ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่กัดกร่อนการพัฒนาประเทศ แพร่ขยายไปเกือบทุกแวดวง สะท้อนผ่านข่าวการเข้าจับกุม ดำเนินคดีขบวนการทุจริตในหลายเรื่อง
นับเฉพาะที่ปรากฏผ่านหน้าสื่อ มีทั้งกรณี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) นำเปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง”
เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดงเพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ มีเจ้าหน้าที่รัฐของสำนักงานเขตดินแดงร่วมมือกับนายหน้าชาวเมียนมา
ดำเนินการออกบัตรประจำตัวโดยมิชอบ มีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าวกว่า 1,300 ราย
นอกจากนี้ยังมีกรณี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ จ.สกลนคร ติดตามกรณีมีนายหน้าคนไทยนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของชาวบ้านไปให้ชาวต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัท กลายเป็นปัญหานอมินีเปิดช่องให้ต่างชาติเข้าสวมสิทธิประกอบธุรกิจโรงแรมและที่พักต่างๆ ในพื้นที่ กระจายไปในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี
จากข้อมูลของ มท.2 ลงพื้นที่ตรวจสอบจำนวนนิติบุคคลบนเกาะสมุยทั้งหมดประมาณ 12,000 แห่ง พบว่ามีบริษัทที่เข้าข่ายต้องสงสัยถึงประมาณ 8,000 แห่ง
โดยกรมที่ดินตรวจสอบพบว่า มีบริษัทที่ถือครองที่ดินในอำเภอสมุยจำนวนทั้งสิ้น 3,892 บริษัท ในจำนวนนี้มี 138 บริษัท ที่ตรวจสอบพบความผิดชัดเจนว่าครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย
มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทย หรือเป็นบริษัทต่างชาติโดยชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่ครอบครองที่ดินและเข้าข่ายต้องสงสัยว่าจะเป็นนอมินีอีกถึง 2,579 บริษัท
นั่นเป็นข้อมูลบางส่วน แค่พื้นที่ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ยังไม่นับรวมพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ที่มีการเปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีและโรงแรมผิดกฎหมายในพื้นที่
พบการประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนปัญหาด้านระบบความปลอดภัยของอาคาร รวมทั้งเมื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบางกิจการยังพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายนอมินี
ปล่อยปละละเลย หรือว่ามีการรับผลประโยชน์กันจนเป็นเรื่องปกติ ถึงขั้นมีนายหน้ากล้าโทรมาเคลียร์ มท.2 เพื่อแลกกับไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่เข้าข่ายนอมินี ทั้งที่ห้วยขวาง และ จ.ภูเก็ต
นอกจากนี้ยังมีกรณีการตรวจสอบขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (มท.) มีผู้เกี่ยวข้อง 5,925 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
เขย่าความน่าเชื่อถือ การจัดสอบบรรจุเข้ารับราชการของกระทรวงมหาดไทย และอาจมีอีกหลายหน่วยงานในกระทรวงอื่นๆ ด้วยหรือไม่
ทั้งหมด ทั้งมวล วงจรการทุจริตคอร์รัปชั่นในแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ล้วนมีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะผู้ถือกฎหมาย มีอำนาจออกใบอนุญาต อนุมัติ การจดตั้งสถานประกอบการต่างๆ
การเข้า-ออกประเทศไทย ตลอดจนการอนุมัติ บรรจุแต่งตั้งข้าราชการในส่วนงานต่างๆ
หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ร่วมมือด้วย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นย่อมจะเกิดขึ้นไม่ได้
เมื่อรัฐบาลจะเดินหน้าปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้เป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานการตรวจสอบการทุจริตยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ในการปราบโกง
ผลการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ผ่านตัวชี้วัดต่างๆ ที่จะออกมานับจากนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงจังของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อการล้างโกงทั้งระบบของประเทศ
จตุรงค์ ปทุมานนท์

