โอกาสเวที ‘IMF-เวิลด์แบงก์’

7.10.26 | 09:57 น.
โอกาสเวที 'IMF-เวิลด์แบงก์'

โอกาสเวที ‘IMF-เวิลด์แบงก์’


นับถอยหลังประเทศไทย โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทุกฝ่ายตั้งแต่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ตลอดจนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเตรียมการพร้อมกับการจัดการประชุมดังกล่าวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

Advertisement

โดยมีผู้นำเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ และนักลงทุนต่างประเทศกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นในประเทศครั้งนี้ 5,000-10,000 ล้านบาท

นอกจากความเชื่อมั่นและประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยกับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมไอเอ็มเอฟ และเวิลด์แบงก์ ซึ่งเปรียบเสมือน “โอลิมปิกการเงินโลก” ครั้งนี้

สิ่งที่รัฐบาลไทยควรใช้โอกาส นำเสนอจุดยืน จุดแข็ง ศักยภาพ ผ่านการประชุมทางการเงินระดับโลกครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ผ่านแนวทางดังที่ “เอกนิติ” ระบุไว้ว่า ในโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และสงครามเศรษฐกิจและการค้า สิ่งที่ภูมิภาคของเราต้องการมากที่สุด คือ “ตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ” (Trusted Connectors)

ผ่านการประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ 2026 จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ไทยจะใช้เป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือ นวัตกรรม และเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก เข้ามาเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจไทยและอาเซียนให้เข้มแข็ง

ซึ่งจะไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเลขการลงทุนหรือการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่คือการสร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและส่งผ่านประโยชน์ไปถึงประชาชนทุกคน

การเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปักหมุดประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเงิน การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน

ผลลัพธ์จากการหารือและเครือข่ายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นตลอดการประชุม จะถูกนำมาต่อยอดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย เสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สอดคล้องกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เน้นย้ำถึงโอกาสและเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ด้วยว่า ความตั้งใจไม่ได้จบลงเพียงแค่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

แต่สิ่งที่กำลังสร้างในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูป การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างความร่วมมือ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

เชื่อว่าระบบการเงินที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง

แต่ยังเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ดึงดูดการลงทุน และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ

การจัดประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ 2026 ที่ไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเป็นครั้งที่สอง ในรอบ 35 ปี นับจากปี 2534 ในรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน

มากกว่าการเป็น “เจ้าภาพ” คือ โอกาสและการต่อยอด ของรัฐบาลไทยผ่านเวทีการประชุมการเงินระดับโลกครั้งนี้