สถานีคิดเลขที่ 12 : ฉากต่อฮั้วเลือกส.ว.

16.09.26 | 13:18 น.

คำร้องฮั้วเลือก ส.ว. ได้บทสรุปผ่านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา หลังใช้เวลาตั้งแต่ชั้นรับคำร้อง ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนกว่า 1 ปี 8 เดือน


มีผู้ถูกร้องรวม 427 คน ในที่สุด กกต.มีมติเสียงข้างมาก เห็นควรส่งฟ้องและดำเนินคดีอาญา ผู้ถูกกล่าวหา 77 คน ต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง

ในจำนวนผู้ถูกกล่าวหา 77 คน แบ่งเป็น 1.สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 26 คน 2.กลุ่มผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. 36 ราย และ 3.บุคคลอื่น 15 ราย

ซึ่ง 77 คน ที่อยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหา ทั้งในส่วนของ ส.ว.น้ำเงินเข้ม เครือข่ายบุคคลใกล้ชิดฝ่ายการเมือง กลุ่มโหวตเตอร์ ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง จะมีคำพิพากษา

Advertisement

ขั้นตอนต่อไปของคดีฮั้วเลือก ส.ว. สำนักกฎหมายและคดี จะนำการลงมติในคดีดังกล่าวของ กกต. มาเขียนเป็นโครงร่างคำฟ้องและโครงร่างคำวินิจฉัย เพื่อจัดทำเป็นคำวินิจฉัยกลาง ภายใน 60 วัน

เมื่อสำนักกฎหมายฯยกร่างเสร็จ ต้องส่งให้กรรมการ กกต. 7 คนลงนามกำกับ คำวินิจฉัยกลาง ที่เสร็จสมบูรณ์ และยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ตามกรอบเวลา 60 วัน

ส่วนขั้นตอนในการพิจารณาคดีของศาลฎีกา ไทม์ไลน์จะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคำร้อง เพื่อพิจารณารับหรือไม่รับคดี

ซึ่งศาลต้องพิจารณาตรวจคำร้องจาก กกต.ว่า ทำถูกต้องตามกฎหมาย และมีองค์ประกอบความผิดครบเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 หรือไม่

จากนั้นศาลจึงจะมีคำสั่งว่าจะรับหรือไม่รับฟ้อง หากไม่รับฟ้อง คดีจะเป็นอันตกไป ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น ส.ว. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

กรณีที่ศาลรับฟ้อง ส.ว.ทั้ง 26 คน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลประทับรับฟ้อง ไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือเว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

โดยกรอบเวลาที่ศาลฎีกา คดีฮั้วเลือก ส.ว. อาจจะราว 6 เดือน หรือใช้เวลามากกว่า 1 ปี เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาถึง 77 คน แยกแยะตามฐานความผิดที่ กกต.ยื่นฟ้องในแต่ละบุคคล

ขณะที่การพิจารณาในชั้นศาลฎีกา เป็นระบบไต่สวน ต้องพิจารณาพยาน หลักฐาน รวมทั้งมีอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย ก่อนจะมีคำพิพากษา

อีกทั้งแม้ศาลฎีกาจะรับฟ้อง และสั่งให้ 26 ส.ว. ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน

ย่อมไม่ส่งผลต่อการทำหน้าที่ของ ส.ว.ที่เหลืออยู่ เนื่องจากยังมี ส.ว.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 174 คน จากทั้งหมด 200 คน ซึ่งยังเป็นจำนวนที่เกินกึ่งหนึ่งของ ส.ว.ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้

ทั้งการทำหน้าที่กลั่นกรอง พิจารณาร่างกฎหมายสำคัญๆ ที่สภาจะส่งต่อมาให้พิจารณา รวมทั้งการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าทำหน้าที่องค์กรอิสระ

ซึ่งยังมีกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ว่างอยู่อีก 1 ตำแหน่ง ทดแทนนายประภาศ คงเอียด กรรมการ ป.ป.ช. ที่เสียชีวิต

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง และพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อ คือ การเดินหน้าเอาผิด กกต.ในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

รวมทั้งความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 69 ฐานไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก ส.ว. ทั้ง 427 คน

ฉากจบในคดีฮั้วเลือก ส.ว. ยังคงต้องใช้ระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 1 ปี ทั้งในส่วนผู้ถูกกล่าวหา 77 คน และ “7 กกต.” ที่จะต้องไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์กันตามกระบวนการยุติธรรม

จตุรงค์ ปทุมานนท์