เป็นรถหรูเกรดคุณภาพระดับแถวหน้ายี่ห้อหนึ่งในบ้านเรา สำหรับค่ายวอลโว่
ยิ่งมาระยะหลังวอลโว่กำจัดจุดอ่อนทั้งในเรื่องความประหยัด สมรรถนะเครื่องยนต์ ดีไซน์ ความกว้างขวางสะดวกสบาย ความหรูหรา
แต่ยังคงไว้ซึ่งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยขั้นเทพเอาไว้ต่อไป จึงทำให้รถยนต์วอลโว่รุ่นหลังๆ ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่าคุณภาพไม่น้อยหน้าคู่แข่งระดับเดียวกัน ทั้งเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู สู้ได้แบบสูสีทีเดียว ขึ้นกับว่าลูกค้าจะเน้นด้านไหนมากกว่ากัน
อย่างล่าสุด วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ V60 D4 สปอร์ตแวกอนรุ่นล่าสุดจากวอลโว่ เน้นเอกลักษณ์ความโก้หรูระดับพรีเมียม พื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระ พร้อมทั้งเป็นความอเนกประสงค์ แต่ไม่ทิ้งความสปอร์ต สะดุดตาตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียน การขับขี่เร้าใจ แถมยังคล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
วอลโว่ V60 จำหน่ายอยู่ในเมืองไทยที่ผ่านมา เป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน แต่ปีนี้ปล่อยทีเด็ดใหม่ แตกไลน์รุ่น V60 D4 เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น สมรรถนะการขับขี่เยี่ยม ขับสนุกและโฉบเฉี่ยว
รูปลักษณ์ภายนอกสไตล์คูเป้ในร่างสปอร์ตแวกอน ลายเส้นสายแนวขวางทำให้ดูเหมือนรถกดต่ำเกาะถนนดีขึ้น มี 5 สี ทั้งสีดำ เอ็มเบอร์ แบล๊ก (Ember Black) สีเทา ซาวิล เกรย์ (Savile Grey) สีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White) สีเงิน ไบรท์ ซิลเวอร์ เมทัลลิก (Bright Silver Metallic) และสีฟ้า เพาเวอร์ บลู (Power Blue) ใหม่ ดูสดใส แบบที่ไม่ค่อยเคยเห็นวอลโว่ทำสีแบบนี้ออกมา
ภายในหรู วอลโว่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียน การออกแบบทั้งลายไม้และหนัง ผสมผสานการใช้งานสะดวก แผงคอนโซลกลางลายเปียโน แบล๊ก (Piano Black) กระจกมองหลังแบบไร้ขอบ เท่ไปอีกแบบ
หน้าปัดจอแบบ TFT (Thin Film Transistor) แสดงผลเป็นกราฟิกสีสดใสสว่างสะดุดตา ให้ผู้ขับขี่เลือกการแสดงผลบนหน้าปัดได้ถึง 3 แบบ คือ เอเลแกนซ์ อีโค (Elegance Eco) และเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance)

จุดเด่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่าว่าแต่วอลโว่เลย ในรถหรูจากยุโรปอื่นๆ ก็ยังไม่เคยเห็น นอกจากรถญี่ปุ่นเน้นความเป็นอเนกประสงค์ คือเบาะหลังแยกพับได้อย่างอิสระแบบ 40/20/40 พนักพิงของเบาะผู้โดยสารด้านหน้าสามารถพับลงได้ราบเรียบ ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระได้หลากหลายขนาด
การออกแบบเบาะโดยสารพิเศษมากไปกว่านั้นก็คือเบาะรองนั่งตัวริมทั้งซ้ายและขวาของเบาะโดยสารด้านหลัง สามารถปรับยกขึ้นเป็นเบาะนั่งสำหรับเด็กได้สองระดับอีกด้วย เพื่อให้เด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป นั่งในตำแหน่งความสูงที่เข็มขัดนิรภัยสามารถทำงานเพื่อป้องกันเด็กได้อย่างถูกต้อง
เครื่องยนต์ดีเซล ทวินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ในตระกูล ไดรฟ์-อี เพาเวอร์เทรนส์ (Drive-E Powertrains) ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เป็นทีเด็ดใหม่ที่วอลโว่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง และปล่อยไอเสียต่ำลง
แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ 2 ลิตร แต่การออกแบบด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ Drive-E Powertrains ใหม่ สามารถให้พละกำลังได้เหนือกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบ และใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบ ในปัจจุบัน 10-30% (ขึ้นกับเครื่องยนต์ที่นำมาเปรียบเทียบ)

เครื่องยนต์ Drive-E Powertrains D4 ดีเซลคอมมอนเรล-ทวินเทอร์โบ พิกัดความแรงสูงถึง 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิดถึง 400 นิวตัน-เมตร (Nm) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ระหว่าง 1,750-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.7 วินาที
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมือง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนอกเมือง 22.2 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 20.4 กิโลเมตรต่อลิตร
ครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะแบบ i-ART (Intelligent Accuracy Refinement Technology) เทคโนโลยีระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ล่าสุด วอลโว่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเป็นรายแรก
กล่องควบคุม ECM (Engine Control Module) ทำหน้าที่ตรวจวัดแรงดันและอุณหภูมิของหัวฉีดด้วยเซ็นเซอร์ติดตั้งไว้ในแต่ละหัวฉีดทำงานแบบแยกอิสระ ระบบจะประมวลผลเพื่อปรับและควบคุมการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงในแต่ละหัวฉีดให้เหมาะสมเพื่อการเผาไหม้สมบูรณ์แบบ ต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลปกติใช้เซ็นเซอร์วัดแรงดันเพียงตัวเดียวสั่งการและควบคุมปั๊มเชื้อเพลิง
การฉีดเชื้อเพลิงหลายๆ ครั้งต่อรอบการเผาไหม้ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในกระบวนการสันดาป ช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงและลดเสียงดังจากอาการน็อกของเครื่องยนต์ลงได้มาก ระบบ i-ART นี้สามารถฉีดเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 9 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบของเครื่องยนต์ ขณะที่การขับใช้งานรถยนต์ปกตินั้นจะใช้เพียงแค่ 3-4 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบ
การทำงานผสมผสานกันระหว่างหัวฉีดแรงดันสูงที่ 2,500 บาร์ (มากกว่าแรงดันในเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิมที่ 1,800 บาร์) และเทคโนโลยี i-ART ส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ของวอลโว่ ปล่อยไอเสียน้อยลง มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น และลดการใช้เชื้อเพลิงได้ดีขึ้นถึง 2%

V60 D4 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่พร้อมเกียร์ทรอนิก (Geartronic) และแพดเดิล ชิฟต์ (Paddle Shift) แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย
สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราทดเกียร์กว้างขึ้น เกียร์ 1 เร่งออกตัวได้ทันใจ ขณะที่จังหวะเกียร์สูงสุดช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วคงที่ต่อเนื่อง ช่วงเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก และเกียร์แต่ละเกียร์ยังสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้นด้วย
สำหรับจุดเด่นด้านความปลอดภัย เช่น มีรีโมตคอนโทรลพร้อมฟังก์ชั่นสตาร์ตเครื่องยนต์ (Remote Engine Starting) ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (City Safety) เพื่อป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชั่นหยุด ออกตัวรถอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า (Adaptive Cruise control with Queue Assist and Distance Alert -ACC)
ระบบตรวจจับคนเดินถนนและผู้ขับขี่รถจักรยานพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถแบบเต็มแรงเบรก (Pedestrian and Cyclist Detection technology) ระบบแจ้งเตือนและสั่นที่พวงมาลัยเพื่อเตือนเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Aid) ระบบไฟส่องสว่างเพิ่มมุมมองด้านข้างเมื่อใช้สัญญาณไฟเลี้ยวขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (Cornering Light) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Active High Beam) ระบบเซ็นเซอร์เรดาร์แจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา (Enhanced Blind Spot Information System – BLIS – radar sensor)
ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด Cross Traffic Alert ช่วยเป็นตาหลังให้คุณ ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information) ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่เข้าออกจากที่มืด (Tunnel Detection) ระบบเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert Control: DAC)
วอลโว่ V60 D4 มาพร้อมเซ็นซัส คินเนคต์ (Sensus Connect) ระบบสื่อสารในรถยนต์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ เนวิเกเตอร์หรือระบบนำทาง การเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธ พร้อมเพิ่มการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีการแสดงผลหน้าจอหรือ HMI (Human Machine Interface) ใช้งานได้สะดวกผ่านจอภาพสี ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ปรับปรุงให้ดูง่ายและทันสมัยขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้งาน Sensus Connect ด้วยการใช้ปุ่มกดบนพวงมาลัย จึงทำให้เห็นข้อมูลบนจอภาพและถนนได้ในขณะเดียวกันโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย รวมทั้งปุ่มกดบนพวงมาลัยพัฒนาขึ้นให้สั่งการระบบนำทางได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย
วอลโว่ V60 D4 เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ราคา 2,549,000 บาท เป็นรถหรูสำหรับคนรุ่นใหม่ มาแบบครบเครื่องอีกรุ่นที่น่าใช้


