คิกส์ อี-พาวเวอร์ รถเติมน้ำมัน แต่ฟีลขับรถไฟฟ้า นิสสันงัดทีเด็ดสู้อีวีจีน

หากจะว่ากันตามจริง รถยนต์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 100% หรืออีวี เปิดตัวและเริ่มเปิดให้จองในไทยอย่างเป็นทางการรายแรก ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปี พ.ศ. 2561 คือ นิสสัน ลีฟ ราคาเปิดตัว 1.99 ล้านบาท เริ่มส่งมอบรถคันแรกในไทยช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2562
หลังจากนั้น นิสสัน ลีฟ ทำตลาดบ้านเราอยู่นาน ลดราคาลงมาหลายรอบ แต่ในที่สุดก็ต้องเลิกขายไป เพราะไม่สามารถกดต้นทุนให้ลดลงต่ำได้ เมื่อเจอคู่แข่งจากจีน ลดต้นทุนผลิตรถอีวีลงได้มาก ขายราคาต่ำกว่ามาก

แต่นิสสันก็ไม่ได้หยุดนิ่ง คิดค้นเทคโนโลยีในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนไปสู่ยุครถอีวีเต็มตัว เรียกว่า อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กไปปั่นไฟเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ จึงทำให้การขับเหมือนรถอีวี แต่สามารถเติมน้ำมันได้ ลดปัญหาอุปสรรคการชาร์จไฟของรถอีวีไปได้ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย เพราะใช้น้ำมันแค่มาปั่นไฟ ที่สำคัญยังสามารถใส่อุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เหมือนรถไฟฟ้าอีกต่างหาก
ในช่วงแรกนิสสัน อี-พาวเวอร์ ยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับมากนัก เพราะส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในเทคโนโลยีใหม่ของนิสสัน แต่ต่อมาเมื่อนิสสันนำเทคโนโลยีนี้ไปใส่ไว้ในรถยนต์รุ่นต่างๆ ของนิสสัน ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสมากขึ้น จึงทำให้ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นยอ่างรวดเร็ว

ล่าสุดถึงคิวนำเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์มาใส่ในรถยนต์ นิสสัน คิกส์ จึงเปิดตัว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ (The All-New NISSAN KICKS e-POWER) พัฒนาและออกแบบสำหรับภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะ
ภายนอกดีไซน์ใหม่ ทันสมัย กระจังหน้าแบบ วี-โมชั่น (V-Motion) เอกลักษณ์ของนิสสัน ไฟหน้าดีไซน์ใหม่เพรียวบางเป็นพิเศษ ส่องสว่างดีขึ้น ครอบคลุมพื้นที่กว้าง 14 เมตร เพิ่มระยะการส่องสว่างของไฟต่ำ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย มีไฟ เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ส (Daytime Running Lights) แบบสามลูกศร แยกส่วนช่วยเพิ่มลุคทันสมัย ฝากระโปรงหน้ายกสูงและกว้าง เพื่อต้องการให้ช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ให้ดูทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดีไซน์ตัวรถด้านล่างกับกันชนและซุ้มล้อใหม่ เพื่อให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น
มุมมองด้านข้าง ดีไซน์ให้ต้องการสะท้อนความแข็งแกร่งของรถเอสยูวีด้วยรูปทรงให้ดูมั่นคง ด้านหลังออกแบบด้วยเส้นสายเรียบง่าย ช่วยให้ตัวรถดูเด่นแบบมินิมอล ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์แบบรถ SUV ของนิสสัน

ภายในออกแบบเน้นทันสมัย ค็อกพิทใหม่ออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่าย พร้อมทางเลือกโทนสีภายในใหม่แบบ มูนสโตน (Moonstone) เติมสไตล์ให้ห้องโดยสารดูโดดเด่นกว่าเดิม

หน้าจอแสดงผลใหม่ ระบบอินโฟเทนเมนต์ดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ดิสเพลย์ ออดิโอ (Display Audio) หน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมระบบ นิสสัน คอนเนคต์ (NissanConnect) รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต แบบไร้สาย รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน ยูเอสบี และ บลูทูธ ให้ใช้งานแอป ฟังเพลง และระบบนำทางได้ หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดความเร็วดิจิทัล เพิ่มความทันสมัย และกราฟิกใหม่ อ่านข้อมูลได้ชัดเจน

ภายในใหม่โทนสี Moonstone (ฟ้า-เทา) ในรุ่น SV เพื่อต้องการเติมความสดใสและทันสมัยแบบคนรุ่นใหม่ ส่วนโทนดำ-เทาเข้มในรุ่นอื่นๆ ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แอคทีฟ
ห้องโดยสารปรับดีไซน์ใหม่ตั้งแต่แผงประตูไปจนถึงแผงคอนโซลหน้าและช่องแอร์ เพื่อช่วยให้บรรยากาศภายในดูเป็นระเบียบ ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังทุกรุ่นย่อย

เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ แบบ ซีโร่ กราวิตี้ (Zero Gravity) เพื่อช่วยให้ลดความเมื่อยล้าการเดินทางไกล หรือการขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่น พร้อมบุด้วยวัสดุสังเคราะห์สะท้อนความร้อน ช่วยให้เบาะนั่งสบายแม้ในสภาพอากาศร้อน
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังปรับปรุงใหม่ปรับมุมพนักพิงตามฟีดแบคของลูกค้า พื้นที่โดยสารกว้าง พนักพิงศีรษะขนาดใหญ่ ที่วางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง

มีระบบ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) กระจกมองหลังอัจฉริยะ สามารถสลับระหว่างกระจกจริงกับภาพวิดีโอจากกล้องด้านหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังได้ชัดเจนแม้มีสัมภาระหรือผู้โดยสารบัง แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย พื้นที่เก็บสัมภาระ 423 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางและสัมภาระ

มีระบบ ProPILOT ผู้ช่วยขับขี่อัจฉริยะ ครั้งแรกในประเทศไทยที่นิสสันเปิดตัวเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัตินี้ เพื่อให้ลูกค้าลดความเครียดระหว่างการขับขี่บนทางหลวงหรือสภาพจราจรต่อเนื่อง ระบบนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 เทคโนโลยี ได้แก่ Intelligent Cruise Control (ICC) ช่วยควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า Lane Keeping Assist (LKA) ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในเลน ระบบจะช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันข้างหน้า หากรถมีแนวโน้มออกนอกเลน ระบบจะเตือนและประคองรถกลับอย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังสามารถหยุดและออกตัวได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระการขับขี่บนทางด่วนและทางไกล ลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทาง ระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา

มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan 360 องศา Safety Shield ช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้น ลดความเครียดของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนและป้องกันการชนในมุมอับสายตา (Blind Spot Intervention – BSI) ทำงานร่วมกับระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หากผู้ขับขี่พยายามเปลี่ยนเลนขณะมีรถอยู่ในมุมอับสายตา ระบบจะสั่งการเบรก เพื่อชะลอและช่วยพารถกลับเข้าสู่เลนเดิม ช่วยเสริมความมั่นใจและการรับรู้สถานการณ์ของผู้ขับขี่
มีระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Leading Car Departure Notification – LCDN) จะเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถคันหน้าออกตัวแล้วแต่ผู้ขับขี่ยังคงหยุดรถอยู่ , ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (IFCW) ทำงานร่วมกับระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB) ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ได้ถึง 2 คันด้านหน้า พร้อมประเมินระยะห่างและความเร็ว ตรวจจับคนเดินเท้า หากพบความเสี่ยง ระบบจะส่งสัญญาณเตือน เพื่อช่วยชะลอหรือหยุดรถได้อย่างทันท่วงที
มีระบบป้องกันการชนอัจฉริยะด้านหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) จะส่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อมีความเสี่ยงชนรถด้านหลังขณะถอยรถ , ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง (Rear Automatic Emergency Braking – RAEB) ช่วยลดความเสี่ยงถอยชนรถคันอื่น , ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพพรอบทิศทางพร้อมระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลเคลื่อนไหวจากล้องรอบคัน (Intelligent Around View Monitor with Moving Object Detection – AVM with MOD) จะแสดงภาพจากมุมบนแบบรอบตัว 360 องศาบนจอ เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพการจราจรรอบคันเพิ่มความปลอดภัย
มีระบบเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS) จะแสดงระดับแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ หากลมยางต่ำกว่ากำหนด เช่น กรณียางแตกรั่ว ระบบจะส่งสัญญาณไฟเตือนที่หน้าจอทันที
นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบล็อกอัตโนมัติตามความเร็ว (Speed Sensing Door Lock) และฟังก์ชัน Walk-Away Lock / Approach Unlock ช่วยล็อก-ปลดล็อกให้แบบอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกการใช้งาน มีเซนเซอร์ถอยหลัง ถุงลมนิรภัย 6 จุด – คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก ระบบกระจายแรงเบรก และระบบเสริมแรงเบรก (ABS / EBD / BA) ระบบเบรกมือ ไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบเบรก Auto Brake Hold ระบบแจ้งเตือนการโจรกรรม (Anti-theft Alarm) จุดยึดเบาะนั่งเด็กและระบบป้องกันเด็กเปิดประตูจากเบาะหลัง (ISOFIX & Child Lock) ระบบการควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist)

เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าและอินเวอร์เตอร์ไว้ในชุดเดียว ให้กำลัง 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 2.06 kWh เร่งนุ่มนวล ตอบสนองทันใจ ให้ความรู้สึกขับขี่แบบรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอกเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว รองรับน้ำมันทั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ 91, 95 ไปจนถึง E20 ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตพลังงานสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอินเวอร์เตอร์ เฉลี่ยอัตราใช้น้ำมันประมาณ 22-23 กม./ลิตร
ระบบอี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ของนิสสัน ช่วยเพิ่มความสนุกการขับขี่ ผู้ขับสามารถเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงทันทีจนต่ำสุดประมาณ 5 กม./ชม. ช่วยให้ควบคุมระยะห่าง เข้าโค้ง ลงทางลาด หรือผ่านลูกระนาดได้อย่างมั่นใจ จะเปิดการทำงานเมื่อเลือกโหมดการขับขี่สปอร์ต หรือ ECO นอกจากนี้ ระบบยังช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Regenerative Braking) ระหว่างการชะลอความเร็ว
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม ดิสก์เบรกหน้า ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแร็กแอนด์พีเนียน

มีแอปอัจฉริยะ NissanConnect Services เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เช่น การขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านปุ่ม SOS หรือโทร พร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปในสมาร์ทโฟนเพื่อล็อกหรือเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องจากกระยะไกล ค้นหาตำแหน่งที่จอดรถ สั่งเปิดไฟหน้า หรือเปิดไฟหน้าพร้อมเสียงแตรเพื่อหาตำแหน่งรถได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถ แจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ หรือเตือนเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ รวมถึงมีระบบเตือนเมื่อรถยนต์ถูกขโมย แจ้งเตือนการเข้า-ออกเขตพื้นที่ควบคุม ความเร็ว และเคอร์ฟิว

มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ V, VL และ SV มีตัวเลือกระบบ NissanConnect Services ในรุ่น VLพร้อมสีตัวถังภายนอก 6 สี ได้แก่ สีฟ้า อิเล็กทริก ไซแอน (Electric Cyan) (สีใหม่) สีเกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) (สีใหม่) สีขาวสตอร์มไวท์ (Storm White) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีเทากัน เมทาลิก (Gun Metallic) สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) และมีตัวเลือก สีภายนอกแบบทูโทนหลังคาดำ สำหรับรุ่น VL และ SV สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นและทันสมัยมากยิ่งขึ้น สำหรับโทนสีภายในมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ดำ-เทาเข้ม ในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มทางเลือกโทนสีฟ้า-เทา Moonstone ให้ความรู้สึกหรู ทันสมัย ในเกรด SV รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. รับประกันระบบอี-พาวเวอร์ 5 ปี หรือ 150,000 กม. รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ราคา นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่น V 789,900 บาท รุ่น VL 849,900 บาท และรุ่น SV 899,900 บาท
โดยรวมถือว่าเป็นรถยนต์สมรรถนะดี พลังแรง ขับเหมือนรถอีวี อัตราเร่งดี ไม่ต้องรอรอบ ขับสนุก โฉบเฉี่ยว ช่วงล่างดี พวงมาลัยดี ศูนย์บริการดี มีเทคโนโลยีทันสมัย แต่เบาะหลังแอร์ไม่ค่อยถึง หากดูการใช้งานเป็นหลัก รวมถึงความประหยัด ทันสมัย ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจรถอีวีจีน
#นายพล#

