สถานีคิดเลขที่ 12 | ปืนและวิธีคิด โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

14.08.26 | 11:12 น.

ปืนและวิธีคิด – เสียงเปรี้ยงปร้างของการใช้ปืนแก้ปัญหา เกิดขึ้นถี่ยิบในระยะนี้


รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้มีหรือให้ครอบครอง จนถึงจำกัดการพกพาปืนมากขึ้น

มีข่าวจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยว่า นโยบายของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ซึ่งเป็น มท.1 ด้วย สั่งการแล้วว่า จะไม่มีการแจกปืนเป็นรางวัลให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อันเป็นธรรมเนียมของมหาดไทยมาแต่เดิม แต่จะเปลี่ยนเป็นให้สิ่งอื่นที่มีมูลค่าทดแทน อาจจะเป็นเงินสด หรือทำสัญลักษณ์แหนบเข็ม

ขณะที่สื่อรายงานถึงการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส.พบว่า ส.ส.จำนวนหนึ่ง มีปืนกันคนละหลายสิบกระบอก

Advertisement

ยังมีสื่อรายงานโดยอ้าง East Asia Forum องค์กรทางวิชาการในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2560 พลเรือนไทยมีปืนอยู่ในครอบครองสูงที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

กล่าวคือมีจำนวนถึง 10.3 ล้านกระบอก และมีอัตราส่วนปืนต่อประชากร 100 คนสูงที่สุด คือ 15.1 กระบอก

ในปี 2568 มี “กระสุน” จำนวนกว่า 2 แสนนัด ซึ่งตามกฎหมายต้องขออนุญาตจากนายทะเบียน หลุดมาอยู่ใน “ตลาดมืด” กลายเป็น “กระสุนเถื่อน” กระจายขายในหลายๆ จังหวัด

พอมาติดตามข่าวกันจริงๆ จังๆ จะพบว่า อาวุธปืนเข้ามาอยู่ในชีวิตคนไทย และมีบทบาทตัดสินข้อพิพาทต่างๆ อยู่พอสมควร

ในระหว่างที่สงครามเวียดนามยังไม่เลิก รวมถึงการสู้รบในลาวและกัมพูชา ข่าวอาชญากรรมระยะนั้น จะมีข่าวมือปืน เอ็ม 16 หรือมือปืนอาก้า ออกปฏิบัติการอยู่เรื่อยๆ

เพราะระยะนั้น ปืนสงครามและกระสุนหาง่าย หลุดจากสมรภูมิมาจำหน่ายในแวดวงผู้ดำรงชีพด้วยอาชีพมืดๆ หรือแบบใต้ดิน

ทุกวันนี้ โลกก้าวเข้าสู่ยุคออนไลน์ ปืนและกระสุนก็หาซื้อได้จากโลกออนไลน์

แต่ความรุนแรงจากการใช้ปืนไม่ได้ลดลง

เมื่อรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา การเข้มงวดใช้กฎหมายอาวุธปืนก็เป็นหนทางหนึ่ง แต่คงจะแก้ไม่ได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์

ยังจะต้องมีมิติทางสังคม ได้แก่ ปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม ลดค่านิยมการใช้ความรุนแรง การพกปืนเพื่อแสดงอิทธิพล หรือการตัดสินปัญหาด้วยกำลัง

เหตุการณ์ที่โรงเรียนและสำนักงาน อบจ.ใน จ.นนทบุรี ทำให้เห็นว่า เรื่องเร่งด่วน คือ เข้มงวดพื้นที่สาธารณะสถานศึกษา

และที่เป็นข่าวหน้า 1 และเพจต่างๆ บ่อยๆ คือ สถานบันเทิงและงานรื่นเริง ต้องเพิ่มการตรวจค้นหรือใช้เทคโนโลยีคัดกรอง

ต้องใช้ทั้งกฎหมายและมาตรการทางสังคม

สำหรับคนที่จะขอมีปืน การตรวจสุขภาพจิต ประวัติอาชญากรรม ความพร้อมทางอารมณ์ จะข้ามไปไม่ได้

ส่วนปืน 10.3 ล้านกระบอกที่มีอยู่แล้วอาจต้องทบทวนคลังแสงของบุคคลหามาตรการไปขอความร่วมมือ เพื่อลดจำนวนลงมา

จัดระบบขึ้นทะเบียนและตรวจสอบกระสุน ควบคุมการซื้อขายกระสุนปืน เพื่อให้ตรวจสอบที่มาได้ทุกนัด ฯลฯ

แนวทางเหล่านี้เป็นหลักการที่แพรหลายทั่วไป แต่ไม่ค่อยมีผลในทางปฏิบัติ

ถึงเวลาใช้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงนโยบาย และระเบียบกฎหมาย

ที่สำคัญ กฎหมายต้องพึ่งพาได้ บันดาลความยุติธรรมได้จริง ไม่ปล่อยให้เกิดการใช้อุปกรณ์เสาะแสวงหานอกระบบ