หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ฟอร์ดเผยเทคโน...

ฟอร์ดเผยเทคโนโลยีรถขับอัตโนมัติ ตะลุยฝ่า”หิมะ-ฝนตก”ถนนลื่นไถล

15.04.16 | 10:25 น.

รายงานข่าวจากเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา แจ้งว่า ค่ายฟอร์ดอยู่ระหว่างการทดลองเพื่อนำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติออกสู่สาธาณชนทั่วโลก ฟอร์ดได้เผยถึงเทคโนโลยีและวิธีการทำงานทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถทำงานในสภาพอากาศมีหิมะตกหรือบนถนนลื่นไถล การขับรถขณะหิมะตกหรือขณะฝนตกนั้นท้าทายด้วยถนนที่ลื่นไถลได้ง่ายและทัศนวิสัยไม่ชัดเจน รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็ควรจะสามารถขับในเส้นทางที่มีหิมะปกคลุมและบนถนนลื่นได้

1.เริ่มการขับเคลื่อนอัตโนมัติจากการร่างแผนที่ 3D ความละเอียดสูงด้วย ไลดาร์ (LiDAR)

สำหรับการทำงานในสภาวะหิมะหรือฝนตก รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด จำเป็นต้องวิ่งสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อสร้างแผนที่ดิจิตอลแบบสามมิติความละเอียดสูงเป็นอันดับแรก รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดจะสร้างโมเดลดิจิตอลของสภาพท้องถนนที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงจับสภาพอาคารโครงสร้างต่างๆ โดยรอบจากการวิ่งสำรวจในสภาพอากาศตามต้องการ โดยใช้อุปกรณ์สแกน LiDAR จำนวน 4 ตัว ในการปล่อยเลเซอร์รวม 2.8 ล้านจุดต่อ 1 วินาที ผลลัพธ์ของแผนที่ที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการระบุตำแหน่งรถยนต์ขณะอยู่ในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ LiDAR เพื่อสแกนสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์นี้ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจึงสามารถระบุตำแหน่งของมันเองจากแผนที่ที่ได้บันทึกไว้ แม้ว่าถนนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ

2.เก็บข้อมูลแผนที่ขนาดมากถึง 600 กิกะไบต์ต่อชั่วโมง

ขณะที่ทำการร่างแผนที่ดิจิตอลแบบสามมิติ รถยนต์ฟอร์ดขับเคลื่อนอัตโนมัติจะเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางและสถานที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ตึกอาคาร ต้นไม้ และอื่นๆ โดยรถยนต์จะเก็บข้อมูลมากถึง 600 กิกะไบต์ต่อชั่วโมง เพื่อนำไปสร้างแผนที่ภูมิทัศน์สามมิติความละเอียดสูง เป็นขนาดข้อมูลเทียบเท่าการใช้งานข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน 10 ปี

Advertisement

3.เซ็นเซอร์ LiDAR อัจฉริยะ ตรวจจับเกล็ดหิมะและหยดน้ำฝน

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดปล่อยเลเซอร์หลายจุดจากเซ็นเซอร์ LiDAR ในจำนวนมาก เซ็นเซอร์บางจุดกระทบเข้ากับเกล็ดหิมะหรือหยดน้ำฝนและทำให้ประมวลผลผิดไปว่ามีวัตถุขวางทางอยู่ ฟอร์ดได้ทำงานร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนและได้สร้างอัลกอริทึ่ม สามารถตรวจจับหิมะและน้ำฝน เพื่อช่วยกรองวัตถุเหล่านี้ให้พ้นจากทัศนวิสัยของรถยนต์เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

4.ระบุตำแหน่งแม่นยำยิ่งกว่า GPS

เมื่อพูดถึงระบบนำทางของรถยนต์ เรามักจะนึกถึงระบบจีพีเอส (GPS) ระบบ GPS ปัจจุบันสามารถบอกตำแหน่งโดยมีระยะความคลาดเคลื่อนในระดับบวก/ลบถึง 10 เมตร การทำงานของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดต้องอาศัยตำแหน่งรถแม่นยำมากยิ่งกว่านั้น ด้วยการสแกนสภาพแวดล้อมเพื่อตรวจหาสถานที่สำคัญ และเปรียบเทียบกับข้อมูลบนแผนที่ดิจิตอลแบบสามมิติที่เก็บอยู่ในคลังข้อมูล รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดสามารถระบุตำแหน่งของตนเองโดยมีระยะความคลาดเคลื่อนไม่เกินหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น

5.เซ็นเซอร์ ฟิวชั่น ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์เข้ากับระบบตรวจวัดการทำงานของเซ็นเซอร์ ช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดทำงานได้อย่างแม่นยำ

นอกจากเซ็นเซอร์ LiDAR แล้ว ฟอร์ดยังใช้กล้องและสัญญาณเรดาร์เพื่อตรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวรถ โดยใช้ข้อมูลเก็บรวบรวมได้จากการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่เรียกว่า เซ็นเซอร์ ฟิวชั่น

ขั้นตอนนี้ทำให้รถสามารถรับรู้ต่อสถานการณ์ต่างๆ แบบ 360 องศา โดยการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ ฟิวชั่นนี้หมายถึงเมื่อมีเซ็นเซอร์หนึ่งไม่ทำงานเพราะน้ำมีแข็ง หิมะ คราบสกปรก หรือเศษชิ้นส่วนต่างๆ เกาะบนเลนส์ของเซ็นเซอร์ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดจะทำการตรวจสอบการทำงานของระบบ LiDAR กล้องและเรดาร์ทั้งหมด เพื่อระบุการเสื่อมประสิทธิภาพการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ และช่วยให้เซ็นเซอร์ต่างๆ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนตามขั้นตอน รถยนต์จะสามารถจัดการกับน้ำแข็งและคราบต่างๆ ได้ผ่านระบบตรวจวัดทำความสะอาดและกำจัดไอน้ำด้วยตัวเอง

ฟอร์ดเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่สาธิตการทำงานของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในหิมะสู่สาธารณะ โดยได้ทดสอบในสภาพอากาศฤดูหนาวที่รัฐมิชิแกน รวมถึงที่เอ็มซิตี้ สนามทดสอบรถเสมือนจริงขนาด 32 เอเคอร์ ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน การทดสอบรถแบบเต็มรูปแบบของฟอร์ดภายในมหาวิทยาลัยมิชิแกนมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น