในข้อมูล แต่มีช่วงอายุที่แตกต่างออกไป
จะทำอย่างไรให้กลุ่มคนเหล่านั้นสามารถพลิกฟื้นชีวิตจากจนเป็นไม่จนได้ในเวลาที่กำหนด
ไม่เพียงแค่นั้น เชื่อว่าจากข้อมูลในครั้งนี้ รัฐสามารถคาดการณ์ได้ว่าคนกลุ่มไหนที่อนาคตอาจเข้ามาอยู่ในโซนยากจน
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กำลังเข้าข่าย “จนก่อนแก่” เพราะมรสุมเศรษฐกิจกระหน่ำไม่ยอมหยุด
การวิเคราะห์และหามาตรการป้องกันมิให้ผู้คนเหล่านั้นก้าวเข้าสู่โซนยากจนนั้นสำคัญ
ด้วยข้อมูลที่มีการปรับปรุง หากรัฐบาลสามารถสร้างมาตรฐานการแก้จนได้ น่าจะดีต่อการบริหาร
ถ้าสามารถวัดเคพีไอหน่วยงานแก้จนได้ก็ยิ่งดีใหญ่เลย
แม้การแก้จนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยซับซ้อนมากมาย
แต่ถ้าเริ่มแก้จนจากกลุ่มผู้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วสำเร็จ
หนทางที่จะทำให้คนจนลดลงจะเป็นรูปธรรมสัมผัสได้ในทันที
อย่างน้อย เมื่อถึงวันลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกครั้ง
เราอาจเห็นจำนวนผู้ขอรับสิทธิน้อยลงกว่าปัจจุบัน
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]



