“ซูบารุ”เล็งพัฒนา”เอ็กซ์วี” “อิมเพรซา”ใหม่รุ่นไฮบริด

19.04.17 | 10:14 น.

 

มาซาฮิโกะ อินนิว ผู้จัดการทั่วไป โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของซูบารุ ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์ เว็บไซต์คาร์แอดไวซ์ (CarAdvice) กรณีผลสำรวจลูกค้าซูบารุ เอ็กซ์วี (XV) และอิมเพรซา (Impreza) รุ่นใหม่ของซูบารุ พบว่าเครื่องยนต์ไม่แรงอย่างที่คาดไว้ว่า ทุกคนขอให้มีเครื่องยนต์ที่มีความแรงมากกว่ารุ่นปัจจุบัน เพราะคิดว่าต้องการเครื่องยนต์แรงกว่านี้ ถือเป็นคำร้องเรียนมากที่สุดของการใช้งานเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ในซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม แต่คงเป็นไปได้ยากมากที่จะทำให้รถยนต์ระดับรุ่นเริ่มต้น (entry-level) อย่าง XV และ Impreza ที่มีวางจำหน่ายทั่วโลก ราคาอยู่ในระดับสามารถจะเพิ่มยอดจำหน่ายได้ จะได้เครื่องยนต์แรงไปด้วย ขณะนี้ซูบารุกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเดินไปทางไหนดีระหว่างเครื่องยนต์ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 2.4-2.5 ลิตร ไม่มีเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาดเล็กลงคู่กับเบอร์โบ หรือจะเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเป็นแบบไหนดีในเครื่องยนต์หรือโมเดลถัดไป

อินนิวกล่าวว่า ปัจจุบัน ซูบารุ XV ยังไม่เป็นที่นิยมมากเท่าไหร่ ถ้าได้รับความนิยมมากกว่านี้จะสามารถเพิ่มรุ่นตัวแรงมากขึ้นเข้าไปเป็นรุ่นท็อปได้ แต่ก่อนจะทำได้ ตอนนี้ต้องมียอดจำหน่ายมากกว่านี้ซะก่อน เพราะเราไม่สามารถลงทุนเพิ่มกับรถระดับรุ่นเริ่มต้นได้อีกแล้ว ต้องคงระดับต้นทุนให้ได้ในระดับนี้เพื่อให้แข่งขันกับรถยนต์ใหม่รุ่นอื่นๆ ในตลาดได้ แต่ถ้าลูกค้ายังอยากได้รถแรงมากกว่า XV หรือ Impreza คงต้องแนะนำให้เปลี่ยนไปซื้อฟอเรสเตอร์ หรือเลอวอร์ก (Levorg) หรือรุ่นอื่นๆ แทน ทั้งนี้ฟอเรสเตอร์รุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวช่วงกลางปี 2018 อาจจะมีรุ่นล่างราคาถูกกว่าปัจจุบันก็เป็นได้ ส่วน XV และ Impreza รุ่นปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นเครื่อง 2.0 ลิตร ไดเรคต์-อินเจคชั่น กับ 1.6 ลิตร จำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่นกับยุโรปไปก่อน

อินนิวกล่าวว่า ถ้าเครื่องยนต์ไฮบริดเป็นตัวเลือกในเครื่องยนต์รุ่นถัดไป ก็คงไม่เลือกเครื่องยนต์ไฮบริดแบบเดียว แต่คิดเอาไว้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นไฮบริด ปลั๊กอิน หรือซีรีส์ ไฮบริด ส่วนที่เป็น อิเล็กทรอนิกส์ เวฮิเคิล (Electronics Vehicle) หรือไฟฟ้าล้วน คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตในลำดับถัดไป ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ดีเซลนั้นตัดไปได้เลย เพราะเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันกำลังถูกลดการใช้งานให้น้อยลง เพราะเราต้องจ่ายค่ารักษาสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ไม่คุ้มกัน ดังนั้นตัวเลือกที่เป็นเครื่องยนต์ไฮบริดดูจะเหมาะสมกว่า