หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ แอคคอร์ด ไฮบร...

แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ อีกระดับกับความหรูล้ำสมัย

17.09.16 | 14:05 น.

ตลาดรถยนต์ไฮบริดในบ้านเราถือว่ากำลังไปได้สวย หลังจากค่ายยักษ์ใหญ่ต่างผลิตรถยนต์ออกมาหลายรุ่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้า

จะว่าไป ลูกค้ากลุ่มไฮบริดนี้อาจจะอยู่กลุ่มกลางกึ่งบนในเรื่องของรายได้ ถ้าเงินหนาหน่อยก็ขึ้นไปเล่นรถยุโรป แต่ถ้าตังค์ไม่ถึงก็ดึงลงมาเล่นรถเก๋งกลางทั่วไป

สำหรับค่ายฮอนด้า ล่าสุดส่ง แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ออกมาประกาศศักดา พัฒนาต่อยอดจาก ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 9 สู่อีกขั้นของยนตรกรรมไฮบริด เน้นความหรูหราของดีไซน์ภายนอกและภายใน พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย

accord

ทีเด็ดอยู่ที่ระบบการขับเคลื่อน สปอร์ต ไฮบริด อินเทลิเจนท์ มัลติ โหมด ไดรฟ์ (Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive หรือ i-MMD) แบบฟุล ไฮบริด (Full Hybrid) สามารถขับขี่ในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม.

Advertisement

เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แอทกินสัน-ไซเคิล (Atkinson-Cycle) DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว การทำงานของระบบไฮบริดทั้งระบบสามารถให้กำลังสูงสุดที่ 215 แรงม้า

accord4

มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ไฮบริดแบบลิเธียม-ไออน 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง จากการพัฒนาระบบไฮบริดครั้งนี้ ทำให้มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 99 กรัม/กิโลเมตร

นับเป็นครั้งแรกของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่สนุกสนานและเร้าใจเพิ่มขึ้น จากการทำงานของระบบด้วยการกระตุ้นให้มอเตอร์ไฟฟ้ารับหน้าที่ขับเคลื่อนเข้ามาช่วยเครื่องยนต์ในการเพิ่มอัตราเร่งให้ดีขึ้น ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสการตอบสนองของอัตราเร่งในโหมดการขับขี่แบบสปอร์ตนี้ได้อย่างชัดเจน ได้ด้วยการกดปุ่ม Sport ติดตั้งอยู่ตรงบริเวณด้านล่างของเกียร์

มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า หรือ E-CVT ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ประสานการทำงานโดย IPU ทำให้ E-CVT ตอบสนองการทำงานด้วยความนุ่มนวลและมีการหมุนในระบบสอดคล้องกับการขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำในจังหวะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน และเมื่อเครื่องยนต์หยุดการทำงานก็จะมีการสลับการทำงานได้อย่างนุ่มนวล

accord3

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ใช้ซับเฟรมหน้าผลิตจากอะลูมิเนียม เซอร์โวเบรกไฟฟ้า ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) และระบบควบคุมเรื่องเสียงรบกวน (Active Noise Control-ANC) ระบบช่วงล่างหลังแบบอิสระมัลติลิงก์ ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS)

ระบบความปลอดภัยของฮอนด้ามาแบบจัดเต็ม ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control -ACC) เป็นระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม

ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System -CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System -LKAS) เป็นระบบที่ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ

ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)) เป็นระบบที่ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูล พร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย

ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light -ACL) ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ (Dual i-SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbag) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

accord

นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และสัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)

ดีไซน์ภายนอก ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์พิเศษตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED ตกแต่งด้วยกรอบสีฟ้า สปอยเลอร์หลัง (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) มีซันรูฟพร้อมระบบวัน-ทัช (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)

ดีไซน์ภายใน เพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลใหม่ (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) พร้อมด้วยชุดตกแต่งภายในลายไม้และสีดำเปียโนแบล๊ก ฟังก์ชั่นการใช้งานมาเพียบ อาทิ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต (Engine Remote Start) สตาร์ทเครื่องยนต์และสั่งการเปิดเครื่องปรับอากาศได้จากระยะไกล

accord6

ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้ายขวา และสำหรับผู้โดยสารด้านหลังสะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง

พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง ด้วยความจุถึง 424 ลิตร สามารถวางถุงกอล์ฟขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ใบ ด้วยพื้นที่เรียบให้ความสะดวกสบายและง่ายต่อการเคลื่อนย้ายสัมภาระ

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบรองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ มิรเรอร์ลิงก์ (MirrorLink) พร้อมระบบสั่งการแบบอัจฉริยะ สมาร์ท อินเตอร์เฟซ (Smart Interface)

accord7

ควบคุมเครื่องเสียง ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย ข้อมูลรถยนต์ และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ผ่านหน้าจอระบบสัมผัส พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว

มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น HYBRID ราคา 1,659,000 บาท และรุ่น HYBRID TECH ราคา 1,849,000 บาท

โดยรวมแล้ว ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ นับว่าเป็นรถเก๋งหรูมาแบบครบเครื่อง ทั้งเรื่องสมรรถนะการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความประหยัด เป็นรถเก๋งล้ำสมัยน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง