มร.โนริอากิ อาเบะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ ประจําภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ มีสินค้าหลากหลายตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ฮอนด้าจึงจะสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกภาคส่วน อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ตลอดจนผู้ใช้ถนนทั่วไป ดังสโลแกนฮอนด้าทั่วโลก เซฟตี้ ฟอร์ เอเวอรี่วัน (Safety for Everyone) จึงมุ่งลดปัญหาความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุจากการจราจรเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถได้อย่างเสรีและมีความปลอดภัย พบว่าบางภูมิภาคในโลกยังมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย เป็นที่มาของโครงการวิจัยเชิงลึกหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยานยนต์ในเอเชียและโอเชียเนียครั้งนี้ จะเริ่มนำร่องที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก เพราะเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงที่สุดในเอเชีย (อ้างอิงจาก Global Status Report on Road Safety 2015 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO))
มร.อาเบะกล่าวว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุในภูมิภาคเอเชียถือเป็นเรื่องเร่งด่วนจะต้องแก้ไขโดยเร็ว ในส่วนของผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ ฮอนด้าจะทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อค้นหาปัจจัยต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำไปสู่การการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและเหมาะสมต่อไป โครงการวิจัยดังกล่าวจะศึกษาเป็นระยะเวลา 4 ปี จะศึกษาจังหวัดที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา จะศึกษาจากเหตุการณ์จริงจำนวน 1,000 กรณี ในระหว่าง พ.ศ.2559-2563 ฮอนด้าจะร่วมกับศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย หรือ TARC ผู้รับผิดชอบการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุ โดยจะส่งทีม TARC ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลตามกรอบการศึกษาและระเบียบวิธีวิจัย จากนั้นจะวิเคราะห์ข้อมูลและส่งรายงานให้ฮอนด้าเพื่อวิเคราะห์และนำไปปรับใช้ในงานวิจัยและพัฒนาของตนในขั้นต่อไป คาดว่าผลการศึกษาชิ้นแรกจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2560 การเก็บข้อมูลจะครอบคลุมหลายด้าน อาทิ ระดับอาการบาดเจ็บของผู้ประสบอุบัติเหตุ ระดับความเสียหายของยานยนต์ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ สัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ทีม TARC จะทำการบันทึก เก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา และสรุปปัจจัยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อส่งรายงานให้กับฮอนด้าเพื่อการวิเคราะห์ในขั้นต่อไป
“ฮอนด้าและทีม TARC ได้ดำเนินโครงการนำร่องโดยศึกษาอุบัติเหตุจริง 30 กรณีมาเมื่อต้นปี 2559 และโครงการศึกษาในครั้งนี้ เป็นการขยายจำนวนและพื้นที่การวิจัยให้กว้างมากขึ้นต่อยอดจากโครงการนำร่องดังกล่าว คาดว่าข้อค้นพบจากการศึกษาในครั้งนี้ จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อลดอุบัติเหตุจากการจราจร ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสำหรับยานยนต์ฮอนด้าในท้องตลาด อีกทั้งช่วยปรับปรุงเนื้อหาการฝึกอบรมการขับขี่ยานยนต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” มร.อาเบะกล่าว

