สถานีคิดเลขที่ 12 | 50 ปี 6 ตุลาฯ 2519 โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

2.10.26 | 11:30 น.

50 ปี 6 ตุลาฯ – ปีนี้ 2569 เหตุการณ์ “6 ตุลาฯ 2519” เป็นเหมือนอดีตกาลที่ไกลโพ้น เหมือนจะหลุดๆ หลงๆ จากความทรงจำไปแล้ว


ในแง่ความทรงจำของคนคนหนึ่ง อาจรางเลือนไปบ้างแต่ความทรงจำของสังคมยังทำงานจริงจัง โดยมี “ตัวช่วย” ให้ไม่ลืมอีกมากมาย

ทั้งความสนใจใฝ่รู้ของคนรุ่นใหม่ และยังงอกงามด้วยการค้นคว้าหาคำตอบของคนรุ่นหลัง ที่มากับคำถามใหม่ๆ และวิธีการที่เปิดพรมแดนใหม่ๆ ให้กับเรื่องราวจาก 50 ปีก่อน

ปีนี้ สำนักพิมพ์มติชน มีหนังสือเกี่ยวกับ 6 ตุลาฯ 2519 ออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ “สหายหญิงปฏิวัติ” ผลงานของ “ธัญญพร มากคง”

Advertisement

เป็นหนังสือที่ปรับปรุงจากวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พาคนอ่านออกจากฉากหลักของ 6 ตุลาฯ ไปยังพื้นที่อื่นที่เป็นผลกระทบโดยตรงของเหตุการณ์

โดยโฟกัสไปที่บทบาทของผู้หญิงในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ “เขตงาน พัทลุง-ตรัง-สตูล” ในภาคใต้ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของสังคมภายนอกในยุคนั้น

ผู้สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทย การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มความคิดสำคัญ หนังสือเล่มนี้จะทำให้เห็นภาพของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ และผลที่ตามมาหลังจากนั้นได้ชัดเจน และมีชีวิตชีวามากขึ้น

โดยเฉพาะนักศึกษาประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และกลายเป็น “สหายหญิง” ตามชื่อหนังสือ

หนังสือเล่มนี้ สำนักพิมพ์มติชนจัดเป็นชุดหนังสือวาระครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ ในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ปี 2569 ที่จะเกิดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่าง 23 ต.ค. ถึง 1 พ.ย. ปีนี้

มี 3 เล่มด้วยกัน ได้แก่ “สหายหญิงปฏิวัติ โดย ธัญญพร มากคง” ข้างหลังภาพ 6 ตุลาฯ: จากภาพถ่ายสู่ความรุนแรงใต้เงาอนุรักษนิยม โดย บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และ “คนเดือนตุลา: อำนาจและรอยแตกร้าวในการเมืองไทยร่วมสมัย / The Rise of the Octobrists in Contemporary Thailand” โดย ศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล

บวกกับอีกเล่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ คือ หนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงันฯ” ของ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล

ผู้สนใจ อาจจะหาหนังสือเหล่านี้ได้จากร้านหนังสือที่ทุกวันนี้เหลือไม่มาก หรือจะสั่งซื้อจากมติชน หรือรอไปเดินซื้อในงานมหกรรมหนังสือฯ ที่ศูนย์สิริกิติ์ ปลายเดือนตุลาฯนี้ก็ได้

วาระ 50 ปีของ 6 ตุลาฯ ปีนี้ เวียนมาถึงขณะที่บ้านเมืองกำลังวุ่นๆ ด้วยสภาพน้ำท่วม ระลอกแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ 24 ก.ย.

ขณะนี้ ณ วันที่ 1 ต.ค. น้ำบางส่วนระบายออกไปแล้ว บางส่วนยังท่วมหลายเขตทางโซนตะวันออกของ กทม.อยู่

การรับมือของภาครัฐ มีปัญหา โดยเฉพาะการเตือนล่วงหน้า ทำให้มวลน้ำมาถึงบ้านเรือนประชาชนและถนนหนทางอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทรัพย์สินเสียหาย รถราจมน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นที่ย่ำแย่

เป็นสภาพที่คล้ายกับที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2568

เมื่อเริ่มต้นไม่ดี ต้องรีบตั้งหลักให้ได้ จัดระบบช่วยเหลือประชาชนที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา

และต้องเตรียมการสำหรับน้ำเหนือ น้ำหนุนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา โดยมีสถานีสุดท้ายอยู่ที่ กทม.และพื้นที่รอบๆ

เฉพาะรอบแรกเมื่อปลายเดือน ก.ย. เสียหายวินาศขนาดไหน ยังรอรวบรวมตัวเลข

ก็ต้องหวังว่า รอบใหม่ต้นเดือน ต.ค.เป็นต้นไป ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและ กทม. จะรับมือสถานการณ์ได้

น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่น่าจะจัดระบบหรือลงทุนให้เกิดโครงสร้างมารับมือได้

ระบบที่ว่านี้ คิดกันมาตั้งแต่ปี 2554 จากน้ำท่วมใหญ่ในรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เวลาผ่านไป 15 ปี สภาพการเมือง เศรษฐกิจของประเทศ ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดโครงสร้างที่ว่าอย่างเต็มระบบ

น้ำท่วมจึงยังเป็นประสบการณ์ และความทรงจำที่มีการอัพเดตเพิ่มเติมเข้ามาทุกปี และทุกปี