หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ นิสสันคิดค้น&...

นิสสันคิดค้น’อี-เพาเวอร์’ ป้อนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

8.11.16 | 15:16 น.

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จไปอีกขั้นบนพื้นฐานแนวคิด “การขับเคลื่อนอัจฉริยะ” หรือนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีขุมพลังแบบใหม่ล่าสุด อี-เพาเวอร์ (e-POWER) เป็นการประยุกต์จากแนวคิดของเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีอยู่ในนิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF)

ระบบใหม่นี้มีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเพิ่มเติม เพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก แต่ยังให้พลังงานไฟฟ้าในขนาดใกล้เคียงกัน

นิสสัน3

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ อี-เพาเวอร์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และมอเตอร์ไฟฟ้า รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น กระแสไฟฟ้าถูกส่งมาให้กับมอเตอร์ไฟฟ้านั้นจะถูกเก็บอยู่ในแบตเตอรี่กำลังสูง มีเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดกะทัดรัดทำหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บอยู่ตลอดเวลา เพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าที่ถูกใช้งานไป

ด้วยแนวคิดและการออกแบบของทีมวิจัยและพัฒนาของนิสสันภายใต้ระบบอี-เพาเวอร์ เครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่เชื่อมต่อเข้ากับชุดส่งกำลังหรือเกียร์โดยตรง แต่จะทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าและชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ ก่อนกระแสไฟฟ้านี้จะถูกส่งไปสู่มอเตอร์ไฟฟ้าในการสร้างกำลังเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถ

Advertisement

นิสสัน4

ระบบอี-เพาเวอร์มีความโดดเด่นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระบบไฮบริดแบบดั้งเดิม มีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลัง เพราะในระบบไฮบริดทั่วไปมอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานในภาวะแบตเตอรี่มีกำลังไฟฟ้าต่ำ หรือขณะอยู่ในย่านความเร็วสูง ขณะเดียวกันระบบอี-เพาเวอร์ ยังแตกต่างกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับพลังงานไฟฟ้ามาจากชาร์จแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวอีกด้วย

โดยทั่วไปโครงสร้างของระบบรถยนต์ไฟฟ้าแบบนิสสัน ลีฟ จำเป็นต้องมีมอเตอร์และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เป็นแหล่งกำลังหลักในการขับเคลื่อน ยากต่อการนำระบบไปประยุกต์ให้เข้ากับรถยนต์แบบคอมแพคต์ทั่วไปได้ แต่ทีมวิศวกรของนิสสันสามารถค้นพบวิธีลดได้ทั้งขนาดและน้ำหนัก ไปจนถึงพัฒนาวิธีการควบคุมมอเตอร์และจัดการพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ผลที่ได้ทำให้ขุมพลังอี-เพาเวอร์ มีแบตเตอรี่ขนาดย่อมกว่านิสสัน ลีฟ แต่ให้ความรู้สึกในการขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า

 

ขุมพลังแบบอี-เพาเวอร์ ให้แรงบิดมหาศาลในทันทีและคงที่ตลอดเวลา ทำให้มีอัตราเร่งรวดเร็วแต่นุ่มนวล และยังมีความเงียบระหว่างการขับเคลื่อนเช่นเดียวกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้า 100%

ในระบบอี-เพาเวอร์ เครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ จึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรถยนต์ไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในเมือง เทคโนโลยีนี้ยังให้ผู้ขับขี่ได้รับประโยชน์เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle-BEV) แต่สามารถลดความวิตกกังวลเมื่อต้องหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้อีกด้วย

นิสสัน1

ความมุ่งมั่นจะลดการปล่อยมลพิษและลดอัตราความสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ใช้พลังงานสะอาดอย่างรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัตโนมัติ (autonomous drive) ภายใต้แนวคิดของ “การขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน (Nissan Intelligent Mobility)” ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการใช้พลังงาน การขับขี่ การอยู่ร่วมกันของรถยนต์และสังคมไปจนถึงการสร้างความสุขของการใช้รถยนต์ เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์นี้จะเป็นอีกก้าวที่สำคัญให้นิสสันเข้าใกล้เป้าหมายในด้านการปล่อยมลพิษที่เป็นศูนย์

ในปี พ.ศ.2549 นิสสันคิดค้นและพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์แบบไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูง ก็มีการนำเทคโนโลยีของนิสสันไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานของเครื่องยนต์ผลิตกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดความทนทาน ลดเสียงรบกวน ลดการสั่นสะเทือน และลดความกระด้างต่างๆ (Noise/Vibration/Harshness-NVH) ทั้งหมดได้กลายมาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา อี-เพาเวอร์สำหรับรถยนต์ขนาดคอมแพคต์โดยเฉพาะ

ขุมพลังอี-เพาเวอร์ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเติมเต็มรูปแบบของระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าของนิสสัน นอกเหนือจากการพัฒนารถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงแบบใหม่ที่เรียกว่า SOFC (Solid Oxide Fuel Cell Vehicle) ที่เพิ่งประกาศความสำเร็จไปเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย