วันศุกร์ที่ 25 กันยายน ต่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ระหว่างนั่งมองสายฝนและนั่งฟังเสียงฝนที่โปรยกระหน่ำอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน สลับกับการติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร รวมถึงอีกหลายจังหวัด โดยแทบไม่มีความเชื่อมั่นและไม่กล้าฝากความหวังไว้กับ “รัฐไทย” เหมือนที่หลายๆ ท่านรู้สึก
ก็พลันนึกถึงบทเพลงเพลงหนึ่ง ซึ่งประพันธ์และขับร้องโดย ชุมพล เอกสมญา เมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว
นั่นคือเพลง “ฝนตกใส่แสงจันทร์”
ด้วยความที่ชื่นชอบเพลงดังกล่าวเป็นการส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำร้องที่มีเนื้อหาสละสลวยชวนขบคิดตีความประหนึ่งบทกวีชั้นดี จึงขออนุญาตคัดลอกเนื้อหาบางส่วนของเพลง “ฝนตกใส่แสงจันทร์” มานำเสนอไว้ ณ พื้นที่นี้
“ฝนตกใส่แสงจันทร์ โปรยละอองหวานเศร้าในคืนอันยาวนาน
ฝนตกใส่แสงจันทร์ ให้หวนคำนึงถึงเพื่อนผู้ห่างไกล
เราต่างใครต่างคนล้วนเป็นหนี้ความหวัง เมื่อหวังสิ่งใดก็เป็นหนี้สิ่งนั้น
แต่หวังของเธอคืออยากเห็นบ้านเมืองดีงาม และหวังของเราเปี่ยมล้นด้วยใจเป็นธรรม
คืนนี้ฝนยังตกใส่แสงจันทร์ ฝนตกใส่แสงจันทร์อีกครั้ง
ฤดูหนาวเดินทางมาไกลไกล แผ่ซ่านเยียบลึกเย็นลงไปถึงเยื่อกระดูก
โอ้ กันยายน กันยายนจะผ่านพ้นไป กันยายนกำลังจะถูกเปลี่ยน
เปลี่ยนไปเป็นความหวานของลูกขนุน ใจต่างใครต่างเราก็มีความหมาย
สักครั้งหัวใจที่ตรงความจริง สักหนปล่อยวางไว้ตามเป็นจริง
ฝนตกใส่แสงจันทร์
@#$%&*!
@#$%&*!
คุณไม่เคยแคร์ คุณไม่เคยสนใจ
คุณไม่เคยรับฟัง จะฟังเสียงของคนเดือดร้อน
คุณไม่เคยแคร์ คุณไม่เคยเห็นใจ
คุณไม่เคยสนใจ จะฟังเสียงของคนเดือดร้อน
@#$%&*!”
หลายท่านอาจนึกสงสัยว่า “ข้อความ-เครื่องหมายแปลกประหลาด” ที่ผมใส่เข้ามาในเนื้อร้องของเพลง “ฝนตกใส่แสงจันทร์” นั้นคืออะไร?
ขอสารภาพว่า แท้จริงแล้ว ผมนำเอา “ข้อความประหลาด” ข้างต้น มาใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อแทนคำร้องส่วนสำคัญที่สุด เนื้อหาส่วนที่แหลมคม-เป็นอมตะที่สุด และถือเป็นท่อนฮุกของเพลงเพลงนี้
ส่วนท่อนฮุกดังกล่าวจะร้องว่าอย่างไรบ้าง คงต้องรบกวนให้ท่านผู้อ่านที่สนใจ ลองไปเสิร์ชหาเพลง “ฝนตกใส่แสงจันทร์” ทางยูทูบ
แล้วเมื่อท่านมีโอกาสรับฟังเพลงตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ย่อมตระหนักได้ทันทีว่า “@#$%&*!” หมายถึงอะไร

