ยายชาวระนอง 5 แผ่นดิน เกิดสมัยร.6 ภูมิใจได้สักการะพระบรมศพ สอนลูกหลานยึด ร.9 แบบอย่างอดทน

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินเป็นวันที่ 71

S__51470353

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เป็นวันที่ 17 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เวลา 07.00 น. นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี กรมปศุสัตว์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

S__51470352

ต่อมา เวลา 10.30 น. คณะผู้บริหาร ข้าราชการและพนักงาน จากกรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมี นายสุรเดช เตียวตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธาน พร้อมถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามวรมหาวิหาร

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.00 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในบริเวณสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 55,475 คน รวม 53 วัน มี 2,137,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,665,287.75 บาท รวม 53วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 169,753,840.75 บาท

S__51470351

S__51470354

สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากปกติเปิดเวลา 08.00 น. โดยมีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งสภาพอากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงช่วงเช้าเย็นสบาย ท้องฟ้าสดใส ขณะที่ช่วงเที่ยงรวมถึงบ่ายอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ

นางเลี่ยน ศรีทองสม อดีตลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งเกิด พ.ศ. 2460 สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันอายุ 99 ปี 8 เดือน บุคคล 5 แผ่นดิน ชาวระนอง เดินทางพร้อมลูกหลานรวม 10 คน มาต่อแถวเพื่อเข้ากราบสักการะตั้งแต่ตี 3 กล่าวด้วยนำเสียงที่ไม่มีร่องรอยความเหนื่อยล้า ว่า รู้สึกตื้นตันใจและภูมิใจที่ได้มากราบสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อรู้ว่าลูกหลานจะพามาก็ดีใจมาก เพราะแก่แล้วเดินหรือยืนนานไม่ไหว

“สมัยที่ยายเป็นลูกเสือชาวบ้าน เคยรับเสด็จและได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 หลายครั้งในระหว่างที่เสด็จฯ มา จ.ระนองและพื้นที่ใกล้เคียง เห็นพระองค์ทรงงานหนัก เดินทางไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่คนไทยดีขึ้น มีลูกหลานยายก็สอนให้ยึดในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างอดทน และประหยัด” ยาย 5 แผ่นดิน เล่า

S__51470405
ยายเลี่ยน(นั่งวีลแชร์-กลาง) มณฑาทิพย์(สวมแว่นตา) และลูกหลาน

ขณะที่ นางทิพย์มณฑา หล่อวิทยา อายุ 65 ปี อดีตครูโรงเรียนวัดหาดส้มแป้น ลูกสาวคนแรกของยายเลี่ยน ที่เดินทางมาพร้อมกัน กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงงานหนักตลอด 70 ปีที่พระองค์ครองราชย์ ในฐานะที่เป็นครูก็ได้สอนและบอกเล่าให้นักเรียนรุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง พอดี และการรู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่น

นางสมพร เจริญพันธุ์ อายุ 83 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อุบลราชธานี แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่กำแพงเพชร กล่าวว่า ได้รวบรวมเงินกับกลุ่มเพื่อนจ้างรถตู้เพื่อเดินทางมากรุงเทพฯ มาเข้ากราบสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 ออกเดินทางตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึงช่วงตี 1 ได้มารอต่อแถว เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้เข้ากราบพระองค์ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ว่า ยายประทับใจและซาบซึ้งใจในทุกอย่างที่ในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อคนไทย รู้สึกเสียใจมากที่พระองค์เสด็จสวรรคต ครั้งนี้มากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งแรก ตั้งใจที่จะมากราบพระองค์อีกหลาย ๆ ครั้ง เดิมยายตั้งใจที่จะเดินเท้ามายังพระบรมมหาราชวัง เพราะไม่ว่าจะเหนื่อยแต่ก็รู้ว่าไม่เทียบเท่ากับทุกอย่างที่ในหลวงรัชกาล 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนไทย

สมพร
สมพร เจริญพันธุ์

นางสมัย อ่อนสรวง อายุ 65 ปี อาชีพทำนา พสกนิกรจาก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ตนมากรุงเทพฯ ที่เข้ามาเพราะตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ใกล้ๆ เพราะตนรักและคิดถึงพระองค์มาก โดยเหมารถตู้เดินทางมาพร้อมญาติและเพื่อนบ้านรวม 11 คน เข้าคิวเพื่อเข้าสักการะตั้งแต่ตี 3 และได้เข้ากราบประมาณ 9 โมงเช้า ซึ่งตนจะนำพระบรมฉายาลักษณ์ที่สำนักพระราชวังให้ไปกราบไหว้บูชาที่บ้านต่อไป

ยายสมัย (ปล่อยผม)
สมัย อ่อนสรวง (ขวา-ผมยาว)

น.ส.จุติกาญจน์ สุขเกษม นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เผยว่ามารอต่อแถวตั้วแต่ตี 4 พร้อมเพื่อนชุมนุมนักลงทุนรุ่นใหม่และอาจารย์รวม 44 คน ก่อนหน้านี่ได้มาอบรมวิชาการที่กรุงเทพฯ และวางแผนที่จะมากราบพระบรมศพด้วย รู้สึกตื้นตันใจมากที่ได้มากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 “แม้เป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่ทันเห็นพระองค์ทรงงานตามที่ต่างๆ แต่ที่มหาวิทยาลัยก็มีโครงการผลิตไบโอดีเซล ที่พระองค์เคยรับสั่งให้จัดทำในมหาวิทยาลัย ซึ่งก็มีการสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่องเปิดให้นักศึกษาเข้าไปดูงานอยู่บ่อยๆ ยังมีโครงการอื่นที่เราได้ทราบมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นได้ว่าทรงเป็นแบบของคนขยัน อดออม และแบ่งปัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น้อมนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้ที่บ้านเริ่มปลูกผักกันเล็กน้อยๆ แต่ก็พอได้ผลผลิตมาทำกับข้าว แบ่งปันแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้านได้บ้าง เป็นชีวิตวิถีพอเพียงที่เริ่มทำได้ง่ายๆ และได้ผลดี ” น.ส.จุติกาญจน์กล่าว

จุติกาญจน์
จุติกาญจน์ สุขเกษม

S__51470419

น.ส.ธมนวรรณ จันทร์สวย อายุ 34 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านหนองมะค่า ต.หนองมะค่า อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับครูและนักเรียน จาก ร.ร.บ้านหนองมะค่า ร.ร.ยางรากวิทยา และ ร.ร.โคกเจริญวิทยา กว่า 200 คน ซึ่งออกเดินทางออกจากโรงเรียนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ของวันที่ 22 ธันวาคม และเดินทางมาถึงท้องสนามหลวงช่วงตี 2 ของเช้าวันนี้ เพื่อมากราบสักการะพระบรมศพแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ และถึงแม้ตนจะไม่เคยได้เห็นหรือเคยรับเสด็จพระองค์เลยสักครั้ง แต่ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงงานต่างๆเพื่อคนไทย

“รู้สึกรักพระองค์มาก ถึงแม้จะไม่เคยเห็นพระองค์เลยก็ตาม รักในความดีของพระองค์ และในฐานะครู ก็จะขอทำความดีโดยการน้อมนำคำสอนของพระองค์ส่งผ่านความดีเพื่อลูกศิษย์ทุกคน จะสอนในเรื่องคุณธรรม การเป็นคนดีของสังคม เพราะสังคมเราขณะนี้ต้องการคนดีมีคุณธรรม มากกว่าคนเก่ง หากทุกคนมีสิ่งเหล่านี้ก็จะคิดได้เอง แล้วสังคมโดยรวมก็จะดีตาม” น.ส.ธมนวรรณ กล่าว

S__51470424
ธมนวรรณ จันทร์สวย

 

 

บทความก่อนหน้านี้เอไอเอส รวมพลังทำความดี ผ่านกิจกรรมปลูกป่าทั่วประเทศ
บทความถัดไปชาวพิมายโร่แจ้งตำรวจ วัวท้องแก่ถูกขโมยไปจากคอก