แอคคอร์ด”ไฮบริด”ใหม่ อัดแน่น”เทคโนโลยีล้ำสมัย”

2.08.16 | 12:45 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ เทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัยล่าสุดจากฮอนด้า สปอร์ต ไฮบริด อินเทลลิเจนท์ มัลติ โหมด ไดรฟ์ (Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive-i-MMD)

ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แอทกินสัน-ไซเคิล (Atkinson-Cycle) DOHC ไอ-วีเทค (i-VTEC) 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 2 ตัว เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพสูงในการชาร์จและจ่ายกระแสไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า

สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) สามารถขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ต่อเนื่อง ทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) เพิ่มโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ด้วยการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งทำความเร็วให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อน โดยผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้เพียงกดปุ่ม สปอร์ต (Sport) บริเวณคันเกียร์ ระบบ สปอร์ต ไฮบริด ไอ-เอ็มเอ็มดี (Sport Hybrid i-MMD) จึงเป็นระบบฟูล ไฮบริด (Full Hybrid) ให้สมรรถนะการขับขี่ทรงพลัง แต่ยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 99 กรัม/กิโลเมตร

แอคคอร์ด2

มาพร้อมกับมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ฮอนด้า เซน ซิ่ง (Honda SENSING) ผสานการทำงานเรดาร์และกล้องด้านหน้า เพื่อตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือช่วยควบคุมรถในสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับและผู้โดยสารในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ประกอบด้วย 4 ระบบ ดังนี้

Advertisement

1) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control-ACC) เป็นระบบไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ได้ตั้งค่าไว้ แต่จะตรวจจับระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้า เพื่อปรับความเร็วของรถโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าได้อย่างเหมาะสมตลอดเวลา
2) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System-CMBS) เมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าในระยะไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัย ในกรณีรถสวนทาง หากรถยนต์ยังเข้าใกล้ระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะทำการเสริมแรงเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ระบบ CMBS ยังได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้อีกด้วย

3) ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System-LKAS) โดยกล้องด้านหน้าจะตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และหน่วงของพวงมาลัยเพื่อช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถได้ตลอดเวลา

4) ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation -RDM) กับ (Lane Departure Warning -LDW) เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมสั่นเตือนที่พวงมาลัย และกรณีรถออกนอกช่องทางมากขึ้น ระบบจะทำการหน่วงพวงมาลัย เพื่อช่วยดึงให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง หากรถยังคงเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็วอย่างเหมาะสม (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

แอคคอร์ด3

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ หรือ อัลติเมท แคร์ (Ultimate Care) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร และฟรีค่าบำรุงรักษา (ค่าแรง/ค่าอะไหล่/เช็กระยะ) เป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สำหรับผู้ซื้อ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม ศกนี้

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นไฮบริด ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น ไฮบริด เทค ราคา 1,849,000 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีเบจ สีดำ และสีใหม่ คือ สีน้ำตาล

สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท และสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท