พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘พระพันปีหลวง’ สำนึกพระมหากรุณาส่งเสริมผ้าไทยช่วยเกษตรกรชีวิตดีขึ้น

ลงนามถวายพระพร

พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘พระพันปีหลวง’ สำนึกพระมหากรุณาส่งเสริมผ้าไทยช่วยเกษตรกรชีวิตดีขึ้น

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 ระหว่างเวลา 07.00-12.00 น.

โดยมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ลงนามถวายพระพรชัยมงคลภายในศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังได้จัดเต็นท์และโต๊ะสำหรับประชาชนลงนามถวายพระพรชัยมงคล บริเวณสนามหญ้าด้านข้างกองแพทย์หลวง ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ และคณะทูตานุทูต อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลและคณะบุคคลเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด, นางสาวกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอล กรุ๊ป จำกัด, นายอนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ, นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่ม บริษัทคิง เพาเวอร์, นายวุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริหาร บุญรอดบริวเวอรี่, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นต้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้า ใส่แมสก์ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างไม่ขาดสาย ทั้งเดินทางมาคนเดียว ครอบครัว และหมู่คณะ ตลอดจนนำกระเช้าดอกไม้และแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวาย จากนั้นจึงเดินทางไปสักการะพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเพื่อความเป็นสิริมงคล

ณัฐกาญ กล้าหาญ อายุ 45 ปี ประชาชนจากเขตหนองจอก กรุงเทพฯ เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าตั้งใจมาลงนามถวายพระพร กล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาลงนามถวายพระพรในพระบรมมหาราชวัง จากปกติลงนามตามจุดที่หน่วยงานจัดให้ จึงทำให้เห็นบรรยากาศที่ประชาชนพร้อมใจมาลงนามถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ประทับใจสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงเคียงคู่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ดูแลประชาชน ผ่านโครงการศิลปาชีพ ทรงส่งเสริมและอนุรักษ์ผ้าไทย รักษ์ป่ารักน้ำ จึงอยากถวายพระพรให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

ณัฐกาญ กล้าหาญ

ส่วน นางสาวอนัตตา ภูศรี อายุ 63 ปี ชาวเขตพระโขนง มาพร้อม นางขวัญธิพรรณ สังข์ทอง อายุ 65 ปี ชาวเขตกรุงเทพฯ ใส่ชุดผ้าไหมสีฟ้าตั้งใจมาลงนามถวายพระพร กล่าวด้วยสีหน้าประทับใจร่วมกันว่า มาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ตลอด เพราะรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ ในส่วนสมเด็จพระพันปีหลวง เรารู้ประทับใจในพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่เรื่องการส่งเสริมและอนุรักษ์ผ้าไทย อย่างที่บ้านทำเรื่องผ้าไหม เราจะรับรู้เลยว่าแต่ก่อนผ้าไหมไทยไม่มีราคาและคุณค่าเลย จนภูมิปัญญาเริ่มเลือนหาย กระทั่งพระองค์ทรงเข้ามาริเริ่มและได้พัฒนาต่อยอดภูมิปัญญา ทำให้ปัจจุบันผ้าไหมไทยมีราคาแพงมาก ส่งขายต่างประเทศ เพราะเป็นผ้าที่สวยงามและมีคุณภาพ ผลที่ได้คือเกษตรกรที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีรายได้ ทั้งในเมืองและชนบทสามารถลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งยังพระราชทานคำสอนต่างๆ เช่น ประหยัด อดออม เอื้อเฟื้อต่อกัน ซึ่งเราทั้งสองน้อมนำมาปฏิบัติมา 40 กว่าปี ชีวิตมีความสุข

นางสาวอนัตตา ภูศรี – นางขวัญธิพรรณ สังข์ทอง (จากซ้าย)

ดร.สุพิมพิสุทธิ์ สายใยเอี่ยมภูมิ อายุ 80 ปีประชาชนจากเขตสาทร กรุงเทพฯ กล่าวพลางถือสมุดภาพที่เคยถ่ายสมัยเข้าเฝ้าฯ พระบรมวงศานุวงศ์ ว่า ทุกครั้งที่เปิดลงนามถวายพระพรทุกพระองค์ จะมาลงนามถวายพระพรตลอด ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงดูแลประเทศไทยให้น่าอยู่ อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีอาหารให้กินตลอด 24 ชั่วโมง เราจึงต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน กตัญญูไม่พอ ต้องกตเวทีต่อพระองค์ด้วย เหมือนกตัญญกตเวทีต่อพ่อแม่ ที่เราต้องดูแลท่านเมื่อท่านแก่เฒ่า

ในส่วนสมุดภาพเข้าเฝ้าฯ ที่ได้เตรียมมานั้น อยากจะบอกว่าเคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯทุกพระองค์ ตั้งแต่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ ส่วนเข็มที่ติดมา ก็เป็นเข็มพระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวง ทั้งนี้ เพราะตนเองเป็นลูกมหาดเล็กนวดถวาย ที่สืบทอดภูมิปัญญาตำรานวดถวายในวัง ซึ่งเป็นศาสตร์นวดชั้นสูงใช้นิ้วนวดอย่างเดียว ต้องใช้ความอดทนมาก ไม่มีการใช้ศอก เข่า เท้า ส้นมานวด ส่วนตนเองก็สืบทอดวิชามาจากพ่อ มีโอกาสนวดถวายเช่นกัน อย่างไรก็ดี ก็รับนวดให้คนทั่วไป ใครที่ป่วยจากการผ่าตัดเดินไม่ได้ เช่น ผ่าตัดหมอนรองกระดูกมา สามารถนวดจัดเส้นครั้งเดียวได้ผลกลับไปเดินได้

ดร.สุพิมพิสุทธิ์ สายใยเอี่ยมภูมิ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้จัดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีทางเดียว เพื่อผ่านจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมสแกน และลงทะเบียนไทยชนะ ส่วนรถยนต์ที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่จะต้องขับผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนเข้าภายในพื้นที่ และเดินออกทางประตูมณีนพรัตน์ หรือประตูสวัสดิโสภา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image