“อีวี”ใส่สารพัด “เอ็มจี เออร์เบิน” ปล่อยหมัดเด็ด ราคา 529,900 บาท

ตลาดรถเก๋งเล็กสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังจาก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เป็นการผนึกกำลังระหว่าง Shanghai Automotive Industry Corporation ( เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสตรี คอร์ปอเรชั่น ) ปัจจุบันใช้ชื่อทางการว่า SAIC Motor Corporation Limited ( บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ) ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์จากจีน ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ของไทย ตั้งโรงงานใช้ไทยเป็นฐานประกอบรถยนต์เอ็มจี พวงมาลัยขวา ล่าสุด เปิดตัว NEW MG URBAN ( เอ็ม จี เออร์เบิน ใหม่ ) รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ครุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ แถมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 529,900 บาท
NEW MG URBAN หรือที่เอ็มจีตั้งชื่อว่า “น้องม่วง” เป็นรถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ผลิตในประเทศไทย (CKD) เน้นออกแบบเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนเมืองเน้นคล่องตัว ติดตั้งเทคโนโลยีหลากหลาย

เป็นยนตรกรรมพัฒนาบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM ( เอสเอไอซี อี3 เพียว อิเลกทริก แพลทฟอร์ม ) ในรูปแบบ “CELL-TO-BODY” (CTB) หรือ เซล ทู บอดี้ ผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่ เข้าเป็นหนึ่งเดียว ยืดหยุ่นสูง รองรับการพัฒนาได้หลากหลายเซกเมนต์ ช่วยให้ตัวรถเบาขึ้น แต่ยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ และเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
มิติตัวถัง 4,395 x1,842 x 1,549 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง) ความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร มีโลโก้เรืองแสง ILLUMINATED LOGO ( อิลลูมิเนท โลโก้ ) ไฟหน้า แอลอีดี พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายแอลอีดี ดีไซน์ Union Jack ( ยูเนี่ยน แจ๊ค ) ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHTS) ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว ในรุ่น MAX ( แม็กซ์ ) และ ULTRA ( อัลตร้า ) กระจกไฟฟ้า ONE-TOUCH UP-DOWN ( วัน-ทัช อัพ-ดาวน์ ) คือระบบควบคุมกระจกหน้าต่างรถยนต์เลื่อนขึ้นหรือลงจนสุดได้ด้วยการกดหรือดึงสวิตช์เพียงครั้งเดียว

มีกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ( แอโร่ วีล โคเวอร์ ) ในรุ่น STANDARD ( สแตนดาร์ด ) และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA
รองรับระบบ V2L สามารถเปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW ในทุกรุ่นย่อย

พื้นที่ห้องโดยสารออกแบบพยายามให้กว้างโปร่ง มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะและเทคโนโลยี ระบบอัจฉริยะควบคุมด้วยชิปประมวลผลจาก QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 ( ควอลคอมม์ สแนปดราก้อน 8155 ) ในรุ่น ULTRA หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MULTI-INFORMATION CLUSTER) ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส (Infotainment) ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น STANDARD และ ขนาด15.6 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA
ไฟ INTERACTIVE AMBIENT LIGHTS ( อินเตอร์แอคทีฟ แอมเบียนท์ ไลท์ส ) 256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด ในรุ่น STANDARD และ 6 จุด ในรุ่น MAX และ ULTRA

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ ลาย Diamond Cut ( ไดมอนด์ คัท ) เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่เท้าวางแขนเบาะหลังและที่วางแก้วน้ำ
ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ SOFT TOUCH ( ซอฟต์ ทัช ) หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร เมื่อพับเบาะจุได้ 1,266 ลิตร รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร

ระบบ INTELLIGENT SMART ACCESS ( อินเทลลิเจนท์ สมาร์ท แอคเซส ) สตาร์ทรถอัตโนมัติทันทีเพียงแค่เหยียบเบรก เมื่อเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ โดยไม่ต้องกดปุ่มสตาร์ทแยกต่างหาก เพิ่มความสะดวกการเข้า-ออกและสตาร์ทรถ
มี ระบบ i-SMART PRO ( ไอ-สมาร์ท โปร ) ในรุ่น ULTRA ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (SMART PARKING ASSIST) ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล (REMOTE AUTO PARKING) ฟังก์ชันปลดล็อครถ เปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT) มีฟังก์ชันเปิดระบบ COOLING SEAT ( คูล ซีท ) หรือปรับอุณหภูมิที่เบาะนั่ง ผ่านมือถือในรุ่น ULTRA

มีระบบ ONE PEDAL ( วัน แพดเดิล ) เทคโนโลยีการควบคุมรถยนต์ โดยใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียวในการเร่ง ชะลอ และหยุดรถ การทำงานจะอาศัยแรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้า และช่วยประหยัดพลังงาน รองรับระบบการเชื่อมต่อ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต แบบไร้สาย มีระบบ AI VOICE COMMAND บริการเสริมพิเศษ
ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR ( เพอมาเนนต์ แมกเนต ซิงโครนัส มอเตอร์ ) รุ่น STANDARD ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) รุ่น MAX และ ULTRA ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้งสามรุ่น แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)

สำหรับการชาร์จ รองรับทั้งแบบ QUICK CHARGE ( ควิก ชาร์จ ) หรือ ชาร์จเร็ว และ NORMAL CHARGE ( นอร์มอล ชาร์จ ) หรือชาร์จแบบธรรมดา รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ( เอ็มจี โฮมชาร์เจอร์ ) ที่ 6.6 kW รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80%
ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMALCHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MACPHERSON STRUT ( แม็กเฟอร์สัน สตรัท ) ด้านหลังแบบ TORSION BEAM ( ทอร์ชั่น บีม ) ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบ VENTILATED DISC ( เวนไทเลเทด ดิสซ์ ) โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM

ระบบความปลอดภัย มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย ระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM ( แอดวานซ์ ไดรเวอร์ แอสซิสแทนท์ ซิสเทม ) หรือ ADAS ระดับ L2 และระบบ SMART AUTO PARKING SOLUTION ( สมาร์ท ออโต พาร์คกิ้ง โซลูชั่น ) ช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ คือเทคโนโลยีและโซลูชันอัจฉริยะใช้บริหารจัดการการจอดรถ แบ่งออกเป็น 2 บริบทหลัก ได้แก่ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติในตัวรถยนต์ (Smart Auto Parking) และระบบจัดการลานจอดรถอัจฉริยะสำหรับอาคาร (Smart Parking Solution) เป็นอีกหนึ่งบริการในเครือซีพี
ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (MULTI-LANE VIEW) ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ SAPS (SMART AUTO PARKING SOLUTION) ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (AUTO LANE CHANGE WITH ALERT) ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (LANE CENTERING CONTROL) ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (ELECTRONIC PARKING BRAKE) พร้อมระบบป้องกันการไหล AVH (AUTO VEHICLE HOLD) ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTOR)

มี ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (CURVE BRAKE CONTROL) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (HILL START ASSIST SYSTEM) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (INTELLIGENT HIGH-BEAM CONTROL) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (ADAPTIVE CRUISE CONTROL) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (TRAFFIC JAM ASSIST) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK (EMERGENCY LANE KEEPING ASSIST) โดยผสานการทำงานของ LKA (LANE KEEPING ASSIST), LDP (LANE DEPARTURE PREVENTION) และ LDW (LANE
DEPARTURE WARNING)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า FCW (FORWARD COLLISION WARNING) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (AUTONOMOUS EMERGENCY BRAKING) ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ LCA (LANE CHANGE ASSIST), BSD (BLIND SPOT DETECTION), RCTA (REAR CROSS TRAFFIC ALERT), RCTB (REAR CROSS TRAFFIC BRAKING), DOW (DOOR OPENING WARNING) และ RCW (REAR COLLISION WARNING) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (TIRE PRESSURE MONITORING SYSTEM)

เพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 21 ตำแหน่ง กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ในรุ่น MAX และ ULTRA พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัย รวม 7 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง
มี 3 รุ่นย่อย สีตัวถัง 5 สี คือ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE), เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK) พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ
ราคาจำหน่ายวันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ราคาพิเศษ รุ่น STANDARD จาก 579,900 บาท เหลือ 529,900 บาท รุ่น MAX จาก 649,900 บาท เหลือ 599,900 บาท และรุ่น ULTRA จาก 749,900 บาท เหลือ 709,900 บาท

ภาพรวม เอ็มจี เออร์เบิน เป็นรถอีวีแฮทช์แบ๊ก เหมาะกับการขับขี่ในเมือง มาตรฐานการผลิตของเอ็มจีถือว่าคงเส้นคงวา มาแบบเต็มๆ ในเรื่องเทคโนโลยี มีมาให้เพียบ เปรียบได้กับรถยนต์หรูหรา ถ้าเป็นสมัยก่อน ใส่มาแบบนี้ ต้องมีในรถระดับเป็นล้าน แต่เมื่อพัฒนามาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ระบบต่างๆ เอ็มจีอัดมาเต็มที่
สำหรับแฟนรถยนต์อีวี เอ็มจี เออร์เบิน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง แม้ว่าคู่แข่งถ้าเป็นอีวีจากจีนในตลาดเมืองไทย แต่ละรายก็ใช่ย่อย แต่สำหรับเอ็มจีไม่ใช่เพียงแค่ตัวรถยนต์ ถ้ามองทะลุไปถึงบริการหลังการขาย เอ็มจีเป็นต่อรถอีวีจีนค่ายอื่นมากมาย มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 140 แห่งทั่วประเทศไทย แถมมีแบ๊กอัพโปรไฟล์อลังอย่าง เอสไอเอซี กับ ซีพี งานนี้เอ็มจีรอลุ้นยอดขายได้เลย
#นายพล#

