“อนุทิน” ตรวจห้าง “พารากอน-เซ็นทรัลเวิลด์” เช็กความพร้อมก่อนผ่อนปรนเฟส 2

“อนุทิน” ตรวจห้าง “พารากอน-เซ็นทรัลเวิลด์” เช็กความพร้อมก่อนผ่อนปรนเฟส 2

ตรวจห้าง- เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมแนวปฏิบัติป้องกันการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ศูนย์การค้าสยาม พารากอน และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ก่อนผ่อนปรนระยะที่ 2 ให้เปิดกิจการประเภทห้างสรรพสินค้า

 

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ไว้ได้ในระดับหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและทุกภาคส่วน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. จึงได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนให้เป็นมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการและกิจกรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และปัจจัยด้านสังคมเศรษฐกิจ ซึ่งมีการทยอยผ่อนปรนเป็นระยะ ในระยะแรกอนุญาตให้เปิดดำเนินการใน 6 ประเภท และเตรียมผ่อนปรนในกิจกรรมและกิจการเพิ่มเติมในระยะที่ 2

นายอนุทิน กล่าวว่า การประกาศมาตรการปิดกิจการ/กิจกรรมต่างๆ ทางรัฐบาลขออภัยทางผู้ประกอบอย่างยิ่งในความไม่สะดวก แต่เป็นความจำเป็นที่จะต้องประกาศ เนื่องจากสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญสุด ประเทศไทยจะต้องให้เกิดความมั่นใจก่อนว่าประชาชนไทยมีความเข้าใจและสามารถอยู่กับสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19นี้ ไปได้ตามสถานการณ์ของโรคที่พัฒนาขึ้นไป

“การที่เราได้รับความร่วมมือจากประชาชน พิสูจน์แล้วว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสามารถ หยุดการแพร่ระบาดของโรคประสบความสำเร็จ ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี และส่วนใหญ่กลับบ้านได้แล้ว ระบบการสาธารณสุขไทยมีความพร้อม ไม่กล้าบอกว่าพร้อมมาก แต่มั่นใจว่าพร้อม สามารถรักษาประชาชนได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ โรคระบาดยังอยู่ แต่เราต้องอยู่กับมัน เราต้องเข้าใจมัน ทุกโรคระบาดมันมีจุดอ่อนของมัน โควิด-19 มันมีจุดอ่อนคือมันต้องอยู่ที่คน มันเดินทางเองไม่ได้ ถ้าคนเข้าใจการดำเนินชีวิต โรคโควิด-19 ก็จะไม่แพร่จากคนสู่คน สำหรับผู้ดำเนินกิจการ/กิจกรรม ที่มีมาตรการคัดกรองผู้เข้าใช้บริการ สิ่งที่ควรจะมีมาตรการเพิ่มเติม คือ หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไป ควรจะต้องกักกันตัวเพื่อสอบสวนโรค เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อ” รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของศูนย์การค้า และดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ซึ่งเป็นภาคบริการที่จะต้องมีความพร้อมก่อนเปิดกิจการ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากมีคนจำนวนมากมาทำกิจกรรมร่วมกัน การติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกัน ทั้งการใช้บริการ การอุปโภค บริโภค รวมทั้งเป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าของนักท่องเที่ยว ได้มอบให้กรมอนามัย ตรวจ แนะนำ เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19 เก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และประเมินตนเองผ่านแพลทฟอร์ม Thai Stop COVID สร้างความมั่นใจในมาตรการป้องกันโรค เช่น จัดจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล การสวมหน้ากาก จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงนี้ พร้อมเปิดบริการเมื่อได้รับการผ่อนปรน กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมดำเนินต่อไปได้ และอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของทุกคน

“การป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกสอง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค ให้พร้อมเข้าสู่การผ่อนปรนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน” นายอนุทิน กล่าวและว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปิดห้างวันไหน เนื่องจากจะต้องนำข้อมูลเสนอเข้าสู่การหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )(ศบค.) แต่ความเป็นผู้ประกอบการจะต้องมีความพร้อมเนื่องจากได้สูญเสียช่วงเวลาไป รายได้หดหายไป ดังนั้นมาตรการผ่อนปรนออกมาเมื่อไร ผู้ที่มีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ก่อน จึงขอเน้นผู้ประกอบการเรื่องการคัดกรองผู้ที่เข้าสถานที่จะต้องใจแข็ง จะทนเห็นการรอคอยคนที่จะเข้าห้าง ประชาชนเองก็จะต้องมีการเหลื่อมเวลากันในการเข้าใช้บริการ

“รัฐบาลเองก็ไม่มีความสบายใจในการใช้มาตรการ ข้อห้ามทางกฎหมาย เราอยากให้ทุกคนสบายๆ แต่ความสบายอย่างปลอดภัย คือ ต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร ทุกคนจะต้องช่วยกันสอดส่องดูแล โดยจะหาจุดสมดุลย์กันในเรื่องของความปลอดภัยในแต่ละกิจการ แต่อย่างไรก็ตามความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” นายอนุทิน กล่าวและว่า หากทำการเปิดห้างสรรพสินค้า ก็จะดำเนินการเปิดเหมือนกันทุกแห่ง หากห้างใดที่ไม่มั่นใจในเรื่องของมาตรการในการป้องกันโรค สามารถติดต่อที่กรมอนามัยเพื่อแนะนำในการดูแลป้องกันโรคตามมาตรการหลัก

ด้าน พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรมอนามัยได้ลงพื้นที่ตรวจแนะนำเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ศูนย์การค้า และเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิ การตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร การเก็บตัวอย่างน้ำ ระบบน้ำประปา อาหาร มือผู้สัมผัสอาหาร พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านวิชาการ รวมทั้งให้ศูนย์การค้าสยามพารากอน และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่เชื้อ ผ่านแพลทฟอร์ม “Thai Stop COVID” เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon