‘TRA’ โรงเรียนปั้นนักแข่งรถ ประตูสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต

11.04.16 | 18:41 น.

แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก แต่ถ้าพูดถึงวงการมอเตอร์สปอร์ต ธุรกิจต่อเนื่องจากยานยนต์ กลับเติบโตไปอย่างเชื่องช้า

จะด้วยเหตุผลขาดสนามแข่งรถมาตรฐานโลกอย่างฟอร์มูล่า วัน เพราะมาเลเซียสร้างสนามเซปังตัดหน้าประเทศไทยไปหลายปี ทำให้สนามแข่งรถมาตรฐานเพิ่งมีให้เห็นเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสนามบุรีรัมย์ และเร็วๆ นี้ จะมีอีกแห่งที่ชลบุรี

นอกจากนี้การฝึกฝนผู้ที่มีใจรักการแข่งขัน เพื่อปั้นเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต ก็ยังมีข้อจำกัด ทั้งในเรื่องบุคลากรและค่าใช้จ่าย จึงทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยยังไปไม่ถึงไหน

ล่าสุดประตูสู่การเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ เริ่มขยับเปิดกว้างขึ้นอีกระดับแล้ว เพราะปัจจุบันวงการมอเตอร์สปอร์ต ถือว่าเป็นประเภทกีฬาเติบโตอย่างมหาศาล ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับชาติ หรือระดับนานาชาติในแต่ละครั้ง สร้างรายได้ และเงินสะพัดในพื้นที่ที่ใช้จัดการแข่งขันนั้นๆ

ทั้งผู้แข่งขัน ผู้ชมให้ความสนใจเข้าร่วมติดตามชมการแข่งขัน รวมถึงนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือต่างชาติ ต่างเป็นผู้มีกำลังทรัพย์พร้อมจะเข้ามาใช้จ่าย ถือเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

Advertisement

ล่าสุดผู้บริหาร บริษัท เรซซิ่ง สปีริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ ซีรีส์ (Thailand Super Series-TSS) การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าในอาเซียน ที่มี “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นประธาน ได้โดดลงมาบุกธุรกิจปั้นนักแข่งรถอย่างเต็มตัว

รร.ฝึกแข่งรถ3

“ปรีดา ตันเต็มทรัพย์” รองประธาน TSS กล่าวว่า “การกระตุ้นให้กีฬาแข่งรถเมืองไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ต้องมีความพร้อมทั้งในเรื่องสถานที่และบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ มาตรฐาน หรือความพร้อม สำหรับสถานที่ จะให้เป็นที่รู้จักยอมรับ สนามแข่งบ้านเราต้องพร้อม ระบบการแข่งขัน หมายรวมถึงหน่วยงานที่ควบคุมการแข่งขัน ผู้จัดการแข่งขัน นักแข่ง และทีมแข่ง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนนักกีฬา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นนักกีฬาอาชีพ ดังนั้นสิ่งสำคัญต้องพัฒนา คือนักแข่งไทย ให้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถให้เทียบเท่านักแข่งมืออาชีพทั่วโลก การส่งเสริมและพัฒนานักแข่งไทยให้ขยับสถานภาพจากนักแข่งมือสมัครเล่น มาเป็นนักแข่งมืออาชีพ จากนักแข่งหน้าใหม่ มาเป็นแชมป์ประจำรายการ จนถึงแชมป์ระดับประเทศ ให้ขึ้นมาเทียบเคียงนักแข่งต่างชาติได้ ถือเป็นการวางรากฐานความสำเร็จสู่การเป็นนักแข่งอาชีพ และการแข่งขันอย่างปลอดภัย

รร.ฝึกแข่งรถ4

จากวัตถุประสงค์เหล่านั้นทำให้เกิดโครงการสร้างนักแข่งคุณภาพ ทีอาร์เอ (TRA-TSS Racing Academy) มีเป้าหมายหลักคือ การส่งเสริมทักษะของนักแข่งหรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ อยากเป็นนักแข่งมืออาชีพ สำหรับผู้เรียนจบหลักสูตร จะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบัน สามารถนำไปเป็นเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาตเป็นนักแข่งจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.)

เพื่อพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สอดคล้องกับนโยบายนักกีฬาอาชีพ จึงมาเป็นจุดกำเนิดของ TRA มุ่งเน้นบุคลากรที่สนใจการขับเพื่อการแข่งขัน โดยสถาบันจะสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ คือ กฎ กติกา มารยาท และทักษะในการขับแข่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนักแข่งมืออาชีพ จะเป็นนักแข่งที่ดีและเก่ง สถาบันได้เล็งเห็นแล้วว่าการขับแข่งเก่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับอาชีพการเป็นนักแข่ง

อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ถึงกฎ กติกา ไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือระดับสากล รวมถึงมารยาทในการขับแข่งและความมีน้ำใจ ถือได้ว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าทักษะการขับขี่ อันเป็นสิ่งมีส่วนช่วยให้นักแข่งสามารถทำการแข่งขันจนจบได้อย่างปลอดภัย ผู้จะมาถ่ายทอดความรู้เป็นดีกรีระดับแชมป์ประเทศไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ชีฟ อินสตรัคเตอร์ (Chief Instuctor) หรือหัวหน้าผู้ฝึกสอน “กรัณฑ์ ศุภพงษ์” แชมป์ มาเก๊า กรังปรีซ์ (Macao Grandprix) สองสมัยในรุ่นซีทีเอ็ม (CTM) และล่าสุดแชมป์ประจำปี TSS 2015 ในรุ่นไทยแลนด์ ซุปเปอร์ คาร์ คลาส 3 จีทีซี กันตศักดิ์ กุศิริ แชมป์ประจำปี TSS 2015 ในรุ่นไทยแลนด์ ซุปเปอร์ คาร์ คลาส 2 จีทีเอ็ม พัฒวิช พยัคฆโส และอีกหลายๆ ท่าน พร้อมทั้งสถานที่เรียนตั้งอยู่ที่ปทุมธานี สปีดเวย์ จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่ใช้สำหรับเรียนขับแข่งได้อย่าครบวงจร

รร.ฝึกแข่งรถ2

ในปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกของสถาบัน ถือเป็นปีที่ดีสำหรับการเริ่มต้น เห็นได้จากความสนใจของต่างชาติ สนใจมาร่วมเรียน จากการตอบรับของผู้เข้ารับการอบรม ไม่ว่าจะเป็นผู้เป็นนักแข่งหน้าใหม่ แฟนพันธุ์แท้สนใจมอเตอร์สปอร์ตในทุกแง่มุม และสื่อต่างๆ ที่ผ่านมามีผู้มาเข้าเรียนแล้วทั้งหมด 8 รุ่น ส่วนปีนี้เรียนไปแล้ว 3 รุ่น

ในปี 2559 นี้ TRA จับมือพันธมิตรหลัก บีควิก และเฟดเดอรัล ต่อยอดการขับแข่งระดับอาชีพ เพื่อส่งเสริมมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย ก้าวไกลสู่สากล

สำหรับค่าใช้จ่ายคอร์สละ 38,000 บาท ระยะเวลาเรียน 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) คุณสมบัติ อายุ 14 ปีขึ้นไปไม่จำกัดเพศ มีร่างกายแข็งแรง สามารถขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาได้ หลักสูตรการเรียนแบ่งเป็น ทฤษฎี ครึ่งวันเช้า วันเสาร์ปฏิบัติ ครึ่งบ่ายวันเสาร์และวันอาทิตย์เต็มวัน

เรียกว่าเป็นธุรกิจปั้นนักแข่งอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก เปิดโอกาสให้คนไทยและต่างชาติมีโอกาสก้าวเข้าสู้วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างมีมาตรฐานสากล