‘หมอประสิทธิ์’ ยันโควิดตัวเลขจริง! พอใจผู้ป่วยโควิดอาการหนักลด ขอค่อยๆ ผ่อนมาตรการ

‘หมอประสิทธิ์’ ยันโควิดตัวเลขจริง! พอใจผู้ป่วยโควิดอาการหนักลด ขอค่อยๆ ผ่อนมาตรการ สถานบันเทิงรอก่อน ย้ำมาตรการส่วนบุคคล

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าตามที่เคยคาดการณ์ในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อน ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ก็ลดลงตามนั้น ขณะที่ผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจก็ลดลงมาเรื่อยๆ จากสูงกว่าพันรายวันนี้ก็ลดลงเหลือ 738 ราย ผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งตามหลักการที่เคยเน้นย้ำ 3 มาตรการที่ต้องทำคู่กันไป คือมาตรการวัคซีน มาตรการบุคคล และการบริหารจัดการ ขณะนี้มาตรการวัคซีนไปได้ดีมาก ต่อเนื่องเดือน ต.ค.64 เป็นต้นไปก็จะมีวัคซีนเข้ามาทยอยฉีดได้เพียงพอแน่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ต้องไม่ผ่อนการฉีด ต้องเร็วและมากเหมือนเดิม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อแล้วอาการรุนแรง ที่บางจังหวัดอาจยังทำได้ไม่ดีนักก็ต้องเร่งขึ้นไป ต่อมามาตรการบริหารจัดการอาจผ่อนลงได้บ้าง เพื่อดึงเศรษฐกิจกลับมา ตนเห็นด้วยในการผ่อนคลายมาตรการ แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือมาตรการจะต้องดำเนินการตามที่กำหนด ผู้ประกอบการต้องทำตามข้อตกลง แต่ที่สำคัญและต้องเน้นย้ำมากๆ คือมาตรการส่วนบุคคล เราทุกคนต้องช่วยกัน อันหนึ่งขึ้น อันหนึ่งลง ก็ยังพอสมดุลกันได้

“ถ้าไปแบบนี้ได้เราต้องติดตามอีก 2 สัปดาห์ที่เริ่มผ่อนคลาย เพราะผลไม่เกิดขึ้นทันที แต่เราต้องติดตาม 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันการฉีดวัคซีนเฉลี่ยวันละ 6 แสนโดส 14 วันก็จะเฉลี่ย 8 ล้านโดส หลังจากนี้ก็ต้องติดตามดู ส่วนตัวเลขผู้ป่วยใหม่จะกลับไปถึง 2 หมื่นรายหรือไม่ ตามหลักแล้วถ้าทุกคนทำตามที่ว่าก็ไม่น่าจะกลับขึ้นไปอีก แต่ขอให้ทุกคนทำตามที่ตกลงเพราะถ้าไม่ทำตามเราก็จะประเมินสถานการณ์ได้ยาก แต่ถ้าทำตามตกลงเราก็จะประเมินผ่อนกิจการ วางแผนต่อไปได้ดีขึ้น” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อด้วย ATK ในผู้ที่มีความเสี่ยงก็สำคัญ เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อ โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีคนรวมกันเยอะๆ เพราะตรวจ ATK ใช้เวลาสั้น และตอนนี้ราคาก็ถูกลง แต่เมื่อรู้ผลบวกแล้วก็ต้องทำตามมาตรการแยกกักตัวเอง (Home Iotation) ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ โอกาสติดเชื้อเสียชีวิตก็ลดลงเพราะกลุ่มเสี่ยงได้รับวัคซีนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ที่ต่ำกว่าหมื่นนั้นไม่สำคัญเท่าจำนวนผู้ป่วยหนัก เพราะตรงไปตรงมาคือการติดเชื้อ หากไม่ตรวจก็ไม่เชื่อตัวเลข ส่วนผู้ที่ตรวจ ATK บวก ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจ RT-PCR ซ้ำแล้ว แต่จำนวนที่เห็นชัดคือผู้ป่วยหนักที่ลดลงจริง ก็เชื่อได้ว่าเรากำลังอยู่ในขาลงจริงๆ

“ตอนนี้ผมพอใจมากว่าจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ อาการรุนแรงก็ลดลงมาก ตอนนี้ต้องรักษาสิ่งที่ทำไปเรื่อยๆ มาตรการบุคคลคงไว้ วัคซีนก็ระดมฉีดเรื่อยๆ มาตรการจัดการ ผู้ประกอบการก็ร่วมมือไปเรื่อยๆ ผมคิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ สถานการณ์ตอนนี้ยืนยันว่าดีขึ้นจริง เห็นด้วยที่มีการผ่อนคลายไป ค่อยๆ ผ่อนไป แต่ย้ำว่าทุกคนต้องไม่ผ่อนคลายมาตรการส่วนบุคคล ต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่างกันต่อ” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้เรามีการผ่อนคลายค่อนข้างมาก ร้านอาหาร ร้านทำผม สถานที่ออกกำลังกาย ก็กลับมาเปิดได้แล้ว อย่างปี 2563 เราผ่อนคลายถึง 6 ระยะ ห่างกันระยะละ 14 วัน ใช้เวลา 3 เดือน แต่ผู้ติดเชื้อสูงสุดที่เคยเจอคือ 188 รายต่อวัน แต่ปีนี้เราเจอถึงหลัก 2 หมื่นกว่าราย ดังนั้น การผ่อนคลายก็น่าจะใช้เวลามากกว่าปีที่แล้ว แต่ข้อดีของปีนี้เรามีวัคซีนที่กำลังทำหน้าที่ของมันแล้ว ก็น่าจะช่วยลดเวลาส่วนนี้ได้บ้าง เราต้องเริ่มผ่อนคลายเป็นระยะไปเพื่อไม่ให้ต้องปิดซ้ำอีก เริ่มจากกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน และฉีดวัคซีนคู่กันไป ต่อไปก็จะเริ่มผ่อนคลายกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ทั้งนี้ หากมีการผ่อนคลายแต่เราไม่ช่วยกันก็ต้องกลับมากระชับกันใหม่ อย่างเช่น สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องเน้นย้ำสิ่งสำคัญต้องป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้แพร่ถึงคนอื่นด้วย เป็นหน้าที่ของทุกคน หากทุกคนทำเช่นนี้เราก็จะมีโอกาสไปกินข้าวนอกบ้านได้ ส่วนกิจกรรมที่เสี่ยงสูง เช่น สถานบันเทิง กิจกรรมที่มีคนรวมตัวเยอะๆ มีการตะโกน ตนยังไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปิด ดังนั้น ขณะที่รอผ่อนกิจกรรมเราก็เร่งฉีดวัคซีนคู่ขนานกันไปอย่างนี้

“ปีนี้ไม่เหมือนปีที่แล้ว ตอนนี้ที่ลดลง คือจาก 2 หมื่น มา 1 หมื่น เราใช้เวลานานเท่าไหร่ เชื่อว่าถ้าเราติดเชื้อน้อยกว่าพันต่อวันเราจะหายใจคล่องขึ้น ถึงจะ 4-5 พันราย ผมก็ยังหายใจไม่ค่อยคล่อง เพราะต้องระวังอยู่ แต่ส่วนตัวไม่ได้ตั้งเป้าหมาย เพียงแต่ต้องเร่งมาตรการอื่นๆ ขณะที่การเปิดประเทศ ที่เรามีแซนด์บ็อกซ์เป็นการทดสอบอยู่ ก็ขอให้เป็นบทเรียน ตรงไหนต้องแก้ก็แก้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ใช้ในจังหวัดที่ปลอดภัย และขยายไปเรื่อยๆ อาจจะช้านิดหนึ่ง แต่ปลอดภัย” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พพ.เตือนบริษัท-องค์กร แอบอ้างชื่อกรมไปสร้างผลประโยชน์ หากได้รับความเสียหาย จะดำเนินคดีทางกฎหมาย
บทความถัดไป‘อุตุฯ’ หวั่น 5-6 ต.ค. ไทยโดนพายุถล่มอีกลูก ลุ้น กลางเดือนเข้าหน้าหนาว