แพทย์แจง วัคซีนโควิด-19 นอร์เวย์ คนละตัวกับไทย ยังไม่ชัด 23 รายดับจากเหตุใด

แพทย์แจง วัคซีนโควิด-19 นอร์เวย์ คนละตัวกับไทย ยังไม่ชัด 23 รายดับจากเหตุใด

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีรายงานผู้เสียชีวิต 23 ราย ที่ประเทศนอร์เวย์ หลังรับวัคซีนเข็มแรก ว่า จากข้อมูลที่ประเทศนอร์เวย์ได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ให้กับประชาชนในประเทศมากกว่า 30,000 ราย โดยใช้เลือกใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ และโมเดิร์นนา ซึ่งทั้ง 2 ตัว เป็นเทคโนโลยี mRNA

นพ.โสภณกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม วัคซีนเหล่านี้เป็นคนละตัวกับที่ประเทศไทย ที่มีการสั่งจองของบริษัทแอสตราเซเนกา และซิโนแวค ประเทศจีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื้อตาย ดังนั้น ประชาชนสบายใจได้ว่าเราไม่ได้ใช้วัคซีนตัว 2 ตัวนี้

อ่านข่าว : นอร์เวย์กังวล หลังผู้สูงอายุฉีดวัคซีนโควิด-19 ดับแล้ว 29 ราย

นพ.โสภณกล่าวว่า การใช้วัคซีนในต่างประเทศนั้นก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการวางแผนในการเตรียมการรับวัคซีนอย่างปลอดภัย ซึ่งจากรายงานข่าวทราบว่ามีผู้มีอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีด ทั้งอาการน้อย เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด บวมร้อน บางคนคลื่นไส้ อาเจียน

นพ.โสภณกล่าวว่า ส่วนกรณีที่เป็นมากๆ อาจจะมีการเกิดภาวะช็อกหลังรับวัคซีน ซึ่งเป็นส่วนน้อย อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ที่นอร์เวย์ฉีดวัคซีนพบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ 29 ราย แบ่งเป็นผู้หญิง 21 ราย และผู้ชาย 8 ราย ส่วนที่เสียชีวิตมี 23 รายเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ หลังรับไป 1 เข็ม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของประเทศนอร์เวย์ได้ให้ความเห็นว่าการฉีดวัคซีนยังถือว่ามีความเสี่ยงน้อย เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้มีความเปราะบาง มีโรคประจำตัวเยอะก็จะเสี่ยงพบอาการไม่พึงประสงค์ได้ ปกติจะติดตามเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีหลังการฉีด จากนั้นติดตามต่ออีก 30 วันจนกระทั่งมั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงตามมา

นพ.โสภณกล่าวว่า จากการติดตามสื่อที่น่าเชื่อถือพบว่ามีการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต 13 ราย พบว่าเป็นผู้สูงอายุมากกว่า 80 ปี และอยู่ที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง ลักษณะเป็นเนอร์สซิ่งโฮม สาเหตุของการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและทีมงานของผู้ที่ทำการทดลองเรื่องวัคซีนตัวนี้ ขณะนี้แพทย์ประเทศนอร์เวย์ได้รับคำแนะนำว่าต้องประเมินความเสี่ยงก่อนการสั่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้มีอายุมากและมีโรคประจำตัว ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะออกมาเร็วๆ นี้ เพื่อให้เราทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

“แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าการฉีดวัคซีนเป็นสาเหตุที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตทั้ง 23 รายหรือไม่ เพราะทั้ง 23 ราย เป็นกลุ่มคนที่มีอาการเยอะอยู่แล้ว และข้อมูลคนที่อยู่ในเนอร์สซิ่งโฮมมีผู้เสียชีวิตทุกวันเป็นปกติประมาณจำนวนหลายร้อยคนในประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่แต่ช่วงที่มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ด้วยอาจจะมีส่วนหรือไม่มีส่วนในการเสียชีวิตก็ได้ ต้องรอรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง” นพ.โสภณกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หญิงหน่อย’ ขนข้าวสารแจกชาวชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน ชี้รัฐต้องไม่หวงอำนาจ เปิดทางอปท.ซื้อวัคซีน
บทความถัดไปจับหนุ่มเวอร์จิเนีย พร้อมอาวุธร้ายแรง เตรียมเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งปธน.สหรัฐ