การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมหรือ “บอร์ดประกันสังคม” ปี 2569 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา
เป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์หลัง “ผู้ประกันตนและนายจ้าง” ออกมาใช้สิทธิอย่างถล่มทลาย 1,003,615 คนทั่วประเทศ
ตัวเลขเพิ่มขึ้นราว 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเพียง 1 แสนกว่าคนเท่านั้น
ชัยชนะของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ซึ่งกวาดเรียบ 14 ที่นั่ง
ทั้งในสัดส่วนผู้ประกันตน 7 ที่นั่ง และฝ่ายนายจ้าง 7 ที่นั่ง
เป็นตัวแทนเข้าไปเป็นบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ร่วมกับกรรมการในตำแหน่งอีก 7 คน
ย่อมอยู่บนความคาดหวังอย่างสูงของ “ผู้ประกันตน” ทั่วประเทศ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อนประกันสังคม ไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น
หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจง การเปิดประชุมบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ครั้งแรกอาจเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
โดยคาดการณ์ว่าขั้นตอนการรับรองผลการ การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับเลือกตั้งในลำดับที่ 1-7 ของทั้งสองฝ่ายจะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วสุดภายใน 30 วัน
บอร์ดประกันสังคม ถือเป็นกลไกหลักในการกำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน
มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการด้านการประกันสังคม
รวมถึงให้ความเห็นในการตราพระราชกฤษฎีกา การออกกฎกระทรวง และระเบียบ เพื่อบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม
ในปีที่ผ่านมา “สำนักงานประกันสังคม” ถูกตั้งคำถามมากมาย ถึงประสิทธิภาพการบริหารกองทุนประกันสังคม ตลอดจนข้อสงสัยในปัญหาธรรมาภิบาล
น่าสนใจว่า “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับนโยบายของ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้เสนอ 77 นโยบายเพื่อปฏิรูปประกันสังคม ยกระดับสวัสดิการ และการแก้ปัญหาการทุจริต
โดยกำหนดกรอบเวลาขับเคลื่อนเอาไว้ 3 ช่วง
นโยบายภายใน 7 วันแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง อย่างเช่น การกำหนดกรอบบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับ วางเงื่อนไขหนี้รัฐบาลให้รายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบทุกการประชุมบอร์ด ปรับลดงบประมาณไอทีจาก 1,500 ล้านบาทให้เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท
แก้ไขระบบธรรมาภิบาลภาพรวม ให้สำนักงานประกันสังคมยึดโยงกับประชาชน ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดด้านการลงทุน ถอดบทเรียนและส่งข้อมูลดำเนินคดีทันที ผลักดันสูตรบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ทันที
นโยบายที่วางเป้าหมายภายใน 1 ปี สร้างช่องทางให้ผู้ประกันตนร่วมแสดงความคิดเห็นในโครงการระหว่างจัดทำงบประมาณ ผลักดันเงินเกษียณพนักงานสำนักงานประกันสังคมตามกฎหมายแรงงาน เพื่อพัฒนาคนและให้สวัสดิการเป็นธรรม
จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ ตั้งงบตามแผนและความจำเป็นจริง ไม่อ้างอิงจากงบปีก่อน
เปิดข้อมูลคำของบโครงการตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปเพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะ แก้ระเบียบการหาประโยชน์กองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทนการลงทุน เป็นต้น
นโยบายที่วางเป้าหมายภายใน 2 ปี อย่างเช่น ผลักดันการสมทบแบบก้าวหน้าให้รัฐและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน ลดค่าบริหารจัดการสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท
ให้เหลือ 3,000 ล้านบาท
ผลักดันการปฏิรูปประกันสังคมสู่ระบบประกันสังคมถ้วนหน้าบริหารโดยตัวแทนประชาชน เพิ่มผลตอบแทนการลงทุนภาพรวมของกองทุนประกันสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายในห้วงวาระ 2 ปีของทีมประกันสังคมก้าวหน้า
สุพัด ทีปะลา



