ฟอร์ดเทสต์”ฟิวชั่น ไฮบริด” รถยนต์ขับอัตโนมัติ-ในที่มืด

10.05.16 | 00:09 น.

จิม แมคไบรด์ หัวหน้าเทคนิคฝ่ายรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ฟอร์ด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์ดได้ทดลองรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด โดยขับเคลื่อนบนถนนโล่งกลางทะเลทรายตอนกลางคืนโดยไม่มีการเปิดไฟหน้า เพื่อปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์ การทดลองขับเคลื่อนรถยนต์ในสภาวะมืดสนิทบริเวณศูนย์ทดลองฟอร์ด เอริโซนานับเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดจะพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสมบูรณ์แบบสู่ผู้บริโภคทั่วโลก การทดลองนี้เป็นพัฒนาการขั้นสำคัญ โดย เซ็นเซอร์ ไลดาร์ (LiDAR) ของฟอร์ด ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์จำลองการเป็นผู้ขับขี่เสมือนจริงมีความแม่นยำเพียงพอจนสามารถขับเคลื่อนรถยนต์ได้อย่างไร้ที่ติบนถนนคดเคี้ยว แม้ว่าจะไม่มีกล้องต้องทำงานโดยอาศัยแสง ถึงแม้ว่าการทำงานที่ดีที่สุดคือการทำงานร่วมกันของโหมดเซ็นเซอร์ทั้ง 3 โหมด ได้แก่ เรดาร์ กล้องและเซ็นเซอร์ LiDAR แต่การทำงานเพียงเซ็นเซอร์ LiDAR อย่างเดียวก็สามารถทำงานได้อย่างอิสระบนถนนโดยไม่ต้องอาศัยแสงไฟ

car01090559p2

แมคไบรด์กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway traffic Safety Administration) พบว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ขับขี่รถยนต์ในช่วงเวลากลางคืนสูงกว่าอัตราในช่วงเวลากลางวันประมาณ 3 เท่า

“ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ LiDAR รถยนต์ใช้ในการทดสอบ จึงไม่ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์หรือแม้กระทั่งกล้องเพื่อตรวจจับเส้นถนนสีขาวอีกต่อไป นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ LiDAR ช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถขับเคลื่อนในเวลากลางคืนได้ดีเท่าในเวลากลางวัน” แมคไบรด์กล่าว

แมคไบรด์กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนท่ามกลางความมืด รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดใช้แผนที่สามมิติความละเอียดสูง มาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นจราจร สภาพภูมิศาสตร์ การทำแผนที่และสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ป้ายบอกทาง อาคารและต้นไม้ รถยนต์จะใช้คลื่นจากเซ็นเซอร์ LiDAR ในการระบุตำแหน่งของมันเองลงบนแผนที่แบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงรวมข้อมูลเข้ากับข้อมูลจากเรดาร์ เพื่อทำให้สมรรถนะการตรวจจับของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสมบูรณ์

Advertisement

สำหรับการทดสอบการขับเคลื่อนในทะเลทรายตอนกลางคืนนี้ ทีมวิศวกรฟอร์ดได้สวมใส่แว่นตาสำหรับกลางคืนและคอยเฝ้าดูรถยนต์ฟอร์ด ฟิวชั่น จากทั้งภายนอกและภายในตัวรถ แว่นตานี้ช่วยให้พวกเขาสามารถมองเห็นการทำงานของเซ็นเซอร์ LiDAR ในรูปแบบตารางแสงเลเซอร์อินฟาเรด ปล่อยออกมารอบๆ ตัวรถขณะรถเคลื่อนที่ผ่าน เซ็นเซอร์ LiDAR จะปล่อยคลื่นเลเซอร์จำนวน 2.8 ล้านจุดต่อ 1 วินาที เพื่อให้สามารถสแกนสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ

car01090559p3

เวน วิลเลียมส์ นักค้นคว้าวิจัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรของฟอร์ด กล่าวว่า เมื่อนั่งอยู่ในรถยนต์ ตนรู้สึกได้ว่ารถกำลังเคลื่อนที่ แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแต่ความมืดมิดขณะที่ตนนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ได้ติดตามขั้นตอนการขับเคลื่อนของรถแบบเรียลไทม์โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการมอนิเตอร์ แน่นอนว่า รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้อย่างแม่นยำแม้ถนนมีความคดเคี้ยว

วิลเลียมส์กล่าวว่า หลังการทำการค้นคว้าด้านรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากว่าทศวรรษ ฟอร์ดได้มุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้มีสมรรถนะสูงแบบโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับขี่ ให้ได้ตามมาตรฐานระดับ 4 ที่กำหนดโดยสมาคมวิศวกรรมยานยนต์นานาชาติ (SAE International Level 4) และในปีนี้ ฟอร์ดจะเพิ่มจำนวนรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับการทดสอบถึงสามเท่า โดยจะนำรถฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จำนวน 30 คันมาขับทดสอบบนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย เอริโซนาและมิชิแกน การพัฒนานี้เป็นหนึ่งในแผนการสัญจรอัจฉริยะของฟอร์ด เป็นแผนในการพัฒนาการเชื่อมต่อสื่อสาร การสัญจร รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการและวิเคราะห์ฐานข้อมูลขึ้นไปอีกระดับ