สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ผู้ต้องพลีชีพ’

2.08.26 | 12:12 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ผู้ต้องพลีชีพ’

เมื่อ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ “พยานคดีโกง ส.ว.” อีกหลายราย “พลีชีพ”

พลีชีพด้วยการยอมถูกฟ้อง ยอมถูกเตะตัดขา ยอมถูกเปิดโปงด้วยเรื่องต่างๆ นานา ฯลฯ

เพื่อให้คดีฮั้ว ส.ว. เดินหน้าไปสู่ศาลฎีกา

การยอมพลีชีพนั้นทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นพิเศษ

Advertisement

พิเศษว่า จะกำหนด “ชีพ” ของตนและองค์กร ต่อคดีฮั้ว ส.ว.อย่างไร

แม้ กกต.ย้ำเป็นลายลักษณ์อักษร

ว่าจะพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ อิสระ เป็นกลาง

ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดชี้นำ แทรกแซง กดดัน การใช้ดุลพินิจได้

ย้ำการยึดมั่นความเป็นธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบตามกฎหมาย

แต่ตลอดเส้นทางแห่งการพิจารณาเรื่องนี้ มาร่วม 2 ปี

กลับปรากฏสิ่งที่สั่นคลอนสิ่งที่ กกต.ทำตลอดเวลา

ล่าสุด “แหล่งข่าวระดับสูง” จาก กกต.ออกมาโยนหิน ถามทาง

ว่า การชี้ขาดคดีนี้ ที่จะให้จบภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนั้น

อาจขยายเวลาไปเดือนกันยายน

อ้างว่าต้องขอเวลาไปตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ฟังแล้ว ชวนให้ เอ๊ะ อยู่มากเหมือนกัน

หากอ้างว่า เพื่อความรอบคอบ แม้พอกล้อมแกล้มไปได้

แต่คดีนี้ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี กกต.ควรจะมีคำตอบให้สังคมได้แล้ว

ก็หวังว่า การอาจต้องเลื่อน คงไม่ใช่เหตุมาจากการที่ “เหล่าผู้พลีชีพ” ทั้งหลาย “จุดไฟแห่งความสงสัย” แห่งความ “โกง” ลุกโพลงขึ้นมา

ลุกโพลงจนทำให้สิ่งดำมืด สว่างขึ้นมา

ทำให้การเดินตามมติของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง (คณะที่ 36) ที่ลงมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง “ไม่ส่งผู้ต้องสงสัยต่อศาลฎีกา”

เป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคมสูงมาก

ด้วยไปหักล้างมติของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง (คณะที่ 26) ที่เสนอฟันผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย เป็น ส.ว.ชุดปัจจุบัน 138 ราย และกลุ่มผู้จัดตั้ง เครือข่าย หัวคะแนน ตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นอีก 91 ราย ลงอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งหาก กกต.กล้าหาญ ยอมพลีชีพ “ฟอกขาว” ให้กับขบวนการฮั้ว ส.ว.ที่มีพยานหลักฐาน หนักแน่น มากมายมหาศาล เช่นนั้น

7 คณะกรรมการ กกต.อาจเผชิญ “หายนะ” ก็ได้

กกต.จึงต้องเลือกทางเดินที่ “ปลอดภัย” และสังคมยอมรับได้

จะงุบงิบ งึมงำในเงาดำไม่ได้

นี่จึงทำให้อาจต้องเลื่อนเวลาชี้ขาดไปถึง “กันยายน” ก็ได้

แต่ก็คงไม่คาดหวังว่าจะเดินตามมติของอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ที่ลุยฟันผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย

ด้วยมันอาจกระทบกระเทือน “กลุ่มอำนาจ” ปัจจุบัน ที่ว่ากันว่า คนใน กกต.บางคนค่อนข้าง “เกรงใจ” มากเป็นพิเศษ

ฉากทัศน์ของ “คดีฮั้ว ส.ว.” จึงอาจออกมาในรูปแบบส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกา “บางส่วน”

โดยเลือกเฉพาะ “ส.ว.สีน้ำเงินอ่อน” เพื่อรักษา “ส.ว.สีน้ำเงินเข้ม” ที่อยู่ใกล้ชิดอำนาจไว้มากที่สุด

“บางส่วน” ที่ว่านั้น จะประมาณเท่าใด

การคาดหมายของ “อาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ น่าสนใจ

กล่าวคือ ส.ว.ที่อาจต้องเป็นผู้สังเวยชีพ จะอยู่ที่ 66 คน

หรือ 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด ซึ่ง “มาก” ทีเดียว

“มาก” เพื่อให้สังคมเห็นว่า “จัดการ” แล้ว

อย่างไรก็ตาม อาจารย์สิริพรรณหมายเหตุไว้ด้วยว่า ถึงจะ “มาก” แต่ในภาพรวม

“กลุ่มขั้วอำนาจหลัก” ยังคงสามารถ “ประคับประคองสถานการณ์” และกุมอำนาจในสภาสูงเอาไว้ได้

ตัวเลข “ส.ว.สีน้ำเงินอ่อน” ที่อยู่ในข่าย “ถูกสังเวย” ให้พลีชีพ 66 คนอย่าง “แยบยล-แยบคาย” นี้

จึงน่าสนใจ และน่าติดตามว่า การเมืองมิหน่ายเล่ห์ เช่นนี้ จะเฉือนเนื้อให้มี “ผู้ยอมพลีชีพ” ตามจำนวนนี้หรือไม่