‘นิสสัน’ลั่นขึ้นกลุ่มผู้นำใน5ปี ระดมรถไฟฟ้า-ผนึกมิตซูฯลุย

28.12.16 | 15:14 น.

นายดานิเล่ สกิลาชี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การขายและตลาดระดับโลก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์ของนิสสันในการทยอยเพิ่มเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ภายใต้นวัตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะ หรือนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) เข้าไปในรถยนต์นิสสันรุ่นปัจจุบันและรถยนต์รุ่นใหม่ๆ สำหรับ ตลาดภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย เพื่อให้ลูกค้าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงเทคโนโลยีสุดล้ำของนิสสัน เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ กับเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น หรือ อินเทลลิเจนท์ ไดรฟ์วิ่ง (Intelligent Driving) อาทิ กล้องมองรอบทิศทาง ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนให้สมรรถนะเป็นเยี่ยม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรืออินเทลลิเจนท์ พาวเวอร์ (Intelligent Power) เช่น ระบบไฮบริด แบบคลัตช์คู่ (Dual-clutch Control) ระบบซีรีส์ ไฮบริด (Series Hybrid) ระบบอี-พาวเวอร์ (e-Power) และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อสุดล้ำ เพื่อให้คนและรถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและมีคุณค่าเหนือกว่า หรือที่เรียกว่า อินเทลลิเจนท์ อินติเกรชั่น (Intelligent Integration) ดังเช่นที่ประเทศญี่ปุ่นได้นำพลังงานไฟฟ้าจาก นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ไปใช้ที่บ้าน

นายสกิลาชีกล่าวว่า ความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจและเร้าใจ สำหรับลูกค้าในปัจจุบันและอนาคต ภายใต้นวัตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ นั้น เป็นผลมาจากการประกาศวิสัยทัศน์สู่ความยั่งยืนของนิสสัน ในการมีส่วนร่วมลดมลพิษโลกให้เป็นศูนย์และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ โดยนิสสันยังก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาให้รถยนต์มีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลสังคมได้ อันนำไปสู่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ออโตโนมัส ไดรฟ์ เทคโนโลยี (Autonomous Drive Technology) นิสสันตั้งชื่อระบบนี้ว่า โปรไพล็อต (ProPilot) นิสสันได้ทำตามพันธสัญญาที่ได้ประกาศไว้ คือเปิดตัวรถยนต์ขับอัตโนมัติ โปรไพล็อต ในรถยนต์นิสสัน เซเรนา (Serena) สำหรับขับบนไฮเวย์ ช่องทางเดินรถทางเดียว หรือซิงเกิล เลน (Single Lane) ในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2559 โดยในปี 2561 นิสสันจะแนะนำระบบขับอัตโนมัติ สำหรับช่องทางเดินรถหลายช่องทาง รถสามารถเปลี่ยนเลนได้โดยอัตโนมัติ และในปี 2563 จะพัฒนาให้สามารถใช้ในชุมชนผ่านสี่แยกได้ นิสสันตั้งเป้าหมายจะนำระบบโปรไพล็อตติดตั้งในรถยนต์รุ่นต่างๆ รวม 10 รุ่น สำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่น จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย นิสสันจะทยอยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งที่มีอยู่แล้ว และเทคโนโลยีใหม่ไปเพิ่มในรถรุ่นต่างๆ รวมถึงรถรุ่นใหม่ เช่น นิสสัน โน้ต ที่มีแผนเปิดตัวในภูมิภาคนี้ รวมถึงประเทศไทยในปีหน้า

นายยูตากะ ซานาดะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า ความสำคัญของนิสสันในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและยาวนานกว่า 50 ปีในภูมิภาค ครอบคลุม 15 ประเทศ มีพนักงานมากกว่า 11,000 คน มีฐานการผลิต 6 แห่ง มีเครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า 750 แห่ง มียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 270,000 คันในปี 2015 และมีศูนย์วิจัยพัฒนายานยนต์ที่ทันสมัยในประเทศไทย นิสสันจึงเห็นโอกาสในการสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์สนับสนุนให้แบรนด์นิสสันแข็งแกร่งและก้าวเป็นแบรนด์ชั้นนำในใจของลูกค้า ด้วยเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าสองหลักขึ้นไปภายใน 5 ปี นับจากนี้ไปคือการให้ความสำคัญกับลูกค้าและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์

นิสสัน2

“จากเมกะเทรนด์ ประชากรในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาจราจรและสังคมเข้าสู่สังคมสูงอายุ ผู้คนห่วงเรื่องความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นิสสันจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่ายในภูมิภาคนี้ให้มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะ อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ จะทำให้รถรุ่นปัจจุบัน ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม รวมถึงตอบสนองชีวิตทันสมัยที่ต้องการเชื่อมต่อกับสังคม” นายซานาดะกล่าว และว่า โอกาสในการเติบโตของนิสสันว่ายังมีอีกมาก จากความต้องการยานยนต์ในตลาดใหม่ๆ กำลังเติบโตอย่างในกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม หรือประเทศในกลุ่ม CLMV ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นกุญแจสำคัญจะสร้างการเติบโต ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกของรถยนต์นิสสันไปกว่า 110 ประเทศ มีความพร้อมทั้งด้านโรงงานผลิต ศูนย์วิจัยพัฒนายานยนต์ทันสมัย ประสบการณ์ในตลาด องค์ความรู้ และทรัพยากรบุคล จะทำให้ไทยมีบทบาทสำคัญต่อทั้งในภูมิภาคนี้และต่อนิสสันโลก รวมถึงนิสสันยังวางบทบาทให้ประเทศไทยเป็นฐานการจัดส่งชิ้นส่วนรถยนต์ไปภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกเช่นกัน

Advertisement

นายซานาดะกล่าวว่า นิสสันจะลงทุนในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เป็นจุดสัมผัสลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ นิสสันยังเล็งใช้ประโยชน์สูงสุดจากการที่พันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน ได้ต้อนรับบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ จะนำไปสู่ความร่วมมือทางกลยุทธ์ร่วมกันในอนาคต เช่น ความร่วมมือด้านการจัดซื้อ ความร่วมมือด้านการผลิต การจัดหาวัสดุ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ นิสสันประเทศไทย และนิสสันอินโดนีเซีย จะได้ประโยชน์จากความร่วมมือนี้ โดยเฉพาะในด้านการบริหารต้นทุนและการแข่งขัน