ตลาดรถกระบะเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงแข่งขันกันดุเดือด ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย รุกหนักตลาดรถกระบะไปอีกขั้น ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะไทย ประกาศเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ในปี 2569 มี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี รถกระบะสำหรับภารกิจหนัก (Heavy Duty) ตอบโจทย์ลูกค้าสายลุยที่ต้องการรถสมรรถนะสูง เพื่อการผจญภัยออฟโรด รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้
นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า เรามองเห็นช่องว่างในเซ็กเมนต์รถกระบะขนาดกลางลูกค้าต้องการรถพร้อมลุยภารกิจหนัก ฟอร์ดจึงนำเสนอทางเลือกเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ผสานความแข็งแกร่งแบบที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน เข้ากับสมรรถนะการขับขี่ออฟโรด

ฟีเจอร์ไฮไลท์ ได้แก่ ความสามารถในการบรรทุก และลากจูง ระดับ เฮฟวี่ ดิวตี้ แกร่งสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนามา รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม
ระบบช่วงล่างอัพเกรดใหม่หมด พร้อมโครงใหม่และแหนบหลังยาวขึ้น ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถบรรทุกและลากจูง ปีกนกหนามากที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาเรนเจอร์ จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง ป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด เพลาขับหน้า และหลังใหม่แข็งแรงขึ้น รับน้ำหนักได้มากขึ้น เฟืองท้ายแบบใหม่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในเรนเจอร์
โครงสร้างอัพเกรดใหม่แข็งแรงขึ้น น้ำหนักมากกว่าโครงปกติเรนเจอร์ 70–80 กก. ใช้โลหะหนากว่า มีจุดเสริมแข็งแกร่งเพิ่ม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง แข็งแรงและรองรับน้ำหนักดีขึ้น ติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มบนกันชนได้ทันที กันชนเหล็กยังช่วยป้องกันด้านหน้าจากการกระแทก จากอุปสรรคออฟโรดได้

ล้อเหล็ก เฮฟวี่ ดิวตี้ น็อต 8 ตัว พร้อมยาง ออล เทอร์เรน LT ขนาด 33 นิ้ว การใช้น็อต 8 ตัว ใช้วัสดุเหล็กเพิ่มความแข็งแรงและกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า ลดโอกาสเกิดความเสียหายของล้อและดุมล้อ รับแรงกระแทกได้มากกว่าล้อทั่วไป โครงสร้างระบบกันสะเทือนปรับปรุงใหม่ โครงสร้างใหม่และแหนบหลังยาวขึ้น
ระบบ Integrated Device Mounting System (IDMS) ติดตั้งมาจากโรงงาน ให้ลูกค้าติดตั้งอุปกรณ์ทำงานได้อย่างลงตัว เป็นครั้งแรกในเรนเจอร์
ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า ให้แรงยึดเกาะสูง ระยะความสูงจากพื้น 299 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,710 มม.

มาพร้อมการขับขี่ 7 โหมด ได้แก่ ปกติ ประหยัด ลากจูง ถนนลื่น โคลน ทราย หิน มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรดด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนทางออฟโรด (Trail Turn Assist) แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ เฮฟวี่ ดิวตี้ วัสดุเหล็กหนา 3.6 มม. แผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันหนัก 130 กก. ออกแบบเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง ช่วยรองรับการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางได้
เครื่องยนต์ดีเซล วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ปรับจูนใหม่สำหรับงานหนัก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A พร้อมโหมด 4H และ 4L เฟืองหน้าและท้ายทำงานแบบไฟฟ้า ยาง All-Terrain ขนาด 33 นิ้ว LT275/70R18 ล้ออัลลอยแบบน็อต 8 ตัว ขนาด 18 x 8.5 นิ้ว ถังน้ำมันขนาด 130 ลิตร
สามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 850 มม.
งานนี้แฟนๆ รถกระบะทรงพลัง ได้ลุยกันสะใจแน่นอน
หมายเหตุ:
1 รายละเอียดรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย รายละเอียดรุ่นและข้อมูลจำเพาะที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง
2 ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียเมื่อใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ด และติดตั้งระบบเบรกแล้ว ไม่รวมหัวบอลลากพ่วง (จำหน่ายแยกต่างหาก) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวม อาจต้องถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด น้ำหนักรถรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass – GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง ที่อนุญาตให้บรรทุกของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่รวมน้ำหนักของรถพ่วง น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass – GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน เป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังการบรรทุกใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM), น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด (Gross Axle Weight Ratings – จะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมเมื่อใกล้วันวางจำหน่ายในประเทศไทย ไม่เกินค่าที่กำหนดตามกฎหมาย
สำหรับรายละเอียดและข้อมูลจำเพาะสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศในช่วงใกล้การเปิดตัว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Ranger Super Duty หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook YouTube TikTok และ LINE @FordThailand

