รักมาก-ชังมาก

8.11.26 | 12:00 น.

รักมาก-ชังมาก

การเมืองยุคนี้ ว่ากันว่า มีแนวโน้มไปในทางสุดขั้ว


รักก็รักมาก ชังก็ชังมาก

ว่าด้วยเรื่องรักมาก ก่อน

ภาพที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สวมกอดแนบแน่นและร้องเพลงออดอ้อน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในงานเลี้ยงงานก่อนการประชุม ครม.สัญจรที่ อุดรธานี เมื่อคืน 2 พฤศจิกายน 2569

Advertisement

หลายคนเห็นแล้วรู้สึกจั๊กเดียม ด้วย “รักล้น” เกินไปหลายขีด

ว่าที่จริง ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยตอนนี้ เป็นไปอย่างราบรื่น

พรรคเคยใหญ่อย่างเพื่อไทย ดู “สงบเสงี่ยม” ไม่เป็นพิษเป็นภัย

อย่างไรก็ตาม สำหรับนายอนุทิน ที่มากด้วย “เขี้ยวคม” ก็ต้องเอาใจใส่บ้าง

จะ วางระยะห่าง แบบไม่ใช่เรื่องของตัวเองมากนักไม่ได้

อย่างกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ที่ยื่นขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินคดีความของตนเอง

ปรากฏว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ของรัฐบาลดูจะไม่ขานรับ และทำทีจะชิงตัดจบว่าทำไม่ได้ โดยรวดเร็ว

เหมือนไม่ดูดำดูดีนายทักษิณนัก

อันผิดกับท่าทีของพรรคสีน้ำเงินที่ใครเป็นพวกมักช่วยเต็มที่

ซึ่งตรงนี้ อาจทำให้นายทักษิณและเพื่อไทย “รู้สึก” อะไรอยู่บ้าง

พอดีมีข่าว บางฝ่าย เช่น “พรรคฝ่ายคอย” ตีปี๊บขยายความบาดหมางว่ามีการเจรจาต่อรองเรื่องนิรโทษกรรมและล้างมลทินกับการโหวตของเพื่อไทย ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แม้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าเพื่อไทย จะปฏิเสธข่าวนี้และยืนยันว่าเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น

แต่กระนั้น ด้วยเหตุที่เพื่อไทยและภูมิใจไทย เคยหักกันแบบรุนแรงมาก่อน แผลเป็นยังชัด

นายอนุทินจึงไม่อาจทำตัวเฉยๆ ได้

เมื่อทำหวานเข้าใส่พรรคเขียวได้

ก็ควรสามารถหวาน “กว่า” กับพรรคแดงได้

นี่จึงทำให้เราเห็นภาพดูดดื่ม และเสียงออดอ้อน ของนายอนุทินต่อนายยศชนัน “ใช่เลย คือเชนแน่นอน” และ “อย่าสวยไปกว่านั้น อย่ามากไปกว่านี้ 70 กำลังดีกับใจฉันเลย”

สร้างภาพ “รักมาก” ให้สาธารณชนเห็น

ส่วนภายในเป็นอย่างไร ว่ากันทีหลัง เพราะการเมืองมีภาพซ้อนหลายภาพ

จาก รักมาก ไปสู่เรื่อง “ชังมาก”

ซึ่งตอนนี้ แม้เวทีชังมาก คือเวทีซักฟอก ยังไม่ถึงเวลา ต้องรออีก 1 เดือน

แต่เวทีย่อยโดยเฉพาะเวที คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ดำเนินไปอย่างดุเดือด

ภูมิใจไทย เปิดความรู้สึก “ชังมาก” เข้าใส่อย่างตรงไปตรงมา

เพราะ กมธ.ชุดนี้ รวมถึงอีกหลายชุด ที่พรรคประชาชนกุมการนำอยู่ ใช้เป็นช่องทางถล่มภูมิใจไทยอย่างร้อนแรงหนักแน่น

จึงเป็นเป้าแห่งความ “ชังมาก” จำต้อง “จัดการ”

นอกจากให้ขุนศึกอย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร ตามบี้ใน กมธ.แล้ว

ยังอาศัยอำนาจ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าจัดการ

โดยย้ำแนวทางปฏิบัติเพื่อจัดระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการ ทั้ง 35 คณะ

ที่มุ่งจำกัดอำนาจของประธาน กมธ. ที่ต้องผ่านความเห็นชอบหรือมติของที่ประชุมก่อน

อย่างการเรียกบุคคลและเอกสารมาชี้แจง เป็นอาทิ

ซึ่งก็นำไปสู่เสียงวิพากษ์จากฝ่ายค้านว่า มัดมือมัดปากไม่ให้ทำหน้าที่

ซึ่งภูมิใจไทย ไม่สน แถมเพิ่ม ความ “ชัง” ให้มากขึ้นอีก

ด้วย การยื่นร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มุ่ง “มัดตราสัง” ฝ่ายค้านยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งแน่นอนด้วยเสียงข้างมาก อาจแก้ไขได้สำเร็จ

แต่ กระนั้นก็คงต้องแลกกับการถูกกล่าวหา “กินรวบ”

เป็น เผด็จการรัฐสภา ที่คุมทั้งสภาบน สภาล่าง

ซึ่งตรงนี้ ภูมิใจไทยคงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ว่าได้คุ้มเสียหรือไม่

การรักมาก ชังมาก แม้จะชัดเจนดี

แต่ อะไรที่สุดขั้วเกินไป โอกาส “ตกขอบ” ก็มีสูงเช่นกัน

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร