บอร์ดการศึกษาชาติ – หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้
คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ เพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ที่มี “วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ” เป็นประธาน ประชุมมาแล้วหลายนัด มีความคืบหน้าไปมาก
เบื้องต้น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ จะประกอบไปด้วย 6 หมวด 64 มาตรา ยังไม่รวมบทเฉพาะกาล หลักการสำคัญคือ 1.กระจายอำนาจ ที่สร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการศึกษา ให้สถานศึกษามีอิสระ ในการจัดการศึกษา ตามแผนการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาที่ คกก.กำหนด
2.การศึกษาตลอดชีวิต สร้างกลไกการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง โดยใช้กลไกการเทียบโอนและระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุน
โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทางการศึกษา มาร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา มุ่งเป้าให้เกิดการเชื่อมโยงการศึกษาสู่การมีงานทำ
3.การมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในระดับพื้นที่เชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลสู่การพัฒนาระบบการศึกษา ในระดับนโยบาย รวมทั้งการให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามามีบทบาทเชื่อมโยงการจัดการศึกษา
ความน่าสนใจของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งแตกต่างจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติปี 2542 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือจะมี คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ หรือซุปเปอร์บอร์ด ขึ้นเป็นครั้งแรก
องค์ประกอบของบอร์ดชุดนี้ มีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ส่วนรัฐมนตรีว่าการ อว. และรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นรองประธาน
บทบาท ของบอร์ดชุดนี้ จะกำหนดนโยบาย แนวทางในการจัดการศึกษา มาตรฐานการศึกษาชาติ รูปแบบและวิธีการจัดการศึกษา การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และการประเมินเทียบโอนผลการเรียนและเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของสถานศึกษา
ให้ความเห็นชอบร่างแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เสนอแนะเกี่ยวกับแผนอัตรากำลังด้านการศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติ
เสนอแนะต่อ ครม.ให้มีการปฏิรูปการศึกษาหรือสร้างนวัตกรรม ในการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาการของโลกและความจำเป็นของประเทศ
ซุปเปอร์บอร์ดที่จะเกิดขึ้นตามร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ จึงเป็นอีกกลไกลสำคัญ ในการกำหนดทิศทางและอนาคต การศึกษาไทย

