หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ฟอร์ด‘แร็พเตอ...

ฟอร์ด‘แร็พเตอร์’พันธุ์ดุ ได้ฤกษ์เปิดสายผลิตแล้ว

10.07.18 | 13:00 น.

หลังจากเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ล่าสุดฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนีเปิดสายการผลิตของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์รถกระบะสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ณ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือเอฟทีเอ็ม จังหวัดระยองแล้ว

การเปิดตัวและเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นกลยุทธ์ที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงจากโรงงานรุ่นแรกของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ใช้สร้างแรงจูงใจลูกค้า และพร้อมส่งมอบให้ผู้บริโภคได้เป็นเจ้าของในเดือนสิงหาคมนี้

ด้วยการผสมผสานดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) และสมรรถนะสูง เพื่อต้องการสะท้อนนิยาม “เกิดมาแกร่ง” ของฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือมาตรฐานใหม่ของรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง โดดเด่นด้วยโลโก้ฟอร์ดแบบตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์บนกระจังหน้า ต้องการสื่อถึงความดุดันของรถกระบะสายพันธุ์ใหม่

“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือที่สุดของฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน และสมรรถนะเชิงออฟโรด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือรถกระบะสายพันธุ์ใหม่แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างแท้จริง” นางสาวยุคนธร “วิคกี้”วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน กล่าว

Advertisement

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขุมพลังสูงสุด 213 แรงม้า (157 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูง 500 นิวตันเมตร

นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังได้รับการออกแบบให้ช่วงล่างยกสูงขึ้น และมีระยะช่วงล้อกว้างกว่าเดิม พร้อมโช้กอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ FOX เพื่อซับแรงกระแทก ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทรงตัวและการควบคุมรถ แม้ในสภาพถนนแบบออฟโรดหฤโหด

เรนเจอร์ แร็พเตอร์มาพร้อมระบบเทอร์เรนเมเนจเมนท์ (Terrain Management System -TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงโหมดบาฮา เหมาะกับการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮาอันเลื่องชื่อ

ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อก ทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดีขึ้น แม้ในระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมกับแป้น แพดเดิล ชิฟต์ (Paddle Shift) ขนาดใหญ่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วตามความต้องการ

นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมาพร้อมกับแผงกันกระแทกด้านล่างอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยปกป้องห้องเครื่องจากการกระแทก ผลิตจากเหล็กกล้า (High-strength steel) มีความหนา 2.3 มิลลิเมตร และมีความทนทานสูงตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance)

เทคโนโลยีในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้แก่ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบซิงค์ 3 (SYNC๎ 3) หน้าจอทัชสกรีน พร้อมเชื่อมต่อบลูทูธ และไวไฟ

ระบบแผนที่นำทาง กุญแจรีโมตอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ตรถอัตโนมัติ ฝาท้ายแบบผ่อนแรง อีซี่ ลิฟต์ (Easy Lift) ไฟหน้าแบบ HID ไฟเดย์ไลต์แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED

บันไดข้างรถอะลูมิเนียมอัลลอย กันชนหน้าที่ทนทาน สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด

ล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง ออล เทอร์เรน บีเอฟ กู๊ดริช (All-terrain BF Goodrich) 285/70 R17

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) สีใหม่พิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เรด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล๊ก (Shadow Black) และสีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)

“เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผลิตที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในปี 2558 ฟอร์ดได้ประกาศเพิ่มการลงทุน 186 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,269 ล้านบาท ที่โรงงานเอฟทีเอ็ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ ให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว” นางสาวยุคนธรกล่าว