สธ.ขอคนไทย “รักษาวินัย” สวมหน้ากาก-ล้างมือ สกัดระบาดรอบ2

สธ.ขอคนไทย “รักษาวินัย” สวมหน้ากาก-ล้างมือ สกัดระบาดรอบ2

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นพ.โสภณ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,395 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้ที่เดินทางต่างประเทศ จากอินเดีย 1 ราย อังกฤษ 1 ราย และ โอมาน 3 ราย เข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,221 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.87 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล(รพ.) 116 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.42 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย

นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้เดินทางมาจาก
1.อินเดีย 1 ราย เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 41 ปี อาชีพแม่บ้าน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เดินทางถึงประเทศไทย โดยเป็นเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 19 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ในกรุงเทพมหานคร(กทม.) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 3 ให้ประวัติว่าเคยมีอาการป่วย

2.อังกฤษ 1 ราย เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 45 ปี อาชีพรับจ้าง เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เดินทางถึงประเทศไทย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ใน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 โดยไม่มีอาการ

3.โอมาน 3 ราย สัญชาติไทย เป็นเพศหญิง 2 ราย อายุ 26 ปี อาชีพว่างงาน อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานโรงแรม และเพศชาย 1 ราย อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้าง ทั้ง 3 ราย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เดินทางถึงประเทศไทย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ใน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรก โดยไม่มีอาการ

“มาตรการการดูแลสำหรับคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ยังคงเข้มงวดทุกขั้นตอน โดยทุกคนจะต้องถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน และตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศ และหากพบว่าป่วยหรือติดเชื้อจะนำเข้าสู่ระบบการรักษาทันที อย่างไรก็ตามสำหรับข้อกังวลของประชาชนว่าจะเกิดระบาดระลอก 2 นั้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การไม่เกิดการระบาดได้ คือ รักษาวินัยในการป้องกันตนเองทำให้เป็นนิสัย โดยการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและตลอดเวลาขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด เมื่อไปใช้บริการในสถานที่ต่าง ๆ ต้องลงทะเบียนเข้าออก หรือลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ” นพ.โสภณ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ยังต้องให้ความร่วมมือรักษามาตรการที่รัฐได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและช่วยรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป แต่หากเกิดการระบาดขึ้น ระบบสาธารณสุขของไทยมีความพร้อมที่สามารถรองรับการดูแลรักษาประชาชนได้ และขอความร่วมมือประชาชน ไม่ส่งต่อ ไม่แชร์ ไม่เชื่อ ข่าวปลอมที่ไม่ทราบแหล่งที่มา โดยสามารถติดตามข่าวสารที่ถูกต้องเชื่อถือได้ จากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon