‘ซแรย์ อทิตยา’ นาของพระองค์ติ๊ด

เมื่อเอ่ยถึงแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในประเทศไทยและของโลก คงจะเป็นจังหวัดไหนไปไม่ได้นอกจากจังหวัดสุรินทร์ ด้วยมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 3 ล้านไร่ และข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์เป็นข้าวที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ในปี พ.ศ.2544 ครม.มีมติให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดนำร่องในเรื่องการเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย โดยจะพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไปสู่มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มผลผลิตและปริมาณการส่งออกต่างประเทศให้มากขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ.2547 จ.สุรินทร์เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่ประกาศใช้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ (มก.สร.) และในปี พ.ศ.2549 จ.สุรินทร์ได้พัฒนาเกษตรอินทรีย์ไปสู่มาตรฐานระดับสากล

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร โครงการพิเศษจังหวัดสุรินทร์ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2558 ที่บ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดวิชาการทางการเกษตรแบบครบวงจรให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ โดยให้ชุมชนเข้ามาเรียนรู้และมีส่วนร่วมปฏิบัติจริง ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

และเป็นอีกหนึ่งโครงการพิเศษภายใต้การดูแลของโครงการเกษตรอทิตยาทร ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงตั้งพระทัยให้เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานเรื่อง “บริการรวมที่จุดเดียว” หรือ “One Stop Service” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน นั่นคือโครงการ “ซแรย์ อทิตยา” บริเวณอ่างเก็บน้ำอำปึล ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ โครงการพิเศษที่ทรงเน้นการพัฒนาเกษตรกรรุ่นเก่า ผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Smart Farmers ที่พรั่งพร้อมด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้ในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้

พื้นที่ภายใน “ซแรย์ อทิตยา” ถูกออกแบบเพื่อใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ และถ่ายทอดวิชาการทางการเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อ “โรงเรียนชาวนา”

โดยเป็นพื้นที่จัดแสดงความรู้เรื่องข้าว ประเพณีวัฒนธรรม และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ทรัพยากรดิน ระบบนิเวศแปลงนาและการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าว ตลอดจนการแปรรูปและการเพิ่มมูลค่าของข้าว ซึ่งโรงเรียนชาวนานี้ได้รับความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จากส่วนกลาง และปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยถ่ายทอดความรู้ในแต่ละฐานการเรียนรู้ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ฐาน

โดยครั้งนี้ “ซแรย์ อทิตยา” ได้ต้อนรับบรรดาครอบครัวชาวกรุงที่พาลูกหลานมาเรียนรู้และสัมผัสวิถีชาวนาจากห้องเรียนธรรมชาติ (Nature Learning) เช่น การปลูกข้าวในแปลงนาจริงๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่เด็กๆ และผู้ปกครองอย่างมาก

ด่านแรกก่อนเข้าสู่โรงเรียนชาวนา เหล่าชาวนาตัวจิ๋วได้นั่งฟังการบรรยายเรื่องวิถีเกษตรพอเพียง โดยมีเพื่อนๆ เจ้าถิ่น นักเรียนจากโรงเรียนบ้านอำปึล มาร่วมนั่งฟังและทำกิจกรรมด้วย


หลังฟังบรรยายเสร็จแล้ว ชาวนาตัวจิ๋วต่างเดินเรียงแถวเข้าสู่โรงเรียนชาวนา พร้อมตะลุยฐานการเรียนรู้ทั้ง 6 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ความรู้เรื่องข้าว ประเพณีวัฒนธรรม และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ฐานที่ 2 ทรัพยากรดิน การรักษาดิน และการฟื้นฟูดินด้วยวิธีธรรมชาติ ฐานที่ 3 ระบบนิเวศแปลงนา การป้องกันกำจัดโรคด้วยพืชสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และประโยชน์ของแมลงศัตรูข้าวตามความสมดุลของระบบนิเวศ ฐานที่ 4 การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ฐานที่ 5 กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และฐานที่ 6 การแปรรูปข้าว เพิ่มคุณค่าสารอาหาร และเพิ่มมูลค่าเศรษฐศาสตร์สำหรับชาวนาไทย

พอแดดร่มลมตก ก็ถึงกิจกรรมที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการปลูกข้าวแบบดำนา ซึ่งก่อนจะลงมือดำนา พี่ๆ วิทยากรได้สาธิตวิธีปักต้นกล้า โดยต้องใช้นิ้วหนึ่งนำนิ้วหนึ่งกลบดินตามหลัง เพื่อป้องกันข้าวล้ม

เมื่อเด็กๆ รู้วิธีทำแล้วก็ชวนเพื่อนและคุณพ่อลงจากคันนาไปในแปลงนาทดลองโดยมีแม่ๆ คอยเชียร์ ดำนาเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปดูโรงสีข้าว เรียนรู้วิธีการขัดสีข้าว ซึ่งข้าวจากโครงการนี้ ส่วนหนึ่งนำไปมอบให้ผู้ทุพพลภาพตามหมู่บ้านรอบๆ โครงการ โดยผ่านทางผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย

ก่อนจบทริป “ชาวนาตัวจิ๋ว” จากเมืองกรุง ได้มอบนมและของเล่นต่างๆ ให้แก่เพื่อนๆ จากโรงเรียนบ้านอำปึล ทำให้เด็กๆ ที่ได้รับของตลอดจนเด็กๆ ชาวกรุงที่เป็นผู้ให้ ต่างมีความสุขเบิกบานไปตามๆ กัน

สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศของท้องทุ่งนา สูดไอดิน กลิ่นธรรมชาติแบบไร้สารพิษได้เต็มปอด ทางโครงการได้จัดเตรียมบ้านพักที่โอบล้อมไปด้วยแปลงนาและแปลงผักไว้จำนวน 9 หลัง เพื่อให้บริการแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งนอกจากจะได้รับความสุขจากการพักผ่อนในพื้นที่และบรรยากาศอันสวยงามแห่งนี้แล้ว ยังได้เรียนรู้ความพอเพียงและวิถีเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานของประเทศไทย รวมทั้งความรู้อันเกี่ยวเนื่องมาจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกด้วย

โครงการพิเศษ “ซแรย์ อทิตยา” ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำอำปึล ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดให้ผู้สนใจได้เข้าเยี่ยมชมโครงการ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ทุกวัน โทรศัพท์ 08-8272-5771