วอลโว่ EX90
เอสยูวีไฟฟ้า‘แรง-หรู-ล้ำ’
หลังจากประกาศนโยบายเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบ ค่ายวอลโว่ก็ทยอยส่งรถยนต์รุ่นต่างๆ ออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยกว่าช่วงยังไม่ได้มาร่วมกับค่ายจีลี่จากจีน
ล่าสุดวอลโว่ส่งทีเด็ดใหม่ Volvo EX90 รถไฟฟ้าพรีเมียมสไตล์เอสยูวีขนาดใหญ่ วอลโว่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นรถวอลโว่ปลอดภัยที่สุด
มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเพียบ และยังคำนึงถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมด้วยพลังขับเคลื่อนที่ไม่ปล่อยมลภาวะ และการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นส่วนประกอบในรถ ภายใต้อัตลักษณ์ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน
มีจุดเด่นคือ เป็นรถไฟฟ้าเอสยูวีขนาดใหญ่ที่มาพร้อมตัวเลือกแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง รูปทรงทันสมัยด้วยดีไซน์แบบฟรัช (Flush) ช่วยเสริมแอโรไดนามิคส์ให้รถ (ค่าความต้านทานลมที่ Cd 0.29) พร้อมห้องโดยสารกว้าง และมีความเป็นอเนกประสงค์ตามแบบฉบับรถเอสยูวี หน้าจอกลางแนวตั้ง ขนาด 14.5 นิ้ว พร้อม UI (user interface) เรียบง่าย
Volvo EX90 ทั้งรุ่นทวิน มอเตอร์ (Twin Motor) และทวิน มอเตอร์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Twin Motor Performance) มาพร้อมแบตเตอรี่ ขนาด 111 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้าสองตัว ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 745 กม.ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (อ้างอิงผลการทดสอบที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมเพื่อใช้ยื่นขออีโค สติ๊กเกอร์ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม)
รุ่น Twin Motor Performance ให้พละกำลังขับสูงสุด 517 แรงม้า (380 กิโลวัตต์) และแรงบิด 910 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.9 วินาที
ส่วนรุ่น Twin Motor ให้พละกำลังขับสูงสุด 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) และแรงบิด 770 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5.9 วินาที
การชาร์จแบบ HOME CHARGING TYPE2 (AC) SOC 0-100% รุ่น Twin Motor ถ้าเป็นการชาร์จแบบ With wall-box EV charger 1-Phase (7.4kW/32A) ใช้เวลา 15 ชั่วโมง เท่ากันทุกรุ่น ถ้าเป็นแบบ With wall-box EV charger 3-Phase (11kW/16A) ใช้เวลา 10 ชั่วโมง เท่ากันทุกรุ่น
ถ้าเป็นการชาร์จ PUBLIC CHARGING TYPE2 (AC)/CCS2 (DC) SOC 10-80% การชาร์จแบบ With DC rapid charger (50kW) ใช้เวลา 92 นาที เท่ากันทุกรุ่น เช่นเดียวแบบการชาร์จ With DC rapid charger (150kW) ใช้เวลา 35 นาที เท่ากันทุกรุ่น และการชาร์จแบบ With DC rapid charger (250kW) ใช้เวลา 30 นาที เท่ากันทุกรุ่น
ระบบความปลอดภัยแบบ Safe Space Technology พร้อม Lidar (Light Detection and Ranging System) เป็นระบบตรวจจับแสงและวัดระยะวัตถุ ติดตั้งอยู่บนหลังคาด้านหน้าของตัวรถ ทำงานโดยการส่งแสงเลเซอร์แบบ Pulse Wave ไปกระทบวัตถุ หรือพื้นผิวต่างๆ เพื่อคำนวณระยะแม่นยำ
ตัวรถยังมีกล้อง 8 ตัว, เรดาร์ 5 ตัว และเซ็นเซอร์แบบอัลตราโซนิค 12 ตัวรอบคัน เพื่อมอบมุมมอง 360 องศา แบบเรียลไทม์สำหรับผู้ขับขี่ ทำงานควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยอื่นๆ มากับรถเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การทำงานของฟังก์ชั่นช่วยเหลือ อาทิ ระบบช่วยการขับขี่ Pilot Assist และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเลน
มีระบบ Driver Understanding System หรือระบบรับรู้สภาวะของคนขับ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดจากนิตยสาร TIME ประจำปี 2024 ตัวระบบทำงานด้วยชุดเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR Sensor) 2 ตัว และพวงมาลัยสัมผัสแบบ Capacitive จะคอยมอนิเตอร์ดวงตา หนังตา ศีรษะ รวมถึงท่าทางของผู้ขับ เพื่อประเมินความพร้อมในการขับขี่ หากพบว่าผู้ขับเผลอหลับ หรือหมดสติในขณะขับรถ ระบบดังกล่าวจะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อจอดรถ
จึงเป็นที่มาที่ทำให้วอลโว่มั่นใจว่า EX90 เป็นรถวอลโว่ที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่แห่งอนาคตกับรถไฟฟ้า สั่งงานด้วยชิปประมวลผล พร้อมซอฟต์แวร์สามารถอัพเกรดประสิทธิภาพของตัวรถให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
มีการนำเอาพลาสติกรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพมาใช้ราว 13% และมีการนำเอาเหล็กรีไซเคิลมาใช้ราว 23% นอกจากนี้เนื้อไม้จริงทั้งหมดตกแต่งภายในรถยังได้รับการรองรับมาตรฐาน FSC certificate ว่านำมาจากแหล่งป่าไม้ถูกต้องตามหลักการทางสิ่งแวดล้อม
ไฟหน้าเอกลักษณ์ดีไซน์ ค้อนของธอร์ส (Thor’s hammer) เจเนอเรชั่นใหม่ส่องสว่างชัดเจนขึ้นผ่านดวงไฟ LED ความละเอียดสูง 1.3 ล้านพิกเซล ปรับการส่องสว่าง ปรับความเข้มของแสงได้อัตโนมัติเพื่อให้มองเห็นชัด ไม่แยงตารถสวนทางมา
มีเทคโนโลยีไฟสูงปรับอัตโนมัติ (active high beam) ช่วยให้ผู้ขับสามารถใช้ไฟสูงได้ตลอดเวลาอย่างปลอดภัยเนื่องจากไม่ต้องคอยพะวงกับการปรับเปลี่ยนไฟสูงต่ำ
เมื่อคุณเข้าใกล้ EX90 โดยใช้กุญแจดิจิทัลผ่านแอพพ์ในมือถือ (ที่รองรับเฉพาะมือถือบางรุ่น) หรือกุญแจรถ ไฟหน้าและไฟ LED ด้านท้ายของตัวรถจะติดขึ้นเพื่อต้อนรับคุณด้วยรูปแบบไฟที่เหมือนการกะพริบตา เช่นเดียวกันกับเมื่อผู้ใช้งานเดินออกห่างจากตัวรถ ลำดับไฟในแบบเดียวกันก็จะติดขึ้นเสมือนเป็นการส่งลาสู่จุดหมายโดยสวัสดิภาพ พร้อมเป็นสัญลักษณ์ว่ารถล็อกเรียบร้อย
และเมื่อใกล้ตัวรถมากขึ้น มือจับประตูรถจะกางออก ไฟที่อยู่ทั้งนอกและในรถจะติดขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถมองเห็นทั้งภายในและรอบๆ รถได้ดีขึ้น
ตัวรถมาพร้อมหลังคาพาโนรามิกขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่งในห้องโดยสารในทุกตำแหน่งที่นั่ง ตัวหลังคาเคลือบด้วยสารป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) เพื่อช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันรังสียูวีได้ 80% แต่เมื่อมาใช้เมืองไทย ทางวอลโว่คงต้องหาอะไรมาปิดกั้นความร้อนจากแดดที่แผดเผา เพราะเพียงแค่ติดฟิล์มกรองแสงก็คงเอาไม่อยู่
การออกแบบภายในสไตล์สแกนดิเนเวียนเน้นความเรียบง่าย ที่นั่งโดยสารทุกแถวยังมีพอร์ต USB-C 2 พอร์ตต่อแถว มีที่วางชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายด้วยแพดชาร์จบริเวณพื้นที่ระหว่างคอนโซลกลาง
พนักพิงศีรษะของที่นั่งโดยสารแถวหน้ามาพร้อมลำโพงที่ฝังอยู่ภายใน ตัวลำโพงถูกออกแบบอย่างประณีตพร้อมประดับชื่อแบรนด์ Bowers & Wilkins บนแผ่นป้ายสีเงินมันวาว และคุณภาพพลังเสียงคมชัด
คงเอกลักษณ์ด้วยลำโพงทวีตเตอร์บนคอนโซลหน้า ตัวลำโพงถูกออกแบบให้มาพร้อมดีไซน์แบบตัดขอบคู่ ตะแกรงลำโพงทำขึ้นจากวัสดุสเตนเลสสตีล พร้อมโทนเสียงแหลมทรงพลัง
มีระบบกรองและฟอกอากาศทันสมัย ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กได้สูงถึง 95% กำจัดไวรัสในอากาศได้ 97% และกรองสารก่อภูมิแพ้จากหญ้า ต้นไม้ และละอองเกสรต่างๆ ในอากาศจะเข้าสู่ห้องโดยสารได้ 99.9% จึงได้รับการรับรอง Allergy Standards Limited (ASL) ว่าเป็นมิตรต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ลำโพงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi จำนวน 25 ตัว ให้กำลังขับรวม 1,610 วัตต์ จากแบรนด์ Bowers & Wilkins พร้อมโหมดการรับฟังหลากหลาย ระบบเสียงรอบทิศทางจาก Dolby Atmos

ระบบ infotainment และการเชื่อมต่อ หน้าจอแรกเป็นหน้าจอแบบลอยตัว ขนาด 9 นิ้ว บริเวณด้านหน้าผู้ขับขี่เพื่อแสดงข้อมูลสำคัญสำหรับการขับรถ หน้าจอสามารถปรับตำแหน่งมุมมองได้ตามองศาการหมุนของพวงมาลัย เพื่อผู้ขับสามารถเห็นข้อมูลที่แสดงอยู่บนจอภาพได้ชัดเจน หน้าจอยังรองรับโหมดการแสดงผลถึง 3 รูปแบบ ได้แก่โหมด Map, โหมด Surround, และโหมด Calm
หน้าจอที่สองเป็นหน้าจอสัมผัสแบบไร้ขอบ ขนาดใหญ่ถึง 14.5 นิ้ว ตั้งอยู่กลางแผงแดชบอร์ด ฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ อาทิ ระบบนำทาง ความบันเทิง การควบคุมสภาพอากาศ แอพพลิเคชั่น
ภายในรถ โทรศัพท์ กล้องช่วยจอด และฟังก์ชั่นสนับสนุนอื่นๆ สามารถใช้งานได้แม้สวมถุงมือ
มาพร้อมการแสดงผลที่กระจกหน้า หรือ head-up display ในขนาด 13.2 นิ้ว
รองรับการใช้งาน Google Built-In สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant การนำทางด้วย Google Maps หรือจะโหลดแอพพ์ผ่าน Google Play Store ก็ได้
ผู้ใช้งานสามารถควบคุมรถได้จากระยะไกลผ่าน Volvo Cars App เพื่อควบคุมฟังก์ชั่น อาทิ ล็อก หรือปลดล็อกประตู, ดูสถานะการชาร์จ เปิดแอร์เพื่อปรับสภาพอากาศภายในรถ และกําหนดเวลาในการอัพเกรดรถผ่าน OTA
รองรับการอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงระบบปฏิบัติการ และเพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้กับตัวรถได้เป็นประจำผ่านระบบ over-the-air
ราคา รุ่น EX90 Plus-Twin Motor 7 ที่นั่ง อยู่ที่ 4,290,000 บาท รุ่น EX90 Ultra-Twin Performance 6 ที่นั่ง และรุ่น EX90 Ultra-Twin Performance 7 ที่นั่ง ราคาเท่ากัน 4,890,000 บาท
โดยรวมแล้ว วอลโว่ EX90 มาทั้งความแรงขั้นสูง ความหรูหรา ล้ำสมัย ถือว่าเป็นขั้นสุดของรถวอลโว่ในยุคสมัยนี้
นายพล

