ฝั่งอนุรักษ์ – ไม่ใช่แค่พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ หรือองค์กรเอ็นจีโออย่างไอลอว์ ที่ออกมาเดินเครื่องตรวจสอบ เปิดเผยข้อมูล และไล่บี้เรื่องคดีฮั้ว ส.ว. อย่างจริงจังต่อเนื่องเป็นระบบ
จนกระทบไปถึงองค์กรอิสระ เช่น กกต. แล้วกระเทือนไปถึง “ระบอบอำนาจสีน้ำเงิน”
แต่ล่าสุด เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ยังมีสุ้มเสียงน่าสนใจในทำนองเดียวกัน ต่อปรากฏการณ์เดียวกัน ดังออกมาจาก “ผู้หลักผู้ใหญ่” ที่อาจถูกจัดอยู่ในฟาก “อนุรักษนิยม” หลายคน ได้แก่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” “วิชา มหาคุณ” และ “วัส ติงสมิตร”
คงไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาที่ทั้งสามท่านกล่าวถึง ณ ที่นี้ เพราะสำนักข่าวจำนวนมากน่าจะรายงานกันไปหมดแล้ว ส่วนไลฟ์สดหรือคลิปวิดีโอให้ดูย้อนหลังแบบเต็มๆ ก็มีเผยแพร่กันอยู่
แต่คำถามน่าสนใจสั้นๆ ประการเดียว ที่ต้องขบคิดกันต่อนั้นอยู่ที่ว่า อาจารย์บวรศักดิ์ อาจารย์วิชา อดีตผู้พิพากษา (และอดีตประธาน กสม.) วัส กำลังส่งเสียงของพวกตนไปถึงใคร? หรืออยากพูดเรื่องดังกล่าวให้ใครฟังบ้าง?
เมื่อใครสักคนสักกลุ่มออกมาพูดจาใน “พื้นที่สาธารณะ” นอกจากคำถามว่าผู้พูดเป็นใคร? เนื้อหาที่เขาสื่อสารคืออะไรแล้ว? ปริศนาที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ พวกเขาอยากสื่อสารเรื่องที่พูดไปถึงใคร?
ถ้าผู้พูดเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่ต้องการคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชน กลุ่มเป้าหมายแรกที่พวกเขาต้องการสื่อสารด้วย ย่อมต้องเป็นผู้คนพลเมืองในสังคม
หากผู้พูดคือ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” แห่งไอลอว์ และเหล่ามิตรสหายจากองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งต้องทำงานทางความคิด สร้างเครือข่าย และขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมการเมืองต่างๆ ผ่านภาคประชาสังคม เป้าหมายหลักที่พวกเขาอยากพูดคุยด้วย ก็ต้องเป็นประชาชนเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของสามผู้อาวุโส เช่น บวรศักดิ์ วิชา และวัส กลับมีรายละเอียดอันผิดแผกแตกต่างออกไป เพราะด้วยสถานภาพ-บทบาทปัจจุบันของบุคคลเหล่านี้ พวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับประชาชนวงกว้างขนาดนั้น
ทว่า สถานะ รากฐานความคิด และตำแหน่งแห่งที่ ที่สั่งสมมาตั้งแต่ครั้งอดีต ย่อมส่งผลให้เสียง คำเตือน ตลอดจนความวิตกกังวลของพวกเขา ดูจะมี “น้ำหนักไม่น้อย” ต่อ “เครือข่ายทางอำนาจ” ที่กำลังปกครองสังคมไทยอยู่
ไม่แน่ใจว่ารัฐบาล เสียงส่วนมากในสภาผู้แทนราษฎร เสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา จำนวนมือกว่าครึ่งค่อนในองค์กรอิสระ ที่บางคนพยายามนิยามว่าเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” จะรับฟังคำเตือนของบวรศักดิ์-วิชา-วัส หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน?
ไม่แน่ใจว่าบรรดาบุคลากรใน “ระบบราชการ” ทั้งพลเรือนและเหล่าทัพ ที่ได้รับฟังความห่วงใยจากผู้ใหญ่ฝั่งอนุรักษ์สามคนนี้ จะรู้สึกอย่างไร? และเก็บอะไรไปครุ่นคิดต่อบ้าง?
(โดยยังไม่ต้องถามว่า ตอนนี้ “ระบบราชการ” เปลี่ยนแปลงสั่นคลอนไปแค่ไหน? เมื่อตำแหน่งผู้นำเบอร์หนึ่งของหลายๆ หน่วยงาน ถูกเสียบยอดด้วยคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งเหลืออายุราชการอีกหลายปี และไม่จำเป็นต้องอยู่ในเครือข่ายศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยรัฐหรือโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการแบบเดิมอีกแล้ว)
ไม่แน่ใจว่าเมื่อองคาพยพสำคัญส่วนอื่นๆ ใน “รัฐพันลึกแบบไทยๆ” ได้ฟังบวรศักดิ์-วิชา-วัส แล้วจะประเมินสถานการณ์การเมืองในอนาคตอันใกล้และไกลอย่างไร?
พวกเขายังพึงพอใจต่อ “ฉากหน้าของรัฐไทย” ในปัจจุบันอยู่มากน้อยแค่ไหน? และคิดคำนวณไว้หรือยังว่า จะต้องเปลี่ยน “ฉากหน้า” ดังกล่าวเมื่อไหร่? ด้วยวิธีการใด?

