‘ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป’ บทพิสูจน์ปิกอัพระดับโลก

31.07.16 | 11:37 น.

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการจัดให้สื่อมวลชนได้ทดสอบ “ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป บทพิสูจน์จริงระดับโลกจากกรุงเทพฯ-อิตาลี” 45 วันบนเส้นทางสุดหฤโหดกว่า 20,156 กิโลเมตร

แบ่งเป็นทั้งหมด 5 สเตจ เริ่มจากกรุงเทพฯไปสิ้นสุดที่เวนิส “มติชน” ได้รับมอบหมายให้รับช่วงไม้สุดท้ายคือ สเตจ 5 ตุรกี-อิตาลี รับช่วงต่อจากสเตจ 4 ที่ขับรถมาส่งไม้ต่อที่ประเทศตุรกี กลุ่มสื่อมวลชนถูกคัดมา 9 ชีวิต เดินทางลงจากเครื่องบินสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี ต่างลากกระเป๋า หยิบสัมภาระ สัมผัสบรรยากาศและอากาศที่หนาวเย็นปรับอุณหภูมิเข้าร่างกาย ก่อนเดินทางไปยังจุดนัดหมายเพื่อรับประทานอาหารมื้อแรกในทวีปเอเชียของทริป

เมื่อลงมือสัมผัสทดสอบสมรรถนะรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่จอดเรียง 9 คัน และรุ่นฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน ตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ขนาด 2.4 และ 2.8 ทั้งเกียร์ออโต เกียร์ธรรมดา ที่มีความหนึบ แกร่ง และรถขับจริงของสื่อมวลชน มี 5 คัน ที่ถูกนำมาจัดอยู่ในคาราวานของทริป ส่วนที่เหลืออีก 5 คันเป็นรถที่อยู่ในคาราวาน ทุกคันอยู่ในความพร้อมลุย!! เพื่อพิสูจน์สมรรถนะจริง

เป้าหมายวันแรกหลังอิ่มท้อง เมืองพลอฟดิฟ ประเทศบัลแกเรีย ที่ต้องเดินทางพิสูจน์ลำดับแรก โดยรถยนต์ทั้งหมดในคาราวาน ข้ามชายแดนจากประเทศตุรกี เข้าสู่ประเทศบัลแกเรีย เพียงเพื่อแสตมป์หนังสือเดินทาง

แต่รถคาราวานบางคันถูกสุ่มตรวจด้วยเครื่องสแกนบริเวณด่านครั้งแรกครั้งเล่า ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปนานพอสมควร แต่กลุ่มคาราวานก็ไม่มีอุปสรรค ใช้เวลารอลุกนั่งเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นยืดสาย ปรับเบาะเอนนอนพักรอ เปิดบลูทูธต่อสัญญาณฟังเพลงในรถผ่อนคลาย บ้างก็ชาร์จแบตโทรศัพท์ที่มีช่องเสียบสัญญาณไฟโดยเฉพาะก่อน ลงไปจิบกาแฟกินขนมที่มีความพร้อมในรถหัวคาราวานตามอัธยาศัย

Advertisement

หลังผ่านการตรวจเสร็จสิ้น คาราวานรถมุ่งสู่ด่านขาเข้าประเทศบัลแกเรีย มีที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดต่อกับประเทศกรีซและตอนใต้ของประเทศตุรกี ทิศตะวันออกติดกับประเทศเซอร์เบียร์และมาซิโดเนีย ปลายทางรวมระยะทางวิ่ง 446 กิโลเมตร

ทุกคนเพลีย ก่อนนอนค้างพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่ทวีปยุโรปอย่างเต็มตัวในวันรุ่งขึ้น

revo2

เป้าหมายคาราวานอยู่ที่เมืองรูเซ ตะเข็บชายแดนประเทศบัลแกเรีย ก่อนขยับตัวเตรียมความพร้อมข้ามชายแดนไปยังประเทศโรมาเนียในวันรุ่งขึ้น

ระยะทางอยู่ที่ 305 กิโลเมตร ผ่านเมืองรูเซ บางช่วงเป็นถนนขรุขระ ขึ้นเขาเป็นบางช่วง ไฮลักซ์ รีโว่ ถูกโชว์สมรรถนะหลายอย่าง สตาร์ตจากช่วงล่างเป็นระบบควบคุมแบบกระจาย หรือ DCS ถนนเป็นเส้นทางโค้งกว้าง-แคบ เป็นเลนสวน

แต่ส่วนควบคุมรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ ก็ยังหนึบ เข้าทางโค้งด้วยพวงมาลัยได้อย่างแม่นยำมั่นใจ คนขับคาราวานบอกไม่มีส่าย ความสมดุลดีเยี่ยม จนถึงที่ตั้งอนุสาวรีย์ที่สร้างไว้จารึกถึงการปลดแอกของประเทศบัลแกเรีย ก่อนทีมคาราวานหยุดพัก

ในจุดนี้กินข้าวกลางวันแบบชิล…ชิล รายรอบด้วยทัศนียภาพทุ่งหญ้าเขียวขจี เวลามีจำกัด จึงเดินทางต่อไปยังเมืองเรซู

ระหว่างทางลงเขา เสียงวิทยุสื่อสารสีแดงจากรถ 01 หัวคาราวาน ดังขึ้นด้วยเสียงพูด ขับเรียงกันมานะครับ ช่างกล้องดักรอถ่ายเราอยู่ โดรนบินขึ้นแล้วนะครับ ทุกคันอยากต้องการเห็นภาพออกมาดี ขับไล่เรียงตามกันมาเป็นคาราวาน

หลังพ้นทีมถ่ายภาพ เสียง ว.แดง ดังขึ้น วิ่งมาตามไลน์นะครับ ถ้ามีจังหวะแซงได้แซงเลย แม้สภาพถนนยังเป็นสองเลน เอาปี๊ด (แซง) เลย ระบบความเร็วรถเพิ่มขึ้นระบบเกียร์ก็จะชิฟต์เกียร์ขึ้นให้เองได้ก็จะคาอยู่เกียร์เดียวไม่เปลี่ยนขึ้น ทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์ ดีเซลระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของไฮลักซ์ รุ่นรีโว่

คาราวานเบอร์ 2-3-4-5-6 แซงรถใหญ่ที่วิ่งชะลอตัวอยู่ข้างหน้า เมื่อผ่านพ้น รถเซอร์วิส รอดูจังหวะนะ เสียง ว.แดงดัง แต่ก็หาจังหวะได้ เมืองรูเซค่ำนี้ที่ถูกจอง เป็นจุดหมายต้นทางแบบไม่เหน็ดเหนื่อย พร้อมผู้โดยสารที่นั่งสบายอยู่ในห้องโดยสาร

เวล 7-8-9 คือเวลานัดหมายเพื่อทีมคาราวานต้องเดินทางต่อในระยะทาง 274 กิโลเมตร ปลายทางที่เมืองบราซอฟ ประเทศโรมาเนีย

พอเวลาล้อหมุนเข้าด่านขาออกบัลแกเรีย เข้าโรมาเนีย ทีมคาราวานใช้เวลาไม่นานในการลงตรายางปั๊มผ่านเข้าแดน

สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ต้นไม้เขียวขจี ริมถนนสองฝั่ง ก่อนจะเข้าเมืองมี ว.แดง ดังเหมือนเดิม เข้าเมืองนะครับ จำกัดความเร็วด้วย คนขับรีบปล่อยคันเร่ง คาราวานพยายามขับเกาะกลุ่ม ด้วยสภาพจราจรโกลาหลพอสมควร เครื่องยนต์ถูกเร่งกับเบรกถูกแตะตลอดเวลา รอรับสภาพทุกสถานการณ์ ก่อนแวะเข้าชมปราสาทบราน ตั้งอยู่บนยอดเขา

คาราวานต้องขึ้นเขาอีกครั้ง ซึ่งมิใช่ปัญหาของระบบรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวานสูดดมอากาศ ดูมนต์เสน่ห์เมืองเก่าที่โรมาเนียอีกวัน ตามโปรแกรม ที่ต้องชมเมืองมรดกโลกเซียไวร่า สุดคลาสสิก

ก่อนจะจบการเดินทาง ที่เมืองออราเดีย เมืองชายแดนโรมาเนีย ก่อนที่จะเข้าสู่ประเทศฮังการี

โดยเส้นทางวันนี้ออกเดินทางกับคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ข้ามเทือกเขาทรานส์ซิลเวเนีย ไปเมืองซีบิว เมืองใหญ่เก่าแก่ที่ชาวเยอรมันอาศัยอยู่แถบเทือกเขา คาราวานแล่นอยู่บนถนนสอง-สี่เลน ผ่านหุบเขาและโค้งหลากหลาย สองข้างมองเห็นภูเขา กับทุ่งหญ้าและต้นไม้เขียวชอุ่ม

อีกวันที่เดินทาง เป้าหมายของวันนี้คือกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศฮังการี ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่ากรุงปารีสแห่งยุโรปตอนกลาง เป็นเมืองสำคัญของการท่องเที่ยวของประเทศฮังการี อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองที่มีแม่น้ำดานูบ ไหลผ่านกลางเมือง แม่น้ำสายโรแมนติกมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย

เมื่อเข้าสู่โหมดการเดินทางของคาราวาน ต้องเดินทางข้ามแดนต่อเนื่อง 5 ประเทศภายในวันเดียว ด้วยระยะทาง 690 กิโลเมตร โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองเบิร์ชเทสการ์เดน ประเทศเยอรมนี

ทุกคันต้องใช้ความเร็ว อัตราการเร่งเครื่องทำงานอย่างเต็มที่ แม้ความเร็วของตัวเลขหน้าปัดไมล์จะอยู่ตัวเลขไหน แต่ภายในห้องโดยสารก็ยังคงนิ่งสนิท สมดุลกับโครงสร้าง

 

car01300759p1

ช่วงคาราวานวิ่งผ่านจะมีฝนตกเป็นบางช่วง สลับกับเนินเขาที่ไม่สูงมากนัก ผสมผสานกับโค้ง ก่อนผ่านเข้าประเทศสโลวาเกีย จากนั้นเข้าสู่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ใช้เวลาไม่นานถึงเส้นแบ่งเขตแดนของประเทศเช็กและออสเตรีย ป้ายทั้งสองประเทศติดตั้งตรงข้ามกัน กว่าจะเข้าถึงที่พักกลางความเย็นจากขุนเขาก็เป็นเวลาพลบค่ำมาก

เวลาเดิมที่นัดหมายกลุ่มคาราวานเริ่มปรับตัวเข้ากับเวลา วันนี้เดินทางเพียง 200 กิโลเมตร มีเป้าหมายต้องดูคือเคลสไตน์เฮาส์ หรือที่เรียกอีกชื่อว่ารังอินทรีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมนี

ระหว่างขึ้นมีฝนตกพรำๆ เส้นทางโค้ง วน แคบ แต่คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ก็ถึงจุดหมายปลายทางกับความหนาวเย็น 14 องศา ต่อจาก 14 องศา จุดไฮไลต์สำคัญของการเดินทางในทวีปยุโรป

สำหรับคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ กับการพิสูจน์สมรรถนะจริงระดับโลกบน “กรอสกล็อกเนอร์” ยอดเขาที่ถือว่าสูงที่สุดของออสเตรีย และเป็นเส้นทางในฝันสุดท้ายของคนที่รักการขับขี่จากทั่วโลก ยอดเขากรอส

กล็อกเนอร์ คือส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ในประเทศออสเตรีย และถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของออสเตรียอีกด้วย มีความสูง 3,798 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีเส้นทางขับรถยาวประมาณ 49 กิโลเมตร บนถนนซิกแซ็กชันคดเคี้ยวมากมายทุกรูปแบบ ทั้งโค้งหักศอก โค้งตัวเอส โค้งตัวยู และแคบ พับซ้อนกันไปมาบนทางขึ้น-ลงเขาแคบๆ บวกกับลาดชัน

ความยากเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายที่บรรดานักขับจากทั่วโลกต่างอยากมาพิสูจน์ฝีมือที่นี่กันสักครั้ง

แต่สำหรับคาราวานสเตจ 5 ถูกต้อนรับด้วยความท้าทายที่เพิ่มในรอบกว้างของเครื่องยนต์ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะ ความหนึบ แกร่ง ทนทาน ผ่านทุกโค้งของกรอสกล็อกเนอร์มาได้อย่างเหนือชั้น กระทั่งไปถึงยังจุดชมวิว

น่าเสียดายที่หลายมุมถูกเมฆหมอกฝนปกคลุมเอาไว้ แต่ก็ยังดูสวยงามตามธรรมชาติ และเนื่องจากหิมะเพิ่งตกผ่านไปช่วงคืนก่อนที่คาราวานเดินทางมาถึง เลยมีหิมะให้เห็นปกคลุมอยู่บ้าง

อากาศที่หนาวขึ้น ด้วยความเย็น 5 องศาเซลเซียส เมื่อกลับมานั่งในรถต้องเปิดระบบทำความร้อน(heater)ภายในรถเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และถึงแม้เส้นทางจะท้าทายเพียงใด ก็ทำให้บรรยากาศของการขับขี่เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อถึงเวลาทางลงเขา ฝนโปรยปรายมาส่งคาราวานอย่างไม่ลดละ ทำให้ต้องใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะลงทางชัน หรือ DAC เพื่อช่วยให้การขับขี่ลงทางลาดชันที่เปียกลื่นสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น แต่ด้วยทัศนวิสัยที่เต็มไปด้วยเมฆฝน ทำให้บางช่วงมองแทบไม่เห็นกัน จึงต้องอาศัยเปิดไฟตัดหมอกที่สว่างมาช่วยในการขับตามกันด้วยความปลอดภัยและง่ายขึ้น

ก่อนปิดจ๊อบ คาราวานจะเข้าสู่ประเทศอิตาลี ประเทศสุดท้ายบนเส้นทางสายไหมใกล้จุดหมายปลายทางเข้ามาทุกทีแล้ว เป็นประเทศสุดท้ายของการเดินทาง จุดหมายของคาราวานในวันนี้ คือ ลีวินโญ หมู่บ้านปลอดภาษีชายแดนประเทศอิตาลี ด้วยระยะทาง 344 กิโลเมตร

เส้นทางส่วนใหญ่ในวันนี้ต้องขับตัดผ่านถูเขา ออกจากเมืองลินช์มาได้ไม่นานก็ถึงจุดเขตแดนเข้าประเทศอิตาลี

ตลอดเส้นทางเป็นการขับอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์อันสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ สองข้างทางจึงเต็มไปด้วยความเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่นและไม่ร้อนจนเกินไป เส้นทางในวันนี้เต็มไปด้วยทางโค้ง แต่ช่วงล่างหนึบ ก็ทำให้การเข้าโค้งเป็นไปได้อย่างสบาย

ด้วยความที่เป็นถนนสองเลนค่อนข้างแคบ อีกทั้งรถในประเทศอิตาลีก็เยอะ เราจึงต้องเบรกกันตลอดเวลา

ระบบเบรกของไฮลักซ์ รีโว่ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดีตลอดเส้นทาง ช่วงที่เป็นทางตรง ระบบเกียร์ซีเควนเชียล ชิฟต์ (sequential shift) ก็ช่วยให้การขับขี่สบายขึ้น เรียกได้ว่าขับสนุกทุกสภาพถนนของการเดินทาง

ทีมคาราวานเริ่มออกเดินทางจากลีวินโญกันช่วงสายๆ มีทางโค้งเข้ามาทดสอบสมรรถนะของช่วงล่าง DCS เป็นระยะ แม้ว่าจะเดินทางอย่างหนักต่อเนื่องมา 44 วันแล้วก็ตาม

คาราวานจะพาไฮลักซ์ รีโว่ ข้ามฝั่งและชมความสวยงามของเกาะเวนิส พร้อมทั้งบรรยากาศของพิธีปิดการเดินทางอย่างเป็นทางการ สุดท้ายในการเดินทางสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ “ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป บทพิสูจน์จริงระดับโลกกรุงเทพฯ-อิตาลี” หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนานเข้าสู่วันที่ 45 บนเส้นทางสุดหฤโหดกว่า 20,156 กิโลเมตร เดินทางมาถึงภารกิจสุดท้ายคือการนำไฮลักซ์ รีโว่ ไปให้ถึงเกาะเวนิส สุดทางเส้นทางสายแพรไหมตามบันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล (Marco Polo) นักเดินทางค้าขายและนักสำรวจชื่อดังชาวอิตาลี

คณะคาราวาน นำทีมโดยคุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำขบวนรถไฮลักซ์ รีโว่ ออกจากเมเตส์ (Metres) เพื่อลงแพยนต์ล่องไปรอบเกาะเวนิส

ตลอดเส้นทางจะเห็นอาคารบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมสำคัญหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งน้ำ ถือเป็นมนต์เสน่ห์ของนครแห่งสายน้ำที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ความดีใจและภูมิใจที่ได้ร่วมคาราวาน กับความคิดในใจที่ว่า…เราถึงเวนิส เราทำได้ กับการพิสูจน์สมรรถนะจริงของเจ้าไฮลักซ์ รีโว่ ที่ขับเคลื่อนพาคณะเดินทางจากกรุงเทพฯมาถึงที่นี่ 45 วันแห่งการเดินทางอย่างต่อเนื่องผ่านทุกสภาพถนน

ทั้งขรุขระ เปียกลื่น ขึ้น-ลงเขา ทางโค้งที่มีทั้งโค้งตัวยู โค้งเอส โค้งหักศอก ทางโค้งที่ติดต่อกันตลอดทาง กับสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะอากาศร้อน แห้งแล้ง พายุฝน ลูกเห็บ ทะเลทราย หรือแม้แต่อากาศหนาวที่มีหิมะ

แต่ไฮลักซ์ รีโว่ ก็สามารถฝ่าฟันทุกเส้นทางอันหฤโหดพาทุกๆ คนมาถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ กับความมั่นใจในเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost ช่วงล่าง DCS อุปกรณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย เพื่อตอกย้ำ ไฮลักซ์ รีโว่ ขับจริง หนึบจริง แกร่งจริง

revo-1