สมเด็จกรมพระศรี มีพระโอวาท ‘น.ศ.แพทย์’ เป็นมนุษย์ต้องเมตตาต่อกัน

สมเด็จกรมพระศรี มีพระโอวาท ‘น.ศ.แพทย์’ เป็นมนุษย์ต้องเมตตาต่อกัน

ยังความปลื้มปีติมาสู่นักศึกษาใหม่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2562 ที่ได้รับพระกรุณาจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปพระราชทานพระโอวาทนักศึกษาใหม่ 425 คน ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข, คณะพยาบาลศาสตร์, คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ, นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ และนักศึกษาหลักสูตรสื่อสุขภาพ โดยมีตัวแทนนักศึกษาใหม่ของแต่ละคณะทูลเกล้าฯ ถวายพานพุ่มดอกไม้ พร้อมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อเบื้องพระพักตร์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสเริ่มปีการศึกษา 2562 ณ อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

การนี้ ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พระราชทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

“หลักสูตรวันนี้คือหลักสูตรความเป็นมนุษย์ เกิดมา หลวงตามหาบัวท่านสอนว่า เกิดมาเป็นคนได้ ทุกคนก็เกิดมาเป็นคน แต่มนุษย์นั้นคือคนที่เจริญแล้วด้วยศีล สติ ปัญญา ต้องเรียนที่จะเป็นมนุษย์ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

“จริงๆ แล้ว มนุษย์นี้จะว่ายากก็ยาก เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทั่วไป คือ คนทั่วไปก็จิตใจตกต่ำ ที่ตกต่ำเพราะว่า เขาไม่มีสิ่งของ หรือปัจจัยที่จะทำให้อยู่ได้ในสังคม ข้าพเจ้ารับสืบทอดโครงการ พอ.สว. ของสมเด็จย่า ซึ่งทุกเดือน เราเอาแพทย์ออกไปตรวจคนไข้ ตอนที่ข้าพเจ้ามารับหน้าที่ พอ.สว. มี 52 จังหวัด แต่บัดนี้มี 60 กว่าจังหวัดแล้ว

“ถ้าน้องๆ ได้เห็นชาวบ้าน เห็นแล้วจะตกใจ เพราะว่าคนไทยที่อยู่กรุงเทพฯ บางคนไม่เคยออกจากกรุงเทพฯ เลย พอพี่ๆ พาไปก็ตกใจ ไม่นึกเลยว่าคนไทยจะยากจนอย่างนั้น อย่างมีอยู่คน พอไปถึง เด็กผู้ชาย อายุ 11-12 ปี นั่งร้องไห้ ก็ถามว่า เป็นอะไร เขาก็บอกว่า พ่อหนูตายแล้ว แม่หนูก็ตายแล้ว หนูไม่รู้จะอยู่กับใคร บ้านก็ไม่มี ที่อยู่เป็นเพิงหมาแหงนจริงๆ พอตามไปดูที่บ้านเขา แล้วเขาเป็นเด็กเรียนดี ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้า ก็เลยรับเด็กชายปลื้ม มาเป็นลูกบุญธรรม ตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่พะเยา เขาได้ทุนเรียนดี แล้วก็อยู่กินนอนอยู่ที่โรงเรียน เวลาโรงเรียนปิด เขาก็มาอยู่ที่บ้านข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ได้สอนให้ ฟุ้งเฟ้อ มาถึงก็เทศน์ ตั้งแต่ต้นว่า ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ เขาเชื่อฟังมาก อย่างทานข้าวเสร็จแล้ว ก็บอกเขาว่า น้องปลื้มต้องไปล้างจานเองนะ แล้วเก็บจานชาม ช้อนส้อมให้เรียบร้อย แล้วถามไม่มีอะไรทำ ก็ให้ไปช่วยคนสวนตัดหญ้า ทำงานหลายๆ อย่าง แต่เด็กคนนี้ โชคดีไม่ดื้อ แต่ช่างซัก เป็นเด็กช่างซัก ช่างถาม เขาอยากรู้ อยากเห็น ตอนนี้เขายังอยู่ที่พะเยา

“คนไข้ของ พอ.สว.ส่งมารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มากขึ้นๆ เพราะว่าเรตของการเกิดในต่างจังหวัดนี้มากขึ้นอย่างน่าตกใจ แล้วมีคนไข้อื่นๆ นอกจากคนไข้มะเร็ง ที่เขาแสดงความจำนงว่าจะมารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพราะเขาบอกว่า เพื่อนเขามาแล้วหายกลับไป แล้วคนที่โรงพยาบาลก็ดีมาก อันนี้ก็น่าภูมิใจ ภูมิใจว่าเขาได้รับการรักษาพยาบาลดีมาก หมอ พยาบาล มีเมตตาต่อเขา เขาก็พูดไปปากต่อปาก

“จริงๆ แล้ว ข้าพเจ้าอยากให้นักเรียน ไปเห็นที่ไปออก พอ.สว. เดือนนี้จะไปปลายเดือนวันที่ 24 และ 26 อยากให้นักศึกษา สักกลุ่มละ 6 คน ได้ไปดูว่าการทำงานเป็นอย่างไร เพราะว่า พอ.สว.เงินก็ได้จากการบริจาค แล้วบริจาคจากรัฐบาลด้วย

“สำหรับโครงการ พอ.สว.ก็ช่วยประชาชนได้เยอะมาก อย่างไร ถ้ามีคนสนใจ จัดสัก 5 คน ไปดูในเวลาที่ไม่เสียการเรียน แต่บางทีการไปก็เป็นการเรียนเหมือนกัน คือ เป็นการเรียนรู้ถึงความเป็นอยู่ของราษฎร น้องๆ ไปแล้วจะสงสารผู้ป่วยมาก เพราะป่วยด้วยแล้วยังจนด้วย ถ้าเราไม่ไปช่วย ก็ไม่มีใครช่วยเขา คือเงินช่วยเหลือผู้ป่วย เงินนั้นเป็นเงินข้าพเจ้า ไม่ใช่ พอ.สว. โดย พอ.สว. แค่ตรวจให้ ให้รายละ 5,000 บาท เพราะว่าบางคนต้องเดินทางไกลมาก บ้านอยู่ไกล แล้วไม่มีอะไรจะกิน ก็เลยให้เป็นการส่วนตัว

“พอ.สว.จะทำทุกเดือน ยกเว้นข้าพเจ้าล้มป่วยจะส่งผู้แทนไป ตอนนี้แพทย์ประจำตัวข้าพเจ้าแนะนำให้ข้าพเจ้าออกหน่วยวันเว้นวัน หรือวันเว้นสองวัน เพราะสุขภาพข้าพเจ้าเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว อายุมากแล้ว นอกจากนี้ ข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ที่ศิริราชพยาบาล ให้ต่ออายุ 5 ปี

“สำหรับการดูแลผู้ป่วย ต้องมีวิธีดู ดูอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าถ้าเราเป็นอย่างงั้น เราจะคิดอย่างเรา เราไม่อยากให้ใครมาปฏิบัติแย่ๆ กับเรา เราก็ควรจะเมตตา อย่างไรคนไทยด้วยกันก็เมตตา เวลาออกหน่วยอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่มันก็วันเดียวแล้วพัก แล้วอีกกรุ๊ปมาแทนได้ ใครอยากไปขอให้มาคุยกันก่อนว่าใครบ้าง

วันนี้จบหลักสูตรเพียงเท่านี้”

สำหรับ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ในกำกับของรัฐที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระประสงค์ให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีพุทธศักราช 2560 สืบสานตามรอยพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน

โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าวิจัย การศึกษา และบริการทางสุขภาพ ภายใต้หลักปรัชญา “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” โดยมุ่งมั่นที่จะยกระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพในประเทศไทย มีเป้าหมายพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์สาธารณสุข และสหเวชศาสตร์ด้วยเทคนิคการเรียนการสอนที่ทันสมัย ผสมผสานงานวิจัยอยู่ในการศึกษาวิชาการต่างๆ และมีการเรียนการสอนทางคลินิกในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตลอดจนหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon