นิสสัน เปิดตัว เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มินิแวนพรีเมียม แรงบันดาลใจจากแม็กเลฟส่วนตัว

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดตัว นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม หลังจากเผยโฉมเป็นครั้งแรกภายในงาน Japan Mobility Show 2025 ด้วยแนวคิดเรียบง่ายว่า การเดินทางแบบ Grand Touring ควรมอบความรู้สึกพิเศษให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่หลังพวงมาลัยหรือผู้โดยสารในแต่ละตำแหน่ง รถรุ่นใหม่นี้จึงผสานพื้นที่กว้างขวาง และบรรยากาศผ่อนคลายเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ระบบช่วงล่างแบบปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Intelligent Dynamic Suspension ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเดินทางที่นุ่มนวล เงียบสงบและมั่นคงยิ่งขึ้น

นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Private MAGLEV” นำแรงบันดาลใจจากรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการเคลื่อนที่อันรวดเร็ว ลื่นไหล และไร้รอยต่อมาตีความผ่านงานออกแบบผสานเส้นสายแห่งความเร็วเข้ากับบุคลิกสง่างาม และมั่นคง สะท้อนตัวตนของรถเรือธงสัญชาติญี่ปุ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์

ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่าง คุมิโกะ (Kumiko) และเชื่อมต่อกลมกลืนไปยังชุดไฟหน้ารวมถึงไฟท้ายแบบเต็มความกว้าง เสริมด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาตกแต่งด้วยวัสดุเรซินพิเศษ รายละเอียดประณีตคล้ายงานหัตถศิลป์
ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีบรรยากาศเปรียบเสมือนเลานจ์ส่วนตัว ตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงขึ้น ช่วยเปิดทัศนวิสัยด้านหน้าให้กับผู้ขับ ขณะที่แผงประตูตกแต่งด้วยลายควิลท์ เชื่อมโยงกับลวดลายคุมิโกะภายนอก แผงหน้าปัดผสานสวิตช์สัมผัสแบบ Capacitive เข้ากับวัสดุลายไม้ พร้อมจอแสดงผลแบบรวม นับเป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์นิสสันในประเทศญี่ปุ่น ระบบไฟ Ambient Light พาดยาวจากแดชบอร์ดไปจนถึงแผงประตู ปรับได้ถึง 64 เฉดสี

e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 และ e-4ORCE พัฒนาขึ้น ด้วยขุมพลังระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 มาพร้อมเครื่องยนต์ออกแบบมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำงานร่วมกับชุดขับเคลื่อน 5-in-1 e-POWER Powertrain รวมองค์ประกอบหลักห้าส่วน ได้แก่ มอเตอร์ (electric motor) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ชุดทดรอบ (reducer) และชุดเพิ่มรอบ (increaser) ไว้ในโมดูลเดียว เทคโนโลยีควบคุมใหม่ช่วยยกระดับทั้งความเงียบและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ขณะที่ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองทรงพลัง และนุ่มนวล สอดรับกับบุคลิกของรถมินิแวนระดับพรีเมียม
แพลตฟอร์มของรถพัฒนาจากเจเนอเรชันก่อน พร้อมโครงสร้างตัวถังแข็งแรง การจัดการเสียงรบกวนรอบคันอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น

นิสสันยังพัฒนาระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ให้ตอบสนองต่อสถานการณ์การขับขี่หลากหลายขึ้นในการใช้งานประจำวัน ระบบจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวรถขณะออกตัว เร่ง และเบรก เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการโดยสาร พร้อมประสานการควบคุมมอเตอร์และเบรกอย่างแม่นยำ เพิ่มการใช้แรงขับจากมอเตอร์ล้อหลังขณะเข้าโค้ง ผู้ขับสามารถดูการกระจายกำลังมอเตอร์และแรงเบรกแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอแสดงผลได้
ติดตั้งระบบ Intelligent Dynamic Suspension หรือระบบช่วงล่างปรับไฟฟ้าแบบไดนามิกอัจฉริยะ ปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพถนน และรูปแบบการขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยควบคุมแรงหน่วงของล้อแต่ละล้อแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ตัวรถเคลื่อนที่ได้ราบรื่นและมั่นคงขึ้น ลดการเคลื่อนไหวของตัวถัง และเสริมเสถียรภาพของรถ ช่วยเสริมความนุ่มนวลเกิดจากการทำงานร่วมกันของ e-POWER และ e-4ORCE ทำให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ผ่อนคลายขึ้น

นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ยังสามารถปรับบุคลิกให้เข้ากับแต่ละจังหวะของการเดินทางผ่านโหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ ได้แก่ ECO, STANDARD, SPORT, COMFORT, SNOW และ PERSONAL ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวัน การขับขี่ในสถานการณ์หลากหลาย การเดินทางไกลอย่างผ่อนคลาย ไปจนถึงเส้นทางต้องการการตอบสนองหรือความมั่นใจเป็นพิเศษ
เลานจ์ส่วนตัวออกแบบโดยคำนึงถึงสมาชิกทุกคนในการเดินทาง ภายในห้องโดยสาร พื้นที่ เบาะนั่ง เสียง และการเคลื่อนตัวของรถออกแบบให้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศสงบ โปร่งสบาย และผ่อนคลาย ระบบควบคุมแรงเบรกในจังหวะรถหยุดจะช่วยลดแรงกระแทกอาจเกิดขึ้นขณะรถหยุดนิ่ง โดยผู้ขับไม่จำเป็นต้องค่อยๆ ผ่อนน้ำหนักเบรกด้วยตนเอง ทำให้ทุกคนบนรถสัมผัสได้ถึงการหยุดที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ระบบควบคุมเสียงรบกวนแบบแอคทีฟขั้นสูง (Advanced Active Noise Control) นวัตกรรมครั้งแรกของโลกจากนิสสัน ช่วยลดทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนไปพร้อมกัน เพื่อรักษาบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เงียบสงบขึ้น พื้นที่ภายในกว้างขวางกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด หน้าต่างบานใหญ่บริเวณประตูสไลด์ทำงานร่วมกับการจัดวางเบาะแบบโรงภาพยนตร์ ยกระดับสายตาตั้งแต่แถวแรกไปจนถึงแถวที่สาม ช่วยให้ห้องโดยสารรู้สึกโปร่งโล่ง เปิดมุมมองให้ผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง
เบาะทุกตำแหน่งเป็นแบบ Zero Gravity เบาะแถวที่สองกว้างเพียงพอให้ผู้โดยสารเปลี่ยนท่าทางได้อย่างเป็นธรรมชาติขณะพักผ่อน ที่วางเท้าของเบาะผู้โดยสารด้านหน้า และเบาะแถวที่สองทั้งสองตำแหน่งสามารถใช้งานพร้อมกันได้ รวมทั้งหมดสามตำแหน่ง เพื่อรองรับการเดินทางไกลอย่างผ่อนคลาย

นอกจากนี้ เบาะแถวที่สองยังมาพร้อมระบบปรับเอนแบบ Dual Reclining สามารถปรับเฉพาะส่วนบนของพนักพิงด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้ผู้โดยสารวางศีรษะอยู่ในตำแหน่งสะดวกสบายขณะรับชมจอภายในรถหรือใช้งานสมาร์ทโฟน ความยืดหยุ่นที่คิดมาเพื่อชีวิตในหลากหลายบทบาท
นอกจากการสร้างพื้นที่ผ่อนคลาย ประตูสไลด์มีขั้นบันไดช่วยให้เด็กเล็กขึ้นลงได้โดยไม่ต้องยกเท้าสูง พร้อมมือจับขนาดใหญ่ ช่วยให้ผู้โดยสารหลากหลายวัยเข้าและออกจากรถได้สะดวกขึ้น
ฟังก์ชันเปิดประตูแบบครึ่งทาง ช่วยให้ประตูสไลด์เปิดเพียงบางส่วนเพื่อลดปริมาณน้ำฝนอาจเข้าสู่ห้องโดยสารระหว่างการขึ้นลงรถหรือการขนสัมภาระในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ เบาะแถวที่สามสามารถพับและเก็บได้ 2 ตำแหน่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับสมดุลระหว่างพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระได้ตามความต้องการ

พื้นห้องเก็บสัมภาระได้รับการลดระดับให้ต่ำลง ขณะที่ช่องเปิดฝากระโปรงท้ายมีความสูงและความกว้างมากขึ้น ทำให้ขนถ่ายสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง ได้สะดวกกว่าเดิม สวิตช์ฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติติดตั้งทั้งบริเวณกึ่งกลางฝากระโปรงและเสา D ด้านหลังทั้งสองฝั่ง สามารถหยุดการเปิดฝากระโปรงที่ระดับความสูงใดก็ได้ เหมาะกับพื้นที่จอดที่มีข้อจำกัดด้านหลัง
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับออกแบบมาเพื่อลดภาระในชีวิตประจำวัน และเพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทาง สำหรับการขับขี่บนทางหลวง นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับ Repilot ช่วยควบคุมคันเร่ง เบรกและพวงมาลัยขณะขับขี่ในช่องทางเดียว เพื่อลดภาระของผู้ขับ
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เครื่องยนต์เบนซินรหัส ZR15DDTe แบบ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ VC Turbo พละกำลังสูงสุด 142 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บยังแบตเตอรี่ เป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไม่มีหน้าที่ขับเคลื่อนส่งพละกำลังลงสู่ล้อ ทำงานแบบ 5-in-1 System จัดการรวม Motor, Generator, Reduction Gear, Inverter และ Engine เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานให้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เรียกว่า e-POWER e-4ORCE พัฒนาเป็น เจนเนอเรชั่นที่ 3 แรงบิดรวมสูงสุด 525 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 1.8 kWh
นิสสัน เอลแกรนด์ วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ในรุ่น เครื่องยนต์ ZR15DDTe 4WD มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น X e-4ORCE ราคา 6,897,000 เยน หรือ ประมาณ 1,430,000 บาท และรุ่น G e-4ORCE ราคา 7,579,000 เยน หรือ ประมาณ 1,570,000 บาท ลูกค้าคนไทยมารอลุ้นว่าจะได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยทันปีนี้หรือไม่

