หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ สรรพสามิต จ่อ...

สรรพสามิต จ่อปรับ NETA 2 เท่า ผิดเงื่อนไข ชงเคาะ ‘ใบเหลือง-แดง’ เข้มค่ายรถ EV

14.07.25 | 14:54 น.

เผ่าภูมิ เผย ‘เนต้า’ ผลิต EV ไม่ทันตามเงื่อนไข ระงับจ่ายเงินชดเชยแล้ว พร้อมเบี้ยปรับรวมสูงสุด 2 เท่า เสนอออก ‘ใบเหลือง–ใบแดง’ คุมเข้มค่ายรถ EV ทุกเดือน หากผิดสัญญา

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี บริษัท เนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถผลิตรถอีวีชดเชยได้ตามเงื่อนไขว่า กรมสรรพสามิตได้ระงับจ่ายค่าชดเชยบริษัทเนต้า ประเทศไทย แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเรื่องค่าปรับ โดยเงื่อนไขมาตรการส่งเสริมอีวีสิ้นสุด 31 ธ.ค.68 ต้องติดตามว่าภายในระยะเวลาดังกล่าว การผลิตรถอีวีชดเชยไม่ทันจำนวนเท่าใด ก็จะมีการปรับตามเงื่อนไขต่อไป

สำหรับวิธีการคำนวณค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐ คือ

  • ยึด Bank Guarantee ที่บริษัทที่นำมาวางไว้
  • ต้องคืนเงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคัน บวกกับเรื่องดอกเบี้ย
  • คืนภาษีสรรพสามิตที่ได้รับยกเว้น ประมาณ 6% บวกเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีสรรพสามิต บวกกับเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และค่าปรับอีก 1 เท่า

ขณะนี้ได้มีการออกแนวทางใหม่ในการควบคุมการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ผลิตรถ EV ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ โดยเสนอให้มีการกำหนด “ใบเหลือง-ใบแดง” แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถผลิตได้ตามแผนที่ยื่นไว้ เพื่อที่จะกำหนดให้คนที่มารับเงื่อนไขอีวี 3.00 และ อีวี 3.5 ต้องทำแผนการผลิตในทุกๆ เดือน

“เราจะให้ผู้ผลิตทำแผนรายเดือน ถ้าผลิตได้ไม่ถึง 30% ของแผนเดือนใดจะโดนใบเหลือง และหากเดือนต่อไปยังต่ำกว่า 30% อีกก็จะโดนใบแดง พร้อมถูกตัดสิทธิเงินอุดหนุนทันที โดยสรรพสามิตจะระงับการจ่ายเงินชดเชย พร้อมเรียกเงินคืนและค่าปรับ” นายเผ่าภูมิกล่าว

Advertisement

สำหรับมาตรการนี้เสนอเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มกลไกกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดการใช้สิทธิประโยชน์โดยไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจจริง และสร้างกระบวนการและเงื่อนไขที่เหมาะสม เพื่อลงโทษ หรือระงับการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ประกอบการที่ผิดเงื่อนไขการผลิตรถชดเชยคืนไม่ทันตามสัญญา จากมาตรการส่งเสริมอีวี หากได้รับการอนุมัติแล้ว จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยย้ำว่าการส่งเสริม EV ต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม ไม่เร่งปรับเร็วเกินไปจนกระทบภาคการผลิตที่ยังพึ่งพายานยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) อยู่

“ถ้าเร่งโยนน้ำหนักไปที่ EV อย่างเดียว โดยไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสม จะกระทบห่วงโซ่การผลิตเดิมที่กินเวลานานกว่าจะปรับตัวได้” นายเผ่าภูมิกล่าว

กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเงื่อนไขภาษีและแรงจูงใจในหลายหมวด เช่น รถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและต่อเนื่อง