ถ้าพูดถึงค่ายรถยนต์ซูบารุแล้ว คนส่วนใหญ่จะนึกถึงรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์แรง ช่วงล่างหนึบแน่น จากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทนทาน ส่วนใหญ่คนขับจะเป็นลูกค้าผู้ชาย แม้ว่ารูปร่างหน้าตาไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่ในแง่คุณภาพไม่เป็นรองใคร
ล่าสุด บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการ เปิดตัวรถเอสยูวี “เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นรถธงหลักสร้างยอดขายได้ในระดับแถวหน้าของค่ายซูบารุ
ฟอเรสเตอร์รุ่นใหม่นี้ปรับปรุงประสิทธิภาพการขับขี่ ผสานเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่สำคัญพยายามขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้หญิงมากขึ้น
เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์มี 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น 2.0i รุ่น 2.0i-P และรุ่น 2.0XT

ในรุ่น 2.0i และ 2.0i-P มาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (Boxer) ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว รุ่น FB 20 ขับพลังการขับเคลื่อนออกมาถึง 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบต่อนาที และมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นที่ระดับ 7.9 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
ส่วนรุ่น 2.0XT มาพร้อมเครื่องยนต์ บ็อกเซอร์ ไดเรคต์-อินเจคชั่น (Boxer Direct-Injection Turbo) 241 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบต่อนาที อัตราการใช้เชื้อเพลิงที่ระดับ 8.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
มาพร้อมระบบเกียร์ เอ็กซ์-โหมด (X-Mode) ช่วยประสานการทำงานของคันเร่ง ระบบส่งกำลัง ทำให้ไหลลื่น และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตโนมัติหรือออลวีลไดรฟ์ (AWD) ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัย

ที่ผ่านมารถยนต์ซูบารุถือว่ามีเครื่องยนต์ดี ระบบช่วงล่างขั้นเทพ เกาะถนนดี การควบคุมพวงมาลัยทำได้แม่นยำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
สิ่งที่ตามมา เมื่อต้องการความหนึบแน่นของช่วงล่าง จำเป็นต้องแลกกับความกระด้าง แม้จะไม่มากมายกลายสภาพจากรถยนต์ไปเป็นเกวียน แต่ก็ถือว่าจะค่อนข้างนุ่มนวลน้อยกว่า เมื่อเทียบกับรถตลาดทั่วไป
แต่สำหรับฟอเรสเตอร์ใหม่ แม้จะยึดมั่นในรากฐานของการเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนได้ในทุกสภาพถนนแล้ว มาคราวนี้ได้รับการพัฒนายกระดับระบบช่วงล่างและชุดคอยล์สปริง เพื่อให้เกิดความนุ่มนวลในการขับขี่ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการบังคับควบคุมในระดับสูงสุด
เป้าหมายเพื่อการขับขี่อันสะดวกสบายและมีคุณภาพ แต่ยังคงควบคุมทิศทางของรถได้เฉียบคมทั้งบนถนนในเมืองและออฟ-โรด
การควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะพวงมาลัยเบาลง แต่ยังคงความแม่นยำไว้ได้ แม้ในขณะใช้ความเร็วสูง
ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับกระจังหน้ารูปแบบใหม่ ไฟท้าย และล้อลายใหม่ ส่วนภายในมีการตกแต่งแตกต่างไปในแต่ละรุ่น ออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารใหม่พร้อมชุดเครื่องเสียงคุณภาพดี รุ่นใหม่ ฮาร์มาน การ์ดอน กำลังขับ 400 วัตต์ พร้อมลำโพง 8 ตัว ชุดจอแสดงผลแบบ LED ไฮเกรด มัลติ ฟังก์ชั่น ดิสเพลย์ (Hi-Grade Multi-Function Display)

นอกจากนั้นในแง่ความสะดวกสบาย ยังมีการใช้วัสดุเก็บเสียงรูปแบบใหม่ รวมทั้งเพิ่มความหนาของกระจก เพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามายังภายในห้องโดยสาร ทำให้ห้องโดยสารเงียบกริบ และยังมีระบบไฟฟ้าช่วยควบคุมการปิด-เปิดประตูท้ายอัตโนมัติ พร้อมหน่วยความจำ
ภายในห้องโดยสาร จากการออกแบบให้กระจกแต่ละบานรอบคันค่อนข้างใหญ่ จึงทำให้วิสัยทัศน์การมองค่อนข้างดี ให้ความรู้สึกกว้างขวาง แต่ในการใช้งานจริง คงต้องติดฟิล์มค่อนข้างเข้มเพื่อป้องกันแสงและความร้อนจากแดดจะเข้ามาในรถมากเป็นพิเศษ เป็นเรื่องปกติสำหรับรถยนต์ที่มีกระจกบานใหญ่
ฟอเรสเตอร์เพิ่มระบบรหัสระบุตัวตน (Personal Identification Number : PIN) เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถเก็บกุญแจไว้ในรถ ในขณะออกไปทำกิจกรรม เพียงป้อนรหัสถูกต้องก็สามารถปลดล็อกประตูได้ ทำให้ป้องกันเหตุการณ์หากขณะออกไปทำกิจกรรมต่างๆ อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิด ทำให้ลูกกุญแจสูญหายหรือเสียหายได้
สำหรับระบบความปลอดภัยนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า ถือเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ซูบารุทุกรุ่น และมีการพัฒนาระบบความปลอดภัยเชิงรุก (active safety) และระบบความปลอดภัยเชิงรับ (passive safety) มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ในฟอเรสเตอร์ใหม่ (passive safety) ติดตั้งระบบ อาทิ โครงสร้างนิรภัย แบบริง เชปด์ รีอินฟอร์ซเมนต์ (Ring Shaped Reinforcement Frame) ช่วยปกป้องผู้โดยสารให้ปลอดภัยในกรณีเกิดการพลิกคว่ำของตัวรถ ระบบไฟหน้า LED ปรับองศาตามทิศการหมุนพวงมาลัย ทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นอยู่ในระดับสูงสุด
ถุงลมนิรภัย SRS ทางด้านหน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัย และถุงลมป้องกันบริเวณเข่า จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ไอโซเฟลกซ์ (ISOFIX) ระบบช่วยเบรกหรือเบรกแอสสิสท์ (Brake Assist) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง Auto Vehicle Hold, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน หรือฮิลล์ เดสเซนท์ คอนโทรล (Hill Descent Control) และระบบไฟเลี้ยวแบบ วัน ทัช เทิร์น ซิกแนล (One Touch Turn Signal)

ราคาจำหน่ายรุ่น 2.0i ราคา 1,398,000 บาท รุ่น 2.0i-P ราคา 1,498,000 บาท และรุ่น 2.0XT ราคา 2,290,000 บาท
ราคาดังกล่าว สำหรับรุ่น 2.0i-P ราคาลดลงเกือบ 2 แสนบาท เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ส่วนรุ่น 2.0 XT ราคาลดลงประมาณ 1.3 แสนบาท สาเหตุเพราะซูบารุย้ายฐานการผลิตจากญี่ปุ่นมาที่มาเลเซีย จึงได้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีอาเซียน สามารถประกอบรถยนต์ทั้งรุ่น เอ็กซ์วี (XV) รถเอสยูวีรุ่นเล็กกว่าฟอเรสเตอร์ และรุ่นฟอเรสเตอร์ได้มีกำลังการผลิตสูงถึง 1.5-1.6 หมื่นคันต่อปี
ดังนั้น พูดได้ไม่อายปากว่าการมาคราวนี้ของฟอเรสเตอร์ไม่ธรรมดา ทั้งการปรับปรุงเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาถูกลง แม้ใครบอกว่าหน้าตาไม่สวยหยด ออกแนวงั้นๆ แต่ขอโทษทีมีทีเด็ดโดนใจ ไม่ใช่ประเภทสวยแต่รูปจูบไม่หอมก็แล้วกัน

