รัฐสภาจะเปิดสมัยประชุมสามัญที่สองของปี 2569 ในวันที่ 25 ส.ค.นี้
มีเรื่องใหญ่ๆ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 และไฮไลต์อย่างการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ภาพรวมของประเทศในปีนี้ ไม่แจ่มใสนัก ถ้าใช้ภาษาศิลาจารึก คงเป็นลักษณะ ประชาหน้าหมอง การครองชีพไม่สะดวก เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ด้วยปัจจัยใหญ่จากสงครามในตะวันออกกลาง และปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศเอง เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขกันหลายมิติ
ส่วนในเชิงสังคมและการเมือง มีข่าวคราวและเรื่องราวที่ท้าทายนโยบายหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลเกิดขึ้นหลายเรื่อง
หลายเรื่องยังค้างคา ไม่มีข้อยุติ แต่ก็มีการคาดหมายและคาดการณ์บทสรุปและบทจบของเรื่องเหล่านี้อยู่
เรื่องใหญ่ๆ เด่นๆ อย่างการทุจริตโกงสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องกระทบใจผู้คนทั้งประเทศ
คนไทยชอบส่งลูกหลานเรียน และเชื่อในการสอบเข้าเป็นราชการ ถือเป็นงานที่มั่นคงและมีเกียรติ แล้วเกิดเหตุการณ์ตำรวจลุยจับการแก้กระดาษคำตอบแบบคาหนังคาเขา เป็นเรื่องช็อกความรู้สึกของผู้คน
รัฐบาลก็ดูเข้าใจเรื่องนี้ เกิดการสะสางใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย ขณะที่สื่อเดินหน้าเสนอข่าว ทำให้เห็นเครือข่ายของการทุจริตที่กว้างขวางและลึกลงไปในระบบของกระทรวงเบอร์ต้นของประเทศ
คดีนี้มีความอ่อนไหว บทสรุปต้องคิดกันให้ดีเพราะเดิมพันด้วยความเชื่อถือของประชาชน ต่อรัฐบาลและระบบราชการ
ก็ยังดี ที่ยังมีการทำงานจริงจังของรัฐมนตรีอีกหลายคนหลายกระทรวง หรือมหาดไทยเอง อย่าง พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ที่ติดตามปัญหาต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยผิดกฎหมายตามพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ
การละเลยของข้าราชการที่ไม่รักษากฎหมาย หรือโอนอ่อนไปกับการกระทำผิด ทำให้ต่างชาติเข้ามายึดโอกาส ยึดทรัพยากร ได้กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจ และมีผลทางสังคมต่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะละเลยไปกับราชการบางกลุ่มไม่ได้
อีกเรื่องคือ คดีฮั้ว ส.ว.ที่ฝ่ายค้านเปิดเวทีเติมข้อมูลเป็นรายสัปดาห์ คาดว่า กกต.จะสรุปเรื่องส่งศาลในปลายเดือนนี้ และเกิดการคาดหมายผลไปในทิศทางต่างๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่กระทบต่อความคิดความรู้สึกของประชาชน
หลังจากเกิดปัญหาเหล่านี้ สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใครได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น วิพากษ์วิจารณ์ไปถึงรัฐธรรมนูญปราบโกงว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ทั้งที่มีประชามติออกมาแล้วว่าต้องแก้ไขยกร่างใหม่
แต่เฉพาะหน้านี้ คือรอดูว่า ผลสอบสวนจะนำพาเรื่องราวเหล่านี้ไปสู่จุดไหน
ทั้งหมดนี้ อยู่บนความคาดหมายและคาดหวังว่า รัฐบาลและภาคราชการ ควรจะต้องดำเนินการตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา
ไม่อย่างนั้นปัญหาอาจขยายกลายเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้หรือควบคุมได้ยาก
และเวทีสภาใน 2-3 เดือนต่อไปนี้ อาจได้รองรับปัญหาเหล่านี้แบบเดือดๆ แน่นอน

