หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ อาวดี้ อาร์เอ...

อาวดี้ อาร์เอส 5 ตัวแรงบุก ประเดิมเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่

16.06.26 | 13:08 น.

 

อาวดี้ ประเทศไทย ประเดิมเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่ ส่ง “อาร์เอส 5” ตัวแรง เริ่มต้น 6.799 ล้านบุก

 

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ อาวดี้ ประเทศไทย (Audi Thailand) มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ ดึงกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์จากเนเธอร์แลนด์ PON Holdings เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 75% ผ่านการร่วมทุนกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม กลุ่มล่ำซำ ในนามบริษัท ไมซ์เตอร์ เทคนิค ยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 25% ล่าสุดได้เปิดรับจองยนตรกรรมสมรรถนะสูง The New Audi RS 5 ล็อตแรกพวงมาลัยขวาได้รับแรงบันดาลใจจากฟอร์มูล่าวัน มาสู่รถยนต์สมรรถนะสูงสามารถใช้งานได้จริงในทุกวัน พัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบ “RS Experience” (อาร์เอส เอ็กซ์พีเรียนซ์) เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของ AUDI AG ต่อตลาดประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงสุดของภูมิภาค เป็นก้าวสำคัญในการนำยนตรกรรมสมรรถนะสูงเจเนอเรชันใหม่ของ Audi Sport เข้าสู่ตลาดไทย

Advertisement

The New Audi RS 5 มีให้เลือก 2 รูปแบบตัวถัง ทั้ง Avant (อาว็อง) และ Sportback (สปอร์ตแบ็ก) เน้นตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความสปอร์ต และไลฟ์สไตล์การใช้งานแตกต่างกัน รุ่น Avant ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวถัง เข้ากับสมรรถนะระดับ RS สัดส่วนการออกแบบ แนวหลังคาลาดสู่เสา C ช่วยสร้างรูปลักษณ์ของรถ Estate (เอสเตท – รถยนต์นั่งที่มีการต่อท้ายตัวถังให้ยาวขึ้น ดัดแปลงมาจากรถยนต์ซีดาน 4 ประตู หรือ แฮทช์แบ็ก 5 ประตู เพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังให้กว้างขวาง สามารถจุของได้เยอะ มักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สเตชั่น แวก้อน) ทั้งสปอร์ตและทรงพลัง ซุ้มล้อ quattro blisters (ควอทโทร บลิสเตอร์ส) ขยายความกว้างของตัวถังเพิ่มขึ้น 4 เซนติเมตร ช่วยเสริมสัดส่วนให้ตัวรถดูกว้าง และทรงพลังขึ้น ขณะที่ดิฟฟิวเซอร์ท้ายรถและท่อไอเสีย RS Sport (อาร์เอส สปอร์ต) ขนาดใหญ่ ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ เสียงเร้าใจในแบบ อาวดี้ สปอร์ต ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระกว้าง รองรับความจุสูงสุด 1,302 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง

รูปทรงตัวถังสไตล์คูเป้โฉบเฉี่ยว ด้วยแนวหลังคา Coupe-like Silhouette (คูเป้-ไลก์ ซิลลูเอ็ต – รถยนต์ทรวดทรงหรือเส้นสายตัวถังด้านข้างคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ เช่น หลังคาลาดเทลงไปจรดท้ายรถ) ลาดรับกับส่วนท้ายอย่างลงตัว พร้อมสปอยเลอร์ท้ายช่วยเสริมทั้งภาพลักษณ์ความดุดันและประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ สัดส่วนตัวรถออกแบบสะท้อนจิตวิญญาณของ Audi Sport ขณะเดียวกันยังคงความสะดวกสบายสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังกว้างและพื้นที่เก็บสัมภาระสำหรับการเดินทาง

ดีไซน์ล้ำสมัยด้วยชุดตกแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS (กลอสซี่ แบล็ก อาร์เอส) พร้อม Audi Rings (อาวดี้ ริงส์) และชื่อรุ่นสี Glossy Black (กลอสซี่ แบล็ก) เสริมความดุดันด้วยไฟหน้า Matrix LED (แมทริกซ์ แอลอีดี) รุ่นใหม่ พร้อม Digital Signature Light (ดิจิทัล ซิกเนเจอร์ ไลท์) และไฟท้าย OLED (โอแอลอีดี) ปรับเปลี่ยนได้ 8 รูปแบบ ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว สี Platinum Grey Matte (แพลทินัม เกรย์ แมทท์) พร้อมคาลิเปอร์เบรก RS สีแดง และ Projection LED (โปรเจคชั่น แอลอีดี) บริเวณประตูและกระจกมองข้าง

ภายในห้องโดยสารวัสดุตกแต่ง Carbon Micro Twill (คาร์บอน ไมโคร ทวิลล์) ผสานความสปอร์ตและความหรูหรา ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen (แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น) มาพร้อมระบบเสียง 3 มิติ และ Headrest Speakers (เฮดเรสท์ สปีคเกอร์ส) บริเวณพนักพิงศีรษะสำหรับเบาะคู่หน้า เสริมบรรยากาศด้วย Ambient Lighting (แอมเบียนท์ ไลท์ติ้ง) ไฟเรืองแสงปรับได้ 30 สี พร้อม Dynamic Interaction Light (ไดนามิก อินเตอร์แอคชั่น ไลท์) รวมถึง Panoramic Glass Roof with Switchable Transparency (พานอรามิก กลอส รูฟ วิธ สวิทเชเบิล ทรานส์แพเรนซี่) สามารถปรับระดับความโปร่งแสงได้

สมรรถนะเครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid (ปลั๊ก-อิน ไฮบริด) แบบ V6 ขนาด 2.9 ลิตร พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง มอบกำลังรวมสูงสุด 639 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 825 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. เพียง 3.6 วินาที พร้อมระบบขับเคลื่อน quattro (ควอทโทร) ทำงานควบคู่กับ Dynamic Torque Control (ไดนามิก ทอร์ก คอนโทรล) ถ่ายทอดพละกำลังสู่ทุกโค้งอย่างแม่นยำ เสริมด้วยระบบพวงมาลัย Progressive Steering (โปรเกรสสีฟ เสตียริ่ง) ได้รับการปรับจูนเฉพาะสำหรับ Audi RS ให้ตอบสนองเฉียบคมขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้ง และมอบอารมณ์การขับขี่สปอร์ตเร้าใจ

ระบบขับเคลื่อน quattro with Dynamic Torque Control (ควอทโทร วิธ ไดนามิก ทอร์ก คอนโทรล) เจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวเทคโนโลยี electro-mechanical torque vectoring (อีเลคโทร-เมคคานิคัล ทอร์ก เวคเตอริ่ง) เป็นครั้งแรกของโลก สามารถควบคุมและกระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังซ้าย–ขวาได้ม่นยำในระดับมิลลิวินาที ส่งกำลังไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะดีที่สุด เพื่อเพิ่มทั้งการยึดเกาะถนน ความคล่องตัว และเสถียรภาพการขับขี่ โดยเฉพาะขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วสูง ผสานการทำงานกับช่วงล่าง RS Sport Suspension (อาร์เอส สปอร์ต ซัสเพนชั่น) พร้อมเทคโนโลยี Twin-valve damper control (ทวิน-วาล์ว แดมเปอร์ คอนโทรล) ได้รับการปรับจูนเพื่อการตอบสนองเฉียบคม เข้าโค้งแม่นยำ ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น และเร่งออกจากโค้งได้อย่างมั่นคง มอบสมรรถนะการขับขี่เร้าใจตามแบบฉบับ Audi Sport พร้อมความนุ่มนวลสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Progressiv red metallic, indoor static photo, interior

ห้องโดยสาร ถ่ายทอดแนวคิด RS driver-oriented cockpit (อาร์เอส ไดรเวอร์-โอเรียนเต็ด ค็อกพิท) ออกแบบโดยยึดผู้ขับเป็นศูนย์กลาง ผสานความสปอร์ตดุดันเข้ากับความล้ำสมัย เป็นได้ทั้งรถสปอร์ตสมรรถนะสูงและรถใช้งานจริงในคันเดียว แผงหน้าปัดและคอนโซลกลางออกแบบให้หันเข้าหาผู้ขับ เพื่อให้ควบคุมทุกฟังก์ชันได้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อม Virtual Cockpit Plus (เวอร์ชวล ค็อกพิท พลัส) แบบ RS เรียกว่า New RS UX/UI (นิว อาร์เอส ยูเอ็กซ์/ยูไอ) แสดงข้อมูลสมรรถนะการขับแบบเรียลไทม์ เช่น แรง G แรงม้า แรงบิด การบอกรอบเครื่องยนต์ของ RS โดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่อารมณ์แบบ Audi Sport เสริมความสปอร์ตด้วยพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ พร้อม 12 o’clock marker ( (ทเวลฟ์ โอคล็อก มาร์คเกอร์) ช่วยเพิ่มความแม่นยำควบคุม โดยเฉพาะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง รวมถึง ปุ่ม Boost function (บูสต์ ฟังก์ชั่น) ปลดล็อกโหมดสมรรถนะสูงสุดของรถทันที สามารถเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์และแรงบิดสูงสุด ทำงาน 10 วินาที ต่อการกด 1 ครั้ง พร้อมปุ่ม RS Mode (อาร์เอส โหมด) สามารถเลือกใช้โหมด RS ตั้งค่าการขับขี่ไว้ล่วงหน้าในโหมด RS1 และ RS2 ได้จากพวงมาลัยโดยไม่ต้องละสายตา ถ่ายทอดอารมณ์แบบ racing-inspired design (เรซซิ่ง-อินสไปร์-ดีไซน์) ชัดเจน ขณะที่เบาะ RS Sport Seats Plus (อาร์เอส สปอร์ต ซีทส์) หุ้มหนังลาย Honeycomb (ฮันนี่คอมพ์) พร้อมเดินด้ายสีแดง และดีไซน์โอบกระชับ ช่วยรองรับสรีระ

Progressiv red metallic, indoor static photo, interior

มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ และระบบความปลอดภัยออกแบบ เพื่อเพิ่มทั้งความมั่นใจและความสะดวกสบาย อาทิ Adaptive Cruise Control with Stop & Go Function ระบบควบคุมความเร็วแปรผันพร้อมรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า, Proactive Occupant Protection (Front, Side and Rear) ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง, Lane departure warning ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, Lane Change Warning ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, Front emergency brake assist ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ, Swerve assist and Turn assist ระบบช่วยหักเลี้ยวพวงมาลัยในกรณีฉุกเฉินและระบบแจ้งเตือนเมื่อเลี้ยวรถที่ทางแยก, Rear cross-traffic assist & Rear turn assist ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง, Exit Warning ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมเมื่อเปิดประตูลงจากรถ, Fatigue warning ระบบเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่, 3D and 360 องศา cameras กล้องแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3D, Parking assist pro ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, Dash cam กล้องบันทึกหน้ารถขณะขับขี่

เฉดสีตัวถังโทนสี ซิกเนเจอร์ ของ อาวดี้ อย่าง Daytona Grey (เดย์โทน่า เกรย์) และ Mythos Black (มายธอส แบล็ก) เน้นความดุดันและทรงพลัง ไปจนถึง Progressive Red (โปรเกรสสีฟ เรด) พร้อมสีใหม่ Plateau Grey (แพลทโท เกรย์) เน้นเส้นสายและสัดส่วนตัวถังให้ชัดเจนขึ้น

มาพร้อมทางเลือกแพ็กเกจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย เปิดโอกาสให้ปรับแต่งรถให้สะท้อนตัวตน มีแพ็กเกจพิเศษให้เลือก ได้แก่ Audi Exclusive Color Paint (อาวดี้ เอ็กซ์คลูซีฟ คัลเลอร์ เพนท์), RS Sport Plus Package with Carbon Exterior Package (อาร์เอส สปอร์ต พลัส แพคเกจ วิธ คาร์บอน เอ็กซ์ทีเรียร์ แพคเกจ) , RS Sport Plus Package with Carbon Exterior Package and RS Carbon Ceramic Brake in RED (อาร์เอส สปอร์ต พลัส แพคเกจ วิธ คาร์บอน เอ็กซ์ทีเรียร์ แพคเกจ แอนด์ อาร์เอส คาร์บอน เซรามิก เบรก อิน เรด)

Audi Exclusive Color Paint สำหรับแฟน Audi Sport มองหาความ unique (ยูนิค)ยังมีเฉดสีในกลุ่ม Exclusive (เอ็กซ์คลูสีฟ-มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) เช่น Nogaro Blue (โนกาโร บลู) , Goodwood Green (กู๊ดวู้ด กรีน) และ Cumulus Blue (คิวมิวลัส บลู) ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความสปอร์ต ไม่เหมือนใคร รวมถึงโทนพิเศษอย่าง Merlin (เมอร์ลิน) และ Ipanema Brown (อิปาเนม่า บราวน์) เพิ่มมิติความล้ำสมัยและความหรูหรา

RS Sport Plus Package with Carbon Exterior Package แพ็กเกจ RS Sport Plus เพิ่มความเร็วสูงสุดได้ถึง 285 กม./ชม. กันชนหน้าออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศ (Air Intake) ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเสริมภาพลักษณ์ดุดัน กันชนหลังพิ่มรายละเอียดเส้นสายและมิติของพื้นผิวตัวถัง ช่วยเสริมความสปอร์ตและความโฉบเฉี่ยวให้โดดเด่นขึ้น เบาะนั่งแบบ Sport seat Plus และพวงมาลัย Dinamica microfiber (ไดนาไมกา ไมโครไฟเบอร์) สีดำเข้ม ตกแต่งด้วยด้ายเดินตะเข็บ มีให้เลือกทั้งสีแดงและสีเขียว (ขึ้นอยู่กับสีภายนอกที่เลือก) Carbon Exterior Package (คาร์บอน เอ็กซ์ทีเรียร์ แพคเกจ) รอบคัน เสริมความดุดันตั้งแต่ด้านข้างตัวรถ ชายล่างประตู ดิฟฟิวเซอร์หลัง สปอยเลอร์ฝากระโปรงท้ายในรุ่น Sportback และกระจกมองข้างตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยขับเส้นสายและมิติความสปอร์ตให้โดดเด่นขึ้น

สำหรับรถติดตั้งแพ็กเกจ RS Sport Plus with Carbon Exterior Package ขึ้นไป สามารถเลือกสีภายนอก Bedford Green (เบดฟอร์ด กรีน) สีพิเศษสะท้อนเอกลักษณ์โดดเด่น และความเอ็กซ์คลูซีฟของ The New Audi RS 5 ผสานเข้ากับรายละเอียดการตกแต่งภายใน Serpentine Green stitching (เซอร์เพนไทน์ กรีน สติทชิง) ปีกข้างเบาะและพนักพิงด้านข้างเบาะตกแต่งด้วยวัสดุ Dinamica (ไดนาไมกา) ช่วยเสริมทั้งสัมผัสพรีเมียมและบุคลิกความสปอร์ตในแบบฉบับ Audi Sport

RS Sport Plus Package with Carbon Exterior Package and RS Carbon Ceramic Brake in RED อีกหนึ่งไฮไลท์ ช่วยเสริมความสปอร์ตเต็มขั้น สำหรับผู้เลือกติดตั้ง RS Sport Plus Package with Carbon Exterior Package สามารถยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้นด้วยการเพิ่ม RS Carbon Ceramic Brake in RED มาพร้อมระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกสีแดงสมรรถนะสูง น้ำหนักเบา ทนต่อความร้อนสูง และตอบสนองได้แม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก การควบคุม และความมั่นใจการขับขี่

The New Audi RS 5 Sportback และ Avant ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 6.799 ล้านบาท