สถานีคิดเลขที่ 12 : โกงอย่างไม่น่าเชื่อ
ข่าวการทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นครั้งนี้มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นไม่หยุด
การปล่อยให้ระบบคุณธรรมที่ใช้การสอบเป็นมาตรวัดความรู้เพื่อเข้าสู่ระบบราชการถูกทำลายป่นปี้ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่ออันดับแรก
ผู้คนที่เข้าไปเกี่ยวพันกับการทุจริตซึ่งอยู่ระหว่างการพิสูจน์กันอยู่นี้ก็มากมายไม่น่าเชื่อ
มีทั้งข้าราชการ มีทั้งเอกชน และที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่เป็นไปแล้วคือผู้เกี่ยวพันเหล่านั้นเป็นผู้จัดสอบ
การทุจริตที่เกิดขึ้นมีจำนวนผู้ที่กำลังจะถูกดำเนินคดีหลายพันคน
การทุจริตครั้งนี้กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ
และล่าสุดจากการสดับฟังข่าวสารความคืบหน้าในเรื่องนี้พบว่า พฤติกรรมการโกงได้กระทำไปโดยไม่คำนึงถึงการทำร้ายจิตใจของผู้ที่มีความมุมานะ
กรณีโพสต์ของเหยื่อที่ดีใจอย่างมากหลังจากคณะกรรมการได้ประกาศผลสอบใหม่
“จากอันดับ 132 เป็นอันดับ 1 มือสั่น”
และเมื่อมีผู้เข้าไปแสดงความยินดีและส่งกำลังใจจำนวนมาก
เจ้าของเฟซบุ๊กได้ออกมาขอบคุณ
“ขอขอบคุณทุกๆ คำยินดีของทุกคน ความพยายามตั้งใจเห็นผลแล้ววันนี้ แม้จะช้าแต่ก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ”
เป็นอาการดีใจที่ไม่ต้องบรรยายอะไรอีก
ดีใจเพราะได้เข้ารับราชการตามต้องการ หรือดีใจเพราะได้รับความยุติธรรมกลับคืนมานั้นไม่ทราบได้
แต่หากไม่มีการตรวจพบการทุจริตครั้งนี้ ไม่มีการเอาจริงเอาจังจนมีการพิสูจน์
เธอคงถูกระบบไม่มีคุณธรรมกดทับความรู้ความสามารถไปถึงกว่า 100 อันดับ
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทย
ส่วนคนเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ในอันดับต้นๆ และถูกคัดชื่อออกไปแล้ว เพราะมีพฤติกรรมทุจริตก็ดันมีบรรดาญาติโกโหติกาของผู้มีอำนาจรวมอยู่หลายคน
งานนี้หลังความจริงปรากฏและมีการพิสูจน์ทางคดีแล้ว คงมีหลายคนเสียอนาคต หลายวงศ์ตระกูลต้องเสียชื่อ
อย่างไรก็ตาม การชำแหละขบวนการทุจริตการสอบครั้งนี้ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ เพราะเรายังไม่เห็นบรรดานายหน้าที่รับผิดในการกระทำผิด
ถ้าสืบสวนต่อไปอาจมีเรื่องไม่น่าเชื่อปรากฏออกมาให้เห็นอีก
หากต้องการรักษาระบบคุณธรรมของประเทศเอาไว้ต้องทำให้การทุจริตสอบครั้งนี้เป็นบทเรียน
เป็นบทเรียนแก่หน่วยงานรัฐในการแสวงหาจุดโหว่ แล้วรีบปิดจุดโหว่นั้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในระบบคุณธรรมกลับคืนมา
เป็นบทเรียนแก่หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อใช้ในการป้องและปราบการกระทำทุจริตที่ทำร้ายประเทศ ทำลายระบบ และเอาเปรียบสุจริตชนต่อไป
เป็นบทเรียนแก่ผู้มีพฤติกรรมทุจริตทั้งหลายให้ทราบถึงผลลัพธ์ทั้งทางวินัย ทางอาญา ให้รู้สึกสำนึกถึงการกระทำที่ส่งผลร้ายต่อประเทศ และประชาชน
และเป็นบทเรียนให้กับสังคมได้ทราบถึงพิษร้ายของการทุจริตคอร์รัปชั่นที่กำลังกลืนกินประเทศ
ถ้ายังยอมให้ระบบไร้คุณธรรมดำรงอยู่ต่อไป ทุกคนรวมถึงลูกหลานของทุกคนอาจตกเป็นเหยื่อความทุจริต
เหมือนดังกรณีการโกงสอบครั้งนี้ที่ทำให้คนที่ได้ที่ 1 กลายเป็นคนที่ได้ที่ 132
เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นมาแล้ว
ยังดีที่เรื่องร้ายๆ เช่นนี้ รัฐไทยไล่ตามทัน และลงดาบจัดการ
เป็นห่วงแต่ว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทุจริต แล้วรัฐไทยไม่สามารถจัดการได้
ผลร้ายที่เกิดจากการทุจริตนั้นก็จะกระทบต่อประเทศและประชาชน
อาจจะเกิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ก็เป็นได้
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

