หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ นิสสันลุยรถไร...

นิสสันลุยรถไร้คนขับโอลิมปิก2020 ส่ง’ลีฟ’ใหม่วิ่งอัตโนมัติใช้บนไฮเวย์

13.01.17 | 15:30 น.

คาร์ลอส กอส์น ประธานบอร์ดและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้แสดงปาฐกถาเกี่ยวกับความสำเร็จของเทคโนโลยี อัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในอนาคต เพื่อลดการปล่อยมลพิษและการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ ภายในงาน คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (Consumer Electronics Show CES) – หรืองานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค ประจำปี 2017 ณ ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า นิสสันเราไม่ได้สร้างสรรเทคโนโลยีในแบบเดียวกับที่คนอื่นทำ หรือเก็บไว้สำหรับรถยนต์รุ่นสูงสุด แต่เราทำจากจุดเริ่มต้นเพื่อให้ความมั่นใจว่าเทคโนโลยีดีสุดนี้มีการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ของการขับขี่ที่ดีกว่าให้กับทุกๆ คน ไม่ได้เป็นวิธีการของเราจะสร้างรถในอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่จะสามารถเป็นผู้ผลิตรถยนต์สำหรับอนาคตอีกด้วยปสำหรับ 5 แนวทางหลักสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน (Nissan Intelligent Mobility) จะทำให้นิสสันบรรลุการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เสริมความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ท้องถนนร่วมกัน (Intelligent Driving) การขับเคลื่อนให้พลังสะอาดและไร้ซึ่งมลพิษ (Intelligent Power) รวมถึงการผสานเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม (Intelligent Integration)

คาร์ลอส กอส์น
คาร์ลอส กอส์น

กอส์นกล่าวว่า สำหรับเป้าหมายคือ 1.เพื่อเร่งเวลาของการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ใช้ได้จริงในอนาคตอันใกล้ นิสสันประสบความสำเร็จการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ซีมเลส ออโตโนมัส โมบิลิตี้ (Seamless Autonomous Mobility -SAM) หรือการเคลื่อนที่อัตโนมัติแบบไร้รอยต่อ พัฒนาจากเทคโนโลยีของแบบเดียวกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือนาซา (NASA) พันธมิตรของ SAM เป็นการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) สำหรับการสนับสนุนเพื่อช่วยให้ยานพาหนะสามารถดำเนินการตัดสินใจในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงและสร้างการเรียนรู้ในระบบปัญญาประดิษฐ์นี้ สำหรับเทคโนโลยีอัจฉริยะนี้จะช่วยให้รถยนต์แบบไร้คนขับจำนวนมากสามารถอยู่ร่วมกับรถยนต์ที่ยังใช้คนขับรถได้เร็วมากยิ่งขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการผสานเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมของนิสสัน

นิสสัน2(ใต้ภาพ นิสสัน SAM)
นิสสัน SAM

2.เพื่อขยายความสำเร็จของระบบขับขี่อัตโนมัติไปสู่ขั้นต่อไป ในช่วงแรก นิสสันจะเริ่มต้นการทดสอบในประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ ด้วยการกำหนดเป้าหมายของการพัฒนายานพาหนะแบบไร้คนขับสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านอินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่นอย่าง DeNA นิสสันจะมุ่งเน้นการทดสอบเพื่อก่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีนี้ หวังว่าในอนาคตการทดสอบจะขยายเพื่อครอบคลุมการให้บริการเชิงพาณิชย์ในช่วงของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020

Nissan "Seamless Autonomous Mobility," or SAM

3.นอกจากนี้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าของระบบขับขี่อัตโนมัติ นิสสันยังประกาศแผนสร้างความเป็นผู้นำของนิสสันในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว นิสสันลีฟ รุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนให้พลังสะอาดและไร้มลพิษของนิสสัน (Intelligent Power) รุ่นต่อไปของรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดของโลกอย่างลีฟ จะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี โปรไพลอต (ProPILOT) หรือระบบขับขี่อัตโนมัติ ปัจจุบันออกแบบมาเพื่อสำหรับใช้บนไฮเวย์ สำหรับการขับช่องทางเดินรถเดียว (automated single-lane highway driving)

Advertisement

To accelerate the time it will take for autonomous vehicles to get on the road safely, at CES 2017 Carlos Ghosn announced a breakthrough technology called "Seamless Autonomous Mobility," or SAM. Developed from NASA technology, SAM partners in-vehicle artificial intelligence (AI) with human support to help autonomous vehicles make decisions in unpredictable situations and build the knowledge of in-vehicle AI. This technology could potentially enable millions of driverless cars to co-exist with human drivers in an accelerated timeline. It is part of Nissan Intelligent Integration.

4.สำหรับการเชื่อมต่อของรถที่รวมระหว่างการขับขี่เสริมความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ที่ใช้ท้องถนนร่วมกัน กับการผสานเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ภายใต้พันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน จะยังคงความต่อเนื่องกับความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ในอนาคต มีการสาธิตให้เห็นถึงวิธีการเทคโนโลยีเป็นระบบผู้ช่วยเหลือส่วนบุคคล (personal assistant) อย่างไมโครซอฟท์ คอร์ทานา (Cortana) ช่วยทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและราบรื่นมากขึ้น เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่พันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน และไมโคซอฟท์ค้นคว้าร่วมกัน

นิสสัน5

5.ในปัจจุบันนโยบายและสภาพแวดล้อมของการกำกับดูแลจะเป็นสิ่งสำคัญช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทั่วทุกมุมโลก นิสสันยังประกาศความร่วมมือกับโครงการ 100 เมืองที่คงทนยั่งยืน (100 Resilient Cities -100RC) เป็นโครงการริเริ่มโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่างมูลนิธิกี้เฟลเลอร์ ในการช่วยให้แต่ละเมืองสามารถสร้างความยืดหยุ่นรอบด้านเพื่อความท้าทายการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ นิสสันถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ประกาศความร่วมมือกับโครงการ 100RC โดยจะช่วยให้เมืองวางรากฐานสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงบริการการเคลื่อนที่รูปแบบใหม่ๆ

Nissan at CES 2017
Nissan at CES 2017

“เราขอเชิญชวนภาคส่วนอื่นๆ ให้เข้าร่วมกับเรา ไม่ว่าจะเป็น พันธมิตรด้านเทคโนโลยีอี – คอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการรถยนต์เพื่อการเดินทางในรูปแบบต่างๆ ผู้ประกอบการทั่วไปที่จะช่วยให้เราสามารถทดสอบและพัฒนายานพาหนะและบริการใหม่ๆ เพื่อให้นิสสันมั่นใจทุกๆ คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดนี้ และยังเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของทุกๆคน” มร.กอส์นกล่าว