ล้างห้องเครื่องรถยนต์ ทำเองก็ได้ ไม่ต้องง้อใคร

การทำความสะอาดรถยนต์ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่า เจ้าของรถดูแลเอาใจใส่ และรักรถของตัวเองมากแค่ไหน ยิ่งคันไหนที่เงาวับ สีสันดูสดใหม่ตลอดเวลา แปลว่าเจ้าของรถคันนั้น ต้องรักมากแน่นอน

แต่การดูแล ใช่ว่าจะต้องเป็นเพียงแค่ภายนอก และภายในรถยนต์เท่านั้น ห้องเครื่องรถยนต์ก็นับเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน และยิ่งเป็นรถแต่งสวยๆ ที่ทำห้องเครื่องใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องทำความสะอาดให้ดี เวลานัดมิตติ้ง หรือมีงานจอดโชว์ที่ไหนจะได้ไม่อายเขา

และสำหรับใครที่อยากล้างห้องเครื่องเอง ไม่อยากไปให้ตามร้านคาร์แคร์ หรือศูนย์บริการต่างๆ ล้างให้ เพราะกลัวว่าจะล้างไม่สะอาด ล้างไม่ดี กลัวทำระบบไฟฟ้าเสียหาย หรือแม้แต่กลัวจะเปลืองตังค์ เราก็มีวิธีล้างห้องเครื่องยนต์เองมาให้ศึกษาดูกันก่อนปฏิบัติจริงดังนี้
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. สายยางฉีดน้ำ พร้อมหัวฉีดปรับได้

2. ฟองน้ำ แปรงขัดต่างๆ ขนนุ่มแบบมีด้ามจับ และแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว

3. น้ำยาทำความสะอาดห้องเครื่อง (หาซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป)

4. น้ำยาเคลือบห้องเครื่อง (หาซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป)

5. ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าเช็ดรถอื่นๆ (เน้นราคาถูก เพราะอาจใช้แล้วทิ้งเลย)

6. เครื่องเป่าลม หรือถ้าไม่มีใช้ไดร์เป่าผมแทน

 

ขั้นตอนการล้างห้องเครื่อง

1. เช็กห้องเครื่องว่ามีอุณหภูมิปกติหรือไม่ หากเพิ่งวิ่งมาถึงร้อนๆ ให้รอจนกว่าเครื่องจะเย็นลง ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายต่อผู้ทำเอง รวมไปถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์บางอย่างอาจเสียหายได้

2. หาจุดที่ต้องห่อหุ้มพลาสติก หรือจุดที่ต้องกันไม่ให้โดนน้ำ ไม่งั้นมีปัญหาแน่ เช่น กล่องระบบไฟ ECU, ข้อต่อสายไฟต่างๆ, ท่ออกาศ หรือกรองอากาศ ไดชาร์จ ฯลฯ (ศึกษาดูจุดต่างๆ ได้จากคู่มือรถของแต่ละรุ่น) และถ้าอยากให้ชัวร์ ถอดแบตเตอรี่ออกไปด้วยก็ได้

3. ใช้สายยางฉีดน้ำไปที่ห้องเครื่อง โดยปรับหัวฉีดให้เป็นละอองแบบฝอย ไม่ต้องฉีดแรงมาก เดี๋ยวสาย หรือจุดเชื่อมต่อต่างๆ จะหลุดเอา และฉีดแค่พอแฉะ ไม่ต้องชุ่มมาก

4. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดห้องเครื่องให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ 3 – 5 นาที

5. ใช้ฟองน้ำ แปรงขนนุ่ม และแปรงสีฟัน ขัดตามจุดต่างๆ เบาๆ ไม่ต้องแรงมาก เอาแค่คราบสกปรกออกก็พอ

6. ฉีดน้ำอีกครั้ง เพื่อไล่น้ำยา และคราบสกปรกออกไปให้หมด (ตรงไหนยังสกปรก ฉีดน้ำยาอีกครั้ง และขัดจนกว่าจะสะอาด)

7. ใส่แบตเตอรี่ หากถอดออกก่อนล้าง แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที และเอาเครื่องเป่าลม หรือไดร์เป่าผม มาเป่าห้องเครื่อง เพื่อทำให้ห้องเครื่องแห้งไวยิ่งขึ้น

8. ดับเครื่องยนต์ ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำ คราบต่างๆ ที่ยังหลงเหลือ ให้สะอาดเรียบร้อย จากนั้นฉีดพ่นน้ำยาเคลือบห้องเครื่องให้ทั่วทุกจุด

9. สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาที และนำเครื่องเป่าลม หรือไดร์เป่าผม มาเป่าห้องเครื่องอีกครั้ง เพื่อให้น้ำยาเคลือบห้องเครื่องแห้งไวขึ้น

10. ดับเครื่อง และนำผ้ามาเช็ดคราบน้ำยาเคลือบห้องเครื่องส่วนเกินออกให้หมด

เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ เพียงแค่ต้องรู้จุดที่ต้องคลุม ต้องเซฟ ว่ามีตรงไหนสุ่มเสี่ยงอาจเกิดอันตรายจากน้ำได้บ้าง และการล้างห้องเครื่องนี้ ควรจะล้างปีละ 2 ครั้ง (6 เดือนล้างทีนึง) ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ารถใครเป็น Hybrid ควรจะเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ศึกษาข้อมูลรถให้ดี เพราะรถจำพวกนี้มีจุดเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ามากมายที่ไม่ถูกกับน้ำอย่างแรง ยังไงถ้าอยากจะทำให้สวยแล้ว ก็อย่าลืมความปลอดภัยกันด้วยนะ

 

CignaMTC_728x90(1)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายกฯ ลั่นห้ามกลุ่มการเมือง-กรธ.ดีเบตร่างรธน. ซัดอะไรนักหนา ท้าคนค้านดีเบตด้วย
บทความถัดไปฟัง’อธิบดีดีเอสไอ’แถลงชัดๆ ผลตรวจรถเบนซ์โบราณ ขม99 ของ’สมเด็จช่วง’ผิดกี่ปม!!(คลิป)