สถานีคิดเลขที่ 12 : ลุ้นกม.ใหม่สกัดโกงสอบ
การสะสางคดีโกงสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ลากยาวมากว่า 4 เดือน นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพักใน จ.นนทบุรี จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา
จนถึงขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเรียกบรรจุข้าราชการแทนกลุ่มทุจริตถูกเพิกถอนสิทธิกว่า 4,000 คน
ในทางคดียังต้องติดตามการขยายผลตรวจสอบดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการ จะไปสุดถึงจุดไหน หรือปิดจบกันแค่นี้
เพราะในรายชื่อผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้วกว่า 10 ราย มีเพียง “อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.).” ที่มีตำแหน่งใหญ่สุด
ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม รัฐบาลจะวางแนวทางและมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำอีกในอนาคตอย่างไร
โดยเฉพาะการอุดช่องโหว่ของระบบที่จะนำไปสู่การทุจริตสอบข้าราชการ
แนวทางหนึ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดล่าสุดได้เห็นชอบ คือ “ข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ” ตามที่คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต หรือ “คตท.” เสนอ
และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และสำนักงาน ก.พ. นำหลักการของข้อเสนอดังกล่าวความเห็นนี้ไปประกอบการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมาย
“คตท.” ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ
ส่งผลให้การป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ยังไม่ครอบคลุมและมีข้อจำกัด จึงเห็นสมควรกำหนดมาตรการและจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดฐานความผิดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบทลงโทษที่เหมาะสม
โดยมีข้อเสนอ 6-7 แนวทาง ยกตัวอย่างเช่น 1.กำหนดให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นความผิดอาญา
2.ให้สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่มีอำนาจจับกุม มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ด้วย
3.ผู้ใดกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ให้ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำทุจริต และให้ตัดสิทธิเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง
4.ในกรณีผู้กระทำความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ให้ไล่ออกจากราชการ และต้องรับโทษหนักขึ้นอีกเท่าหนึ่ง
ทั้งหมดนี้มีความคาดหวังว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรภาครัฐให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
การกำหนดฐานความผิด กลไกการบังคับใช้กฎหมาย และบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง อันจะช่วยลดโอกาสการทุจริตสอบแข่งขัน ป้องกันการกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการ และสร้างกลไกป้องปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจต่อระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงาน ก.พ.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. …
หลักการสำคัญ การกำหนดความผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุในหน่วยงานรัฐให้มีความชัดเจนมากขึ้น
ตัดสิทธิผู้กระทำความผิดเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตลอดชีวิต
ให้ผู้รับจ้างจัดสอบที่ปล่อยปละละเลยหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดสอบบรรจุใหม่ รวมทั้งชดใช้ในกรณีทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
อีกทั้งยังกำหนดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและมีมาตรการคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแส
ทั้งข้อเสนอของ คตท. และการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสกัดกั้นการทุจริตสอบบรรจุภาครัฐ
แต่ยังมีปัจจัยสำคัญในการบังคับใช้อย่างจริงจัง และไม่เลือกปฏิบัติด้วย

