เอ็มจี IM6 อีวี
เอสยูวีคูเป้พรีเมียม
ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มราคาไม่ถึง 1 ล้านบาทเท่านั้น ที่กำลังแข่งขันหั่นราคากันอย่างดุเดือด แต่รถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป ต่างก็เปิดตัวออกมาแข่งขันกันหลากหลายรุ่นเช่นเดียวกัน โดยโชว์จุดขายในเรื่องเทคโนโลยีทันสมัย รูปร่างหน้าตาโดดเด่น ระยะเวลาชาร์จไว วิ่งได้ยาวขึ้น
สำหรับค่ายเอ็มจี ส่ง NEW MG IM6 (เอ็มจี ไอเอ็ม6) ‘IM’ ย่อมาจาก Intelligence in Motion เป็นแบรนด์จากเซี่ยงไฮ้ SAIC บริษัทแม่ของ MG ถือหุ้นใหญ่ ได้ตัดสินใจว่า IM5 และ IM6 น่าจะเหมาะกับตลาดรถพรีเมียม
สำหรับ MG IM6 เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุด เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์อีวีพรีเมียมของเอ็มจี ด้วยการเป็น The First-ever Premium intelligent e-SUV แปลเป็นภาษาไทยว่า “รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมรุ่นแรกของโลก”
เป็นรถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าหรู ผลงานการออกแบบร่วมกันของนักออกแบบจาก SAIC MOTOR CORPORATION และ University of Art London
มิติตัวถัง 4,904 x 1,988 x 1,669 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะความยาวฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
ภายนอก กระจกข้างแบบไร้กรอบ พร้อมกระจกรอบคัน 2 ชั้น ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง หลังคากระจกพาโนรามิกที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) ล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว สำหรับรุ่น Performance AWD และขนาด 20 นิ้ว สำหรับรุ่น Premium 2WD
ภายในออกแบบเน้นเรียบหรู คอนโซลหน้าใช้วัสดุ Soft Touch รองรับการชาร์จแบบไร้สาย กำลังไฟสูงสุด 50 วัตต์ (Wireless Charger) ดีไซน์พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง
เบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง หุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support อุปกรณ์พยุงหลังส่วนล่าง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะคู่หน้าระบายความร้อน พร้อมระบบนวดสำหรับผู้ขับขี่ เบาะนั่งด้านหลังพนักพิง พับได้ 60:40
หน้าจออัจฉริยะระบบสัมผัส Intelligent Immersive Touch Screens 2 จอขนาดใหญ่ ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัล ขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัส ขนาด 10.5 นิ้ว
ระบบลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS
มี Interactive Ambient Light เปลี่ยนได้ 256 เฉดสี กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down กระจกมองหลังแบบ Streaming Media Rearview Mirror ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้ารถจุได้ 32 ลิตร ท้ายรถจุได้ 596 ลิตร เมื่อพับเบาะจุได้ 1,640 ลิตร พร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มท้ายรถอีก 69 ลิตร ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิดอัตโนมัติ
มีระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 2 จุด
มี IM MAG HUB อุปกรณ์เสริมติดแม่เหล็กภายในตัวรถเพื่อใช้ติดตั้งแอ๊กเซสซารีต่าง ๆ อาทิ โคมไฟ กระจกแต่งหน้า ไฟอ่านหนังสือ ฯลฯ จำนวน 5 ตำแหน่ง
ด้านสมรรถนะ ติดตั้งแชสซีดิจิทัลอัจฉริยะใหม่ (IM Digital Chassis) ทำจากอะลูมิเนียม พร้อมชิปประมวลผลระดับไฮเอนด์สำหรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor รุ่น Premium 2WD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 295 แรงม้า (217 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อ ชม.ใน 5.9 วินาที
รุ่น Performance AWD มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า (572 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อ ชม.ใน 3.48 วินาที ความเร็วสูงสุด (Top speed) กว่า 240 กม.ต่อ ชม.
มีระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 2 ระดับ รัศมีวงเลี้ยว 5.09 เมตร เข้าออกในพื้นที่แคบได้ง่าย ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อนจาก Continental ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone พร้อมระบบถุงลม ด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ พร้อมระบบถุงลมสำหรับรุ่น Performance AWD
ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) ทำให้การเปลี่ยนเลนมีเสถียรภาพแม้ความเร็วสูง ทำให้การกลับรถในที่แคบได้ง่าย
ถอยจอดและขับออกสะดวกด้วยปลายนิ้วสัมผัสกับระบบ One Touch iAD ช่วยถอยจอดด้านข้าง (One Touch Side Parking) รวมถึงการจอดและออกจากช่องจอดรถในพื้นที่จำกัด (One Touch Escape) และการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน (One Touch Reverse)
มีฟังก์ชั่น Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกันเพื่อเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัด
ระบบการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ Eco / Comfort / Sport / Snow / Custom และ Super Eco จะดึงไฟสำรองจากแบตเตอรี่มาใช้อีก 80 กิโลเมตร สำหรับในยามฉุกเฉิน
ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ (Intelligent Air Suspension) ปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับความสูงปกติ (Standard) ปรับเตี้ยลง 5 ซม. และปรับสูงขึ้น 2 ซม. พร้อมปรับการทำงานอัตโนมัติตามรูปแบบการขับขี่
เทคโนโลยีความปลอดภัย มีระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย มาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM รวมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) หรือระบบอำนวยความสะดวกช่วยควบคุมการขับขี่และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
มีระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก (Intelligent Rainy Night Mode) ผสานการทำงานกล้องรอบคัน การปรับค่าช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาทัศนวิสัยการมองเห็น ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA (Auto Park Assist) ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
มีระบบควบคุมการทรงตัว VDC (Vehicle Dynamic Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HHC (Hill Hold Control) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System) ระบบช่วยเบรก AEB (Automatic Emergency Braking) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LCC (Lane Centering Control) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุ อาจเกิดจากมุมอับสายตาทำงานประสานกัน ทั้งระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking) และระบบระบบช่วยเตือน การเปิดประตู DOW (Door Open Warning) และระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME)
เสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง ระบบกุญแจอัจฉริยะพร้อมการ์ด NFC สำหรับแปะเพื่อล็อกและปลดล็อกตัวรถ
NEW MG IM6 ชาร์จไฟได้ไว เพิ่มระยะทางการขับ สามารถใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG SUPER CHARGE พร้อมให้บริการแล้วกว่า 140 แห่งทั่วประเทศ
แบตเตอรี่ Lithium-ion รุ่น Premium 2WD ความจุ 75 kWh แรงดันไฟฟ้าสูงถึง 400 โวลต์ วิ่งได้ 550 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่น Performance AWD ความจุ 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ วิ่งได้ 634 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
มีระบบ Cooling system เจเนอเรชั่นใหม่ ระบายความร้อนได้ 15 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 30 วินาที
แบตเตอรี่ 12V แบบ Lithium- ion ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10%-80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที ด้วยแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW
ราคา รุ่น Premium ราคา 1.299 ล้านบาท ส่วนรุ่น AWD Perfromance ราคา 1.699 ล้านบาท
ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม สมรรถนะการขับขี่ทำได้ฉูดฉาดหวือหวา ช่วงล่างปรับได้ ทั้งหนึบแน่นหรือนุ่มนวล มีเทคโนโลยีทันสมัยตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ใส่อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกมามากมาย
เหมาะสำหรับคนที่ชอบรถยนต์ล้ำสมัย ไม่ใส่ใจเรื่องชาร์จไฟ ที่สำคัญเอ็มจีช่วยลูกค้าอำนวยความสะดวกเรื่องจุดชาร์จเพิ่มเติมให้อีกต่างหาก
นายพล

