หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ยักษ์ใหญ่มอเต...

ยักษ์ใหญ่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจีนบุก ‘ยาเดีย’ลุยเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ในไทย วิ่งไกลสุด 170 กม. ราคาเริ่ม 5.79-6.99 หมื่น

10.07.26 | 14:00 น.

ยักษ์ใหญ่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจีนบุก ‘ยาเดีย’ลุยเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ในไทย วิ่งไกลสุด 170 กม. ราคาเริ่ม 5.79-6.99 หมื่น

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวจักรยานยนต์ไฟฟ้าครั้งแรก และเปิดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับจักรยานยนต์ไฟฟ้า Yadea เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ โพธาลัย กรุงเทพ

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ มีฐานธุรกิจระดับโลก เป็นแบรนด์มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ครั้งนี้ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงราคาน้ำมันสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังต้องการยานยนต์ไฟฟ้าขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P เปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์เน้นสปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาผู้บริโภคเข้าถึงง่าย สามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น

นายหยาง เสี่ยวเฟย กล่าวว่า นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้าเงื่อนไข ช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV เป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ทำตลาดในประเทศไทย สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญ ช่วยให้ยาเดียขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น ช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย

Advertisement

สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย

ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุด 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ระยะเวลาชาร์จ จาก 0-100% ใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง หากเป็นการชาร์จเร็ว (Fast Charge) ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบเน้นความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายแข็งแรงกับความคล่องตัวการขับขี่ในเมือง

เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย มีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ สามารถวิ่งได้ในระยะทางไกลขึ้น จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นยานยนต์ไฟฟ้าตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงพร้อมทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถคล่องตัว ขับง่าย ดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ต้องการขับขี่ได้ระยะทางมากขึ้น ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัว GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวว่า สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 จะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย สามารถติดตามช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 และ Yadea จะเปิดจำหน่ายสินค้าจักรยานยนต์ไฟฟ้าบนแพลทฟอร์มออนไลน์ เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้เปิดจำหน่ายบางรุ่นไปแล้ว

ยาเดีย (Yadea) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 ณ เมืองอู๋ซี ประเทศจีน เติบโตกลายเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก ปี พ.ศ. 2561 เป็นแบรนด์รถ EV สองล้อแบรนด์แรกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และได้เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup 2018) มียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 120 ล้านคัน ได้รับการรับรองว่าเป็นแบรนด์รถสองล้อไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในโลกติดต่อกันถึง 9 ปีซ้อน ยอดขายเฉพาะปีล่าสุด 16.3 ล้านคัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (e-scooters) 4.82 ล้านคัน และจักรยานไฟฟ้า (e-bicycles) 11.45 ล้านคัน ยอดขายช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ ทำยอดไปได้ 8.79 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบันยาเดียได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ที่ ต.บางเสธง จังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินงานภายใต้ชื่อ บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โรงงานแห่งนี้ถูกปักหมุดให้เป็นศูนย์นวัตกรรมและการผลิตอัจฉริยะ (ASEAN Manufacturing Hub) เพื่อเป็นฐานผลิตหลักสำหรับจัดจำหน่ายในไทย และส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น พม่า ลาว และมาเลเซีย ส่วนยอดขายในประเทศไทย ครึ่งปีแรกส่งมอบรถให้ลูกค้าชาวไทยไปแล้วมากกว่า 24,000 คัน จากไลน์อัพสินค้าทั้งหมด 8 รุ่น ที่วางจำหน่าย เป้าหมายยอดขายปีนี้ ยาเดีย ประเทศไทย ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายขึ้นเป็น 100,000 คัน จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 40,000 คัน เนื่องจากกระแสตอบรับในไทยเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง Yadea GT80