สถานีคิดเลขที่ 12 : เสียงหลัง‘กำแพง’
ความเชื่อมั่นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อ “กำแพง” ที่เป็นประหนึ่งปราการ “อันแข็งแกร่ง” ปกป้องรัฐบาล สูงอย่างยิ่ง
สูงขนาดที่นายอนุทินประกาศว่า ใครคิดพุ่งชน เพื่อหวังทลายกำแพง มีแต่เจ็บตัวและหัวโนเท่านั้น
ในนาทีนี้ รัฐบาลจึงดูเหมือนจะรู้สึกปลอดภัย ในกำแพงที่ “ล้อมรอบ” นั้น
แต่ก็อดจะสะกิดเตือนไว้สักนิดว่า อย่ารู้สึก “ปลอดภัย” จนนำไปสู่ “ความประมาท”
แม้กำแพงจะ “ปกป้อง” ให้ปลอดภัย
แต่ควรตระหนักเสมอว่า “กำแพงมีหู ประตูมีตา” การพูดจาหรือทำสิ่งใด ต้องระมัดระวัง
แม้สิ่งที่ทำจะคิดว่าปลอดภัย และเป็นความลับมิดชิดเพียงใด แต่ก็อาจมีคนล่วงรู้และนำมาย้อนเกล็ดให้เป็นภัยด้วย
เมื่อกำแพงมี “หนู” ประตูมี “เน(วิน)” แล้ว ก็ต้องช่วยกันดู เพื่อให้รัฐบาลปลอดภัยจริงๆ
เพราะองค์ประกอบที่ก่อเป็นกำแพงนั้น ว่าที่จริงก็มี รอยรั่ว-รอยร้าว อยู่
อาทิ องค์ประกอบกำแพงที่แข็งแกร่งสุดของรัฐบาลนี้ คือเรื่อง “ชาตินิยม” ที่เดิม คนไทยพร้อมไปไหนไปด้วยกับรัฐบาล โดยเฉพาะกรณี “กัมพูชา” นั้น
ปรากฏว่านับวันคำถามเรื่องแก้ปัญหากัมพูชาดังขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยที่เคยรู้สึกว่าเรา “รุก” ด้วยภาวะที่เหนือกว่านั้น
เอาเข้าจริง บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศเรากลับต้องวิ่งแก้เกมของกัมพูชาในหลายเรื่อง
จึงนำมาสู่ความสงสัยว่า เราคือฝ่ายรุกจริงหรือ
ด้วยความสงสัยนี้ อาจทำให้รัฐบาลไม่สามารถใช้เรื่องนี้เป็น “จุดแข็ง” ทำให้คนไทยเดินตามอีกก็ได้
และไม่ใช่เรื่องกัมพูชาเท่านั้น เรื่องเมียนมาที่รัฐบาลปูพรมแดงรับ “มิน ออง ไลง์”
ก็มิใช่การรุก ที่ได้การตอบรับในเชิงบวก ตรงกันข้ามเราถูกมองเป็นลูกไล่ของเมียนมาหรือไม่
ต่อมาเลเซียที่เชื่อมโยงมาถึงปัญหาเรื่องภาคใต้ของเรา ก็ดูไม่คืบหน้า ความรุนแรง ความสูญเสีย ยังเกิดกับฝ่ายรัฐตลอด
ขณะที่เราอวดความเป็นมหามิตรกับจีน-สหรัฐ
เอาเข้าจริง ทั้งสองมหาอำนาจก็ไม่ได้รักเรา เท่ากับรักผลประโยชน์ของเขา
ด้วยนานาปัญหาข้างต้น ทำให้อิฐ “ชาตินิยม” ที่ร่วมก่อเป็นกำแพงป้องรัฐบาล นับวันเริ่มลดความแข็งแกร่งลงเรื่อยๆ
เช่นเดียวกับอิฐ “การเมือง” ที่เดิมดูแข็งแกร่ง
แต่เพียง 4 เดือนกว่า พรรคภูมิใจไทยที่ว่าเป็นเอกภาพ กลับปรากฏข่าว “รอยร้าว” ขึ้นโดยเฉพาะระหว่าง “น-น-พ”
แม้จะมีความพยายามลบภาพรอยร้าว
แต่ก็ไม่ง่ายและไม่จบ มีข่าวพิสดารหลุดออกมาเรื่อยๆ
แถมยังร้าวไปถึงความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
เมื่อเกิดข่าวรวมขั้วใหม่ “แดง-เขียว-ส้ม” ขึ้นมา
ซึ่งแม้เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น แต่แวดวงการเมืองก็ตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างคึกคัก
สะท้อนถึงภาวะไม่มั่นคงอะไรบางอย่าง
เช่นเดียวกับอิฐอีกก้อนที่เสริมความแข็งแกร่งเป็นกำแพงให้รัฐบาล “พิง” คือ ส.ว.นั้น
ปรากฏว่ากรณี “โกง ส.ว.” นับวันหลักฐานยิ่งมัดแน่น
ซึ่งไม่ใช่กระทบต่อสถานะของ ส.ว.อย่างหนักเท่านั้น
แต่ลากโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทยมากยิ่งขึ้นทุกที
แถมองค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่ว่ากันว่าก็เป็นอิฐอีกก้อนหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลนี้ ก็ถูกท้าทายอย่างหนัก ว่าจะทะลุข้อกล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ออกไปอย่างไร
นี่เป็นเพียงบางตัวอย่าง ที่สะท้อนว่า กำแพงที่แข็งแกร่งนั้นมีรอยร้าวให้เห็นเต็มไปหมด
ยังไม่รวมปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาทุจริต ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างกรณี “ปืน” ที่เชื่อมโยงไปสู่ความรุนแรงในสังคม ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลไม่หยุดยั้ง
ปรากฏการณ์นี้ แม้จะมีเสียง “เพลง” โชว์ความสบายใจ ดังมาจากหลังกำแพงอยู่
แต่ฟังดีๆ อาจสัมผัสภาวะผิดคีย์แฝงอยู่ด้วย!?!



