บิ๊กค่ายรถญี่ปุ่นฝากถึง‘รบ.ไทย’
ลุย‘ควิกบิ๊กวิน’ฟื้นตลาดยานยนต์
หมายเหตุ – ความเห็นจากผู้บริหารค่ายรถญี่ปุ่นชั้นนำของตลาดเมืองไทยต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดรถยนต์ไทย
โนริอากิ ยามาชิตะ
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยมีปัจจัยหลายด้านเกี่ยวข้อง ทั้งการเมืองโลก ตลาดท่องเที่ยว จะฟื้นตัวแค่ไหน รัฐบาลอาจต้องส่งเสริมดีมานด์หรือกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็กำลังทำเต็มที่ จึงคิดว่าปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้
ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ถือว่ามีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 10% ของจีดีพีไทย มีการจ้างงานกว่า 9 แสนคน ดังนั้นหากนโยบายควิกบิ๊กวินของรัฐบาลอนุทินประสบความสำเร็จทำได้จริง จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้มาก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ เพราะสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่เชื่อว่าครึ่งหลังของปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ความคาดหวังของโตโยต้าต่อรัฐบาลมี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือกที่มีความหลากหลายประเภทมากขึ้น 2.ปกป้องการผลิตรถยนต์ในประเทศให้เข้มแข็งและเกิดความเป็นธรรม
และ 3.ปรับมาตรการส่งเสริมการส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศ ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โตโยต้าจะพยายามรักษาซัพพลายเชนผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศให้อยู่ได้ แต่อยากให้รัฐบาลมีนโยบายเข้ามาดูแลส่วนนี้ ไม่ว่าจะป็นมาตรการด้านภาษีหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทางค่ายรถญี่ปุ่นได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เสนอรัฐบาลไปแล้ว คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณา
ทาคาชิ ฮาตะ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
อีซูซุยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถปิกอัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปิกอัพพลังงานทางเลือกต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบและพิจารณาข้อดีข้อเสีย เพื่อนำเสนอรถปิกอัพที่เหมาะกับคนไทย แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะนำเสนอพลังงานทางเลือกต่างๆ ได้เมื่อไหร่ แต่มั่นใจว่า ปิกอัพ เครื่องดีเซล 2.2 ลิตรใหม่ ของอีซูซุ เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 25 ต.ค.68 จะตอบโจทย์การใช้งานของตลาดเมืองไทยแน่นอน
ด้านมิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้โดยรวมและปีหน้า คาดว่าจะยังคงลำบากต่อไป เพราะมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องภาษีสหรัฐ ราคาพืชผลการเกษตรยังไม่ดี ยังไม่เห็นสัญญาณบวก และจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เร็วๆ นี้ ยังไม่แน่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร และล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ มีผลกระทบแน่ เรากำลังพิจารณาหาทางช่วยลูกค้าและดีลเลอร์อย่างเต็มที่
ในส่วนของนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หากรัฐบาลนี้ดำเนินนโยบายควิกบิ๊กวินได้ตามเป้าหมายจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก และคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เพราะตอนนี้เรามองว่าปีหน้าจะยังคงลำบาก เพราะราคาพืชผลภาคเกษตรยังไม่ดี แม้ว่าไทยเซ็นสัญญาขายข้าวให้จีน 5 แสนตัน คาดหวังว่าจะทำให้ราคาข้าวในประเทศขยับขึ้นหรือไม่ เพราะราคาข้าวตลาดโลกยังไม่ดี
ส่วนกรณีรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นตลาดรถปิกอัพโดยให้ บสย.เข้ามาช่วยค้ำนั้น ถือว่าเป็นโครงการที่ดีช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น แต่อยากให้ผ่อนปรนเงื่อนไขให้คนเข้าถึงได้มากกว่านี้ รวมทั้งอยากให้ขยายเวลาของโครงการออกไปอีก
สำหรับตลาดรถยนต์ปีนี้คาดว่าประมาณ 5.95 แสนคัน แบ่งเป็นปิกอัพ 1.45 แสนคัน ส่วนรถปิกอัพดัดแปลงหรือพีพีวี 3.6 หมื่นคัน น่าจะเป็นไปตามคาดการณ์
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์
ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
อยากให้รัฐบาลมีเสถียรภาพต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ มีรัฐบาลใหม่ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น ส่วนมาตรการ
ควิกบิ๊กวินของรัฐบาล จะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยกระตุ้นให้กิดการใช้จ่าย แต่หากมีมาตรการระยะยาวด้วยจะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่า จีดีพีไทยปีนี้จะโต 2% ถือว่าเป็นไปได้ หากรัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องภาษีสหรัฐมากขึ้น หลังจากคลุมเครือมานาน
นอกจากนี้หากรัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินได้ชัดเจน ก็จะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจได้ดีขึ้นเช่นกัน

